วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (23 ก.ค.58)

กังวลเศรษฐกิจไทย

คาดหุ้นไทยปรับตัวลงวันนี้ ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยยังคงกดดันตลาด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีมุมมองลบยิ่งกว่าเดิม ภัยแล้งยังคงเป็นปัญหา ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่กลับดีขึ้นมาอีกทำให้ Fedenal Reserve ยังคงจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า แม้ผลประกอบการใน Wall Street จะไม่ค่อยดีก็ตาม อย่างไรก็ตามการที่ ECB เพิ่มวงเงินฉุกเฉินให้กรีซถือเป็นเรื่องดี


หุ้นเด่นวันนี้: ADVANC (ราคาปิด 251 บาท, ราคาเป้าหมาย AWS ปี 58290 บาท, Bloomberg 254.68 บาท)

บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เป็นหุ้นเด่นประจำวันนี้ของเราเนื่องจากกราฟเทคนิคที่แข็งแกร่งมากและพื้นฐานที่มั่นคงซึ่งทั้งสองอย่างนี้น่าจะช่วยให้ราคาหุ้นยืนได้แม้ทั้งตลาดจะมีอารมณ์เชิงลบก็ตาม ผลการดำเนินงานของ ADVANC ค่อนข้างมีเสถียรภาพเมื่อเทียบหุ้นอื่นแม้ต้องเจอสถานการณ์หนักเช่น กำไรที่คงตัวช่วงปี 56-57 ขณะที่ประเทศไทยถูกกระทบจากความรุนแรงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เหตุผลอาจมาจากว่าคนยังต้องใช้บริการมือถือทั้งการโทรและข้อมูลไม่ว่าจะเป็นอย่างไรและแบรนด์เอไอเอสก็ยังมีความโดดเด่นจนทำให้บริษัทสามารถจับกระแสการใช้ข้อมูลมือถือได้ดีกว่าค่ายมือถืออื่น นอกจากนี้การประมูลคลื่น 4จีที่จะมาถึงยิ่งมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าจะเกิดขึ้น ณ วันที่ 11 พ.ย. ตามที่ กสทช.กำหนดไว้ ทำให้มั่นใจได้ว่าการได้ใบอนุญาต 4จีซึ่งเป็นกุญแจสำคัญเพื่อปลดล็อคศักยภาพการเติบโตของ ADVANC จะไม่ล่าช้าออกไปอีก โดยน่าจะเริ่มเห็นผลบวกตั้งแต่ต้นปีหน้า เราคาดว่า ADVANC น่าจะชนะประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์และ 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ได้อย่างละใบอนุญาตจากทั้งหมด 4 ใบ (อย่างละ 2 ใบ) เราคาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทจะเติบโต 18% ปีนี้และ 14% ปีหน้า นอกจากนั้นปันผลตอบแทนยังดีถึง 5.7% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตัวหนึ่งเมื่อเทียบหุ้นขนาดใหญ่ด้วยกัน Price Pattern ของ ADVANC ยังคงมีความแข็งแกร่งในการปรับตัวขึ้นได้ต่อไป จากการเกิดสัญญาณซื้อทั้งรายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน โดยเมื่อพิจารณาจาก Price Pattern ของ ADVANC ที่ได้สามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือเป้าหมายถัดไปที่ 248 บาทได้สำเร็จ ทำให้คาดว่าน่าจะได้เห็นการปรับตัวขึ้นของ ADVANC ต่อไป โดยน่าจะทดสอบเป้าหมายสำคัญที่ 263 บาท (แนวต้าน: 252, 253, 256; แนวรับ: 250, 249, 246)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• สอท. เตรียมหั่นเป้าการเติบโตเศรษฐกิจลงอีก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจเพราะเชื่อว่ามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีของภาครัฐนั้นล่าช้าเกินไป ในช่วงก่อนหน้านี้ สอท.ได้หั่นการเติบโตลงไปแล้วรอบหนึ่งจาก 3.8-4% เป็น 3% สอท.จะปรับลดคาดการณ์ส่งออกว่าจะติดลบอย่างน้อย 2% ปีนี้ (The Nation)

