วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BBL - ซื้อ

ผลประกอบการไตรมาส 2/58 ต่ำกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับขึ้น

ผลประกอบการไตรมาส 2/58 ต่ำกว่าที่เราคาดไว้

ผลประกอบการของหุ้น BBL ในไตรมาส 2/58 อยู่ที่ 8 พันล้านบาท ลดลง 11% YoY และ 15% QoQ ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาดไว้ 7.6% และต่ำกว่าการประมาณการตลาดของBloomberg ประมาณ 10% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงกว่าคาด ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12% QoQ และ 6% YoY อยู่ที่ 11.6 พันล้านบาท (เราประมาณการไว้ที่ 11 พันล้านบาท) ส่วนกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียในไตรมาส 2/58 อยู่ที่ 10.7 พันล้านบาท ลดลง 16% YoY และ 21% QoQ ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาส 1H58 คิดเป็นสัดส่วนทั้งสิ้น 49% ของประมาณการผลประกอบการทั้งปี ของเรา

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

สินเชื่อเพิ่มขึ้น 0.9% QoQ และ 0.4% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 1.9 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 58 ถึงการปล่อยสินเชื่อกลุ่ม SME, บรรษัทและสินเชื่อบ้านจะปรับตัวขึ้น QoQ แต่การปล่อยสินเชื่อต่างประเทศ ปรับตัวลง 2.8% QoQ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับตัวลง 47 bps YoY และ 18 bps QoQ เป็น 1.92% ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งนี้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 84% ณ สิ้นเดือน มิ.ย. ใกล้เคียงกับไตรมาสที่แล้ว รายได้จากค่าธรรมเนียมปรับเพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 10% QoQ อยู่ที่ 7.3 พันล้านบาท สอดคล้องกับการประมาณการของเรา ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ 11.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 12% QoQ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ 5% ขณะที่อัตราส่วนต้นทุนต่อรายรับเพิ่มขึ้น 52.0% ในไตรมาส 2/58 จากเดิมอยู่ที่ 43.5% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 46.2% ในช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว มีผลมาจากการเติบโตของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มากกว่าและการหดตัวของดอกเบี้ยรับสุทธิจาก NIM ที่ปรับตัวลดลง

ทางธนาคารได้ปรับการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ 2.9 พันล้านบาทในไตรมาส 2/58 เพิ่มขึ้น 25% YoY แต่ลดลง 2% QoQ ส่วนสัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของหุ้น BBL ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย QoQ เป็น 2.5% ณ สิ้นเดือนมิ.ย. ปี 58 จากเดิมอยู่ที่ 2.2% เมื่อสามเดือนก่อนหน้า ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงเหลือ 170% ในไตรมาส 2/58 จาก 190% ในไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้เหตุที่สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น 16% QoQ เป็น 5.5 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 2/58 นั้น เกิดจากยอดคงค้างสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงพิเศษ(ค้างชำระ 1-2งวด) ที่ไหลลงมาในชั้น NPL


ส่งผลให้ สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงพิเศษ(ค้างชำระ 1-2งวด) ลดลง 27% QoQ เป็น 4 หมื่นล้านบาท .ในไตรมาส 2/58 (ลงใกล้เคียงกับระดับมาตรฐานเดิมของธนาคาร หรือ 2.3% ของสินเชื่อทั้งหมด จาก3.1% ในไตรมาสก่อนหน้า)

แนวโน้ม

เราคาดว่าจะเห็นการเติบโตของผลกำไร YoY ในไตรมาส 3/58 มีผลมาจากการขยายตัวของสินเชื่อ และ การสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เรายังคงใช้ประมาณการเดิมของผลประกอบการปี 58 และ ปี 59

คำแนะนำ

หุ้น BBL มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวจากความผันผวนของเศรษฐกิจได้เร็วกว่าคู่แข่ง เนื่องจากมีอัตราสัดส่วนของพอร์ตสินเชื่อที่มาจาก บริษัทขนาดใหญ่ ถึง 61% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ซึ่งจะฟื้นตัวเร็วกว่าสินเชื่อรายย่อย (ทั้งนี้หนี้สินครัวเรือนของไทยยังอยู่ที่ 80%) นอกจากนี้ประมาณ 16% ของสินเชื่อทั้งหมดได้กระจายความเสี่ยงอยู่ต่างประเทศ (ส่วนใหญ่ในกลุ่มประเทศ CLMV) ทั้งนี้หุ้น BBL ในไตรมาส 2/58 มีสัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม อยู่เพียง 2.5% และยังมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายสูงสุดในกลุ่มธนาคารด้วยกันที่ 170% รวมทั้งบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ ได้ดีเนื่องจากธนาคารสามารถ ปรับลดยอดคงค้างสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงพิเศษ ลง QoQ ในไตรมาส 2/58 ปัจจุบันหุ้น BBL ถือว่าซื้อขายอยู่ในราคาที่ถูกมากด้วยค่า PBV เพียง 1.0X เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มในภูมิภาคนี้ที่ 1.4X และค่าเฉลี่ยของกลุ่มของกลุ่มธนาคารในประเทศไทยที่ 1.4X เราจึงยังคงแนะนำ ซื้อ หุ้น BBL