• หวั่นย้ายฐานการผลิต สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทยออกโรงเตือนว่าอัตราการว่างงานของไทยนั้นน่าจะสูงขึ้นจากที่ผู้ผลิตจะย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นในภูมิภาคที่ต้นทุนถูกกว่า โดยทางกลุ่มได้ออกสำรวจ 11 อุตสาหกรรมใหญ่และพบว่า 400 บริษัทกำลังพิจารณาปลดพนักงานในปีนี้ (Bangkok Post)


• รอรายงานสำคัญการค้ามนุษย์ โฆษกกล่าวถึงรายงานของหน่วยงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของสหรัฐที่จะออกมาคืนวันจันทร์นี้ นายกประยุทธ์ปฏิเสธที่จะคาดเดาผลที่จะออกมาเพียงแต่กล่าวว่ารัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา รมช. กระทรวงต่างประเทศแสดงความเชื่อมั่นถึงความพยายามจะทำให้ไทยไม่ถูกจัดอยู่ในอันดับสามซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายที่ไทยได้รับอยู่ในขณะนี้ (Bangkok Post)ความเห็น: ขณะที่รายงานดังกล่าวเป็นประเด็นที่แยกจากรายงานอุตสาหกรรมการประมงซึ่งจะออกภายในช่วงเวลาที่เหลือของปี ไม่ว่าจะเป็นผลบวกหรือลบน่าจะนำไปสู่การตัดสินของคณะกรรมการยุโรปเช่นกัน

• หน่วยงานรัฐใช้น้ำลดลง 10% คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติได้สั่งให้หน่วยงานรัฐลดการใช้น้ำลง 10% เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาวิกฤติภัยแล้ง (Bangkok Post)

• เดินหน้าขยายโซล่าร์ฟาร์มตามแผน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) คาดว่าจะสามารถคัดเลือกโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 800 MW สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตรได้ในช่วงต้นปีหน้า ถึงแม้ว่าจะล่าช้าจากแผนเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะดำเนินการได้ในปีนี้ก็ตาม ขณะที่แผนใหม่ตั้งเป้าการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2560-61 อย่างไรก็ตามในส่วนของโครงการโซล่าร์ฟาร์มปกติยังคงเชื่อว่าจะเห็นกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยฯ ราว 1,200 MW ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศรวมอยู่ที่ 2,700 MW (Bangkok Post) ความเห็น: เราไม่แปลกใจกับการเลื่อนโครงการโซล่าร์ฟาร์มภาครัฐและชุมชนออกไป โดยเชื่อว่าบางส่วนมีสาเหตุมาจากสายส่งไฟฟ้าแรงดันต่ำที่เต็มแล้ว โดยเฉพาะในภาคอีสาน อย่างไรก็ตามจาก comment ในเรื่องของโซล่าร์ฟาร์มภาคเอกชนที่จะยังเกิดขึ้นปีนี้ได้ทำให้เราเชื่อว่าจะเห็นการลงทุนเกิดขึ้นอย่างมีนัยฯ ในช่วงที่เหลือของปีนี้ และน่าจะส่งผลบวกต่อผู้รับเหมาก่อสร้างโซล่าร์ฟาร์มรายใหญ่ อาทิ GUNKUL (ซื้อ, ราคาเป้าหมายปี 58 32.30 บาท) และ DEMCO ขณะที่โครงการโซล่าร์ฟาร์มภาครัฐและชุมชนจะเป็น Upside ในอนาคต

• BTS (10.10 บาท, 2558 TP Bt11.30) บีทีเอสแสนสิริโฮลดิ้งซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง BTS และ SIRI ได้ตั้งงบ 70 พันลบ. เพื่อพัฒนาคอนโดมีเนียม 25 แห่งมูลค่าประมาณ 100 พันลบ. โดยเริ่มพัฒนาตั้งแต่ปีนี้ถึงปี 62 สำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้จะใช้งบลงทุน 14 พันลบ. และเปิดจองอีก 5 โครงการ บริษัทตั้งเป้ากำไรจากบริษัทร่วมทุนเฉลี่ยปีละ 1 พันลบ. โดยจะเริ่มรับรู้เป็นกำไรตั้งแต่ปี 61 เป็นต้นไปความเห็น: เป็นผลบวกซึ่งมีส่วนช่วยชดเชยการประมูลโครงการรถไฟฟ้าที่ล่าช้าได้บางส่วน

ต่างประเทศ:

• รัฐบาลกรีซประกาศว่าวันที่ 20 ส.ค. เป็นเส้นตาย สำหรับข้อตกลงโปรแกรมเงินกู้ชำระหนี้ครั้งที่ 3 ซึ่งน่าจะมีขนาดทั้งหมด 8.6 หมื่นล้านยูโร (9.34 หมื่นล้านดอลลาร์) กรีซได้รับเงินกู้ระยะสั้นจำนวน 7.16 พันล้านยูโรเป็นเวลา 3 เดือน จนกว่าจะสามารถเจรจาตกลงเกี่ยวกับโครงการกู้เงินครั้งที่ 3 ได้ จำนวนเงินดังกล่าวเพียงพอไปตลอดเดือนก.ค. แต่ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ที่มีกำหนดชำระในเดือนส.ค. จำนวน 3.4 พันล้านยูโรให้แก่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 20 ส.ค. (Reuters)

• ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อัดฉีดเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน (ELA) แก่ธนาคารกรีซอีกจำนวน 900 ล้านยูโร (981.4 ล้านดอลลาร์) รวมกับเงิน ELA ที่อัดฉีดไปแล้วเป็นจำนวนเกือบ 9.1 หมื่นล้านยูโรเมื่อวันพุธ (Reuters)

• เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ยังคงปิดบวกต่อหลังจากมีการเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 ปีครึ่งในเดือนมิ.ย. ดัชนีปิดบวก 0.17% อยู่ที่ 97.493 เงินยูโรอ่อนค่าลง 0.14% อยู่ที่ 1.0921 ดอลลาร์ในขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.08% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 123.97 เยน (Reuters)

• รอรายงานสำคัญการค้ามนุษย์ โฆษกกล่าวถึงรายงานของหน่วยงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของสหรัฐที่จะออกมาคืนวันจันทร์นี้ นายกประยุทธ์ปฏิเสธที่จะคาดเดาผลที่จะออกมาเพียงแต่กล่าวว่ารัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา รมช. กระทรวงต่างประเทศแสดงความเชื่อมั่นถึงความพยายามจะทำให้ไทยไม่ถูกจัดอยู่ในอันดับสามซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายที่ไทยได้รับอยู่ในขณะนี้ (Bangkok Post)ความเห็น: ขณะที่รายงานดังกล่าวเป็นประเด็นที่แยกจากรายงานอุตสาหกรรมการประมงซึ่งจะออกภายในช่วงเวลาที่เหลือของปี ไม่ว่าจะเป็นผลบวกหรือลบน่าจะนำไปสู่การตัดสินของคณะกรรมการยุโรปเช่นกัน

• หน่วยงานรัฐใช้น้ำลดลง 10% คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติได้สั่งให้หน่วยงานรัฐลดการใช้น้ำลง 10% เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาวิกฤติภัยแล้ง (Bangkok Post)

• เดินหน้าขยายโซล่าร์ฟาร์มตามแผน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) คาดว่าจะสามารถคัดเลือกโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 800 MW สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตรได้ในช่วงต้นปีหน้า ถึงแม้ว่าจะล่าช้าจากแผนเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะดำเนินการได้ในปีนี้ก็ตาม ขณะที่แผนใหม่ตั้งเป้าการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2560-61 อย่างไรก็ตามในส่วนของโครงการโซล่าร์ฟาร์มปกติยังคงเชื่อว่าจะเห็นกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยฯ ราว 1,200 MW ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศรวมอยู่ที่ 2,700 MW (Bangkok Post) ความเห็น: เราไม่แปลกใจกับการเลื่อนโครงการโซล่าร์ฟาร์มภาครัฐและชุมชนออกไป โดยเชื่อว่าบางส่วนมีสาเหตุมาจากสายส่งไฟฟ้าแรงดันต่ำที่เต็มแล้ว โดยเฉพาะในภาคอีสาน อย่างไรก็ตามจาก comment ในเรื่องของโซล่าร์ฟาร์มภาคเอกชนที่จะยังเกิดขึ้นปีนี้ได้ทำให้เราเชื่อว่าจะเห็นการลงทุนเกิดขึ้นอย่างมีนัยฯ ในช่วงที่เหลือของปีนี้ และน่าจะส่งผลบวกต่อผู้รับเหมาก่อสร้างโซล่าร์ฟาร์มรายใหญ่ อาทิ GUNKUL (ซื้อ, ราคาเป้าหมายปี 58 32.30 บาท) และ DEMCO ขณะที่โครงการโซล่าร์ฟาร์มภาครัฐและชุมชนจะเป็น Upside ในอนาคต

• BTS (10.10 บาท, 2558 TP Bt11.30) บีทีเอสแสนสิริโฮลดิ้งซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง BTS และ SIRI ได้ตั้งงบ 70 พันลบ. เพื่อพัฒนาคอนโดมีเนียม 25 แห่งมูลค่าประมาณ 100 พันลบ. โดยเริ่มพัฒนาตั้งแต่ปีนี้ถึงปี 62 สำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้จะใช้งบลงทุน 14 พันลบ. และเปิดจองอีก 5 โครงการ บริษัทตั้งเป้ากำไรจากบริษัทร่วมทุนเฉลี่ยปีละ 1 พันลบ. โดยจะเริ่มรับรู้เป็นกำไรตั้งแต่ปี 61 เป็นต้นไปความเห็น: เป็นผลบวกซึ่งมีส่วนช่วยชดเชยการประมูลโครงการรถไฟฟ้าที่ล่าช้าได้บางส่วน

ต่างประเทศ:

• รัฐบาลกรีซประกาศว่าวันที่ 20 ส.ค. เป็นเส้นตาย สำหรับข้อตกลงโปรแกรมเงินกู้ชำระหนี้ครั้งที่ 3 ซึ่งน่าจะมีขนาดทั้งหมด 8.6 หมื่นล้านยูโร (9.34 หมื่นล้านดอลลาร์) กรีซได้รับเงินกู้ระยะสั้นจำนวน 7.16 พันล้านยูโรเป็นเวลา 3 เดือน จนกว่าจะสามารถเจรจาตกลงเกี่ยวกับโครงการกู้เงินครั้งที่ 3 ได้ จำนวนเงินดังกล่าวเพียงพอไปตลอดเดือนก.ค. แต่ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ที่มีกำหนดชำระในเดือนส.ค. จำนวน 3.4 พันล้านยูโรให้แก่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 20 ส.ค. (Reuters)

• ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อัดฉีดเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน (ELA) แก่ธนาคารกรีซอีกจำนวน 900 ล้านยูโร (981.4 ล้านดอลลาร์) รวมกับเงิน ELA ที่อัดฉีดไปแล้วเป็นจำนวนเกือบ 9.1 หมื่นล้านยูโรเมื่อวันพุธ (Reuters)

• เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ยังคงปิดบวกต่อหลังจากมีการเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 ปีครึ่งในเดือนมิ.ย. ดัชนีปิดบวก 0.17% อยู่ที่ 97.493 เงินยูโรอ่อนค่าลง 0.14% อยู่ที่ 1.0921 ดอลลาร์ในขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.08% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 123.97 เยน (Reuters)


สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบเป็นวันที่สองติดต่อกันเมื่อวันพุธ หลังจากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงเนื่องจากมีการประกาศผลการดำเนินงานที่น่าผิดหวังจากบริษัทยักษ์ใหญ่รวมถึงบริษัทแอปเปิลและไมโครซอฟท์ มีการคาดการณ์รายรับของแอปเปิล ในช่วงไตรมาส 4/58 ว่าจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ทำให้ฉุดดัชนีสำคัญร่วงลงทั้ง 3 ดัชนี ส่วนไมโครซอฟท์รายงานขาดทุนรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทเนื่องจากบริษัทได้ตัดลดมูลค่าทางบัญชีของธุรกิจโทรศัพท์โนเกียและอุปสงค์ระบบปฏิบัติการวินโดว์สลดลง (Reuters)

• ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้นในเดือนมิ.ย. สูงสุดในรอบ 8 ปีครึ่ง มีสัญญาณว่าตลาดการเคหะกำลังฟื้นตัว สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของอเมริกา (National Association of Realtors) รายงานยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 3.2% อยู่ที่ 5.49 ล้านหน่วยต่อปี สูงสุดตั้งแต่เดือนก.พ. 50 นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ว่ายอดขายดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.4 ล้านหน่วยต่อปีในเดือนก่อน (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปปรับตัวลงในวันพุธ นำตลาดร่วงโดยหุ้นผู้ออกแบบ Chip คอมพิวเตอร์ ARM หลังจากการคาดการกำไรไตรมาสถัดไปของ Apple ที่ไม่ค่อยดี ฤดูการประกาศผลประกอบการของยุโรปและสหรัฐ กำลังอยู่ในระยะสำคัญ ที่มีหลายบริษัทประกาศออกมาพร้อมๆกัน(Reuters)

เอเชีย:

• มูลค่าการส่งออกญี่ปุ่นพุ่ง 9.5% YoY ในเดือน มิ.ย. บ่งชี้ว่าอุปสงค์ในตลาดโลกกลับคืนมาหลังจาก ชะลอตัวในเดือน พ.ค. แต่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าตัวเลขส่งออกจะเพิ่มขึ้น 10.0% อย่างไรก็ตามเป็นอัตราการขยายตัวที่เร็วที่สุดในรอบ 5 เดือน หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 2.4% ในเดือนพ.ค. มูลค่าการนำเข้าร่วงลง 2.9% นับจากต้นปีถึงสิ้น มิ.ย. ดุลการค้ายังคงขาดดุล 6.9 หมื่นล้านเยน (556.54 ล้านดอลลาร์) เทียบกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเกินดุล 5.4 พันล้านเยน(Reuters)

• รัฐบาลญี่ปุ่นยอมรับว่าไม่อาจทำให้ ดุลการคลังกลับมาเกินดุลได้ในปีงบประมาณ 2020 บ่งชี้ว่าต้องมีมาตรการเพิ่มรายรับและลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ออกมาอีกรัฐบาลญี่ปุ่นดำเนินความพยายามที่จะลดหนี้สาธารณะลง เนื่องจากอัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของญี่ปุ่นสูงที่สุดในกลุ่มประเทศ ผู้นำอุตสาหกรรมที่สูงกว่า 200%(Reuters)

• ธนาคาร BRICS รัฐสภาจีนให้สัตยาบันสนธิสัญญาการจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนากับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ชั้นนำอีก 4 ชาติ คือ บราซิล รัสเซีย อินเดีย และอัฟริกาใต้ ในวันพุธ ธนาคารดังกล่าวเรียกว่า BRICS Bank ธนาคารนี้เป็นหนึ่งในสองธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ที่จีนตั้งขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกของธนาคารเพื่อการพัฒนาที่ตั้งขึ้นโดยชาติตะวันตก อันได้แก่ ธนาคารโลก BRICS Bank จะมีสำนักงานใหญ่ที่เซี่ยงไฮ้ และหมุนเวียนกับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดโดยจะเริ่มจาก อินเดีย แล้วเป็นบราซิล รัสเซีย (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ทองคำร่วงกว่า 1% แตะระดับต่ำสุดใน 5 ปีวานนี้ จากการดีดกลับของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและนักลงทุนยังคงหนีห่างจากการซื้อขายโลหะหลังร่วงรุนแรงในต้นสัปดาห์ ทองตลาดจรปรับลง 0.8% สู่ 1,092.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หลังแตะระดับต่ำสุดรอบ 5 ปีที่ 1,086.90 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ทองคำล่วงหน้าส่งมอบ ส.ค. ปิดลง 12 ดอลลาร์สหรัฐเหลือ 1,091.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)

• ราคาน้ำมันดิบเมื่อวันพุธปรับตัวลดลง โดยกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ ภาพรวมตลาดหุ้นโลกที่อ่อนตัวลง รวมถึงตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ล่าสุดที่เพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 463.89 ล้านบาร์เรล เหนือว่าตัวเลขค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังถึง 100 ล้านบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือน ก.ย. ปรับตัวลดลง 0.52 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (-0.9%) จากวันก่อนหน้ามาอยู่ที่ 56.52 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ส่งมอบเดือน ก.ย. ปรับตัวลดลง 1 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (-1.9%) มาอยู่ที่ 49.86 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (Reuters)