วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCP - ถือ

คาดผลประกอบการไตรมาส 2/58 ทำสถิติสูงสุดของปี แต่มีแนวโน้มอ่อนตัวในครึ่งปีหลัง

ประเด็นการลงทุน

ในมุมมองของเราหุ้นมีแนวโน้มจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดในระยะสั้น จากผลประกอบการในไตรมาส 2/58 ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามเราไม่แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเนื่องจากผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 มีแนวโน้มอ่อนตัว อย่างไรก็ตามส่วนแบ่งรายได้ที่ค่อนข้างคงที่จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ประกอบกับมูลค่าหุ้นที่ค่อนข้างถูก โดยปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2558 ที่เพียง 7.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยาวที่ 10.4 เท่า และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ค่อนข้างสูงที่ 5.9% (เทียบกับค่าเฉลี่ยของโรงกลั่นไทยรายอื่นที่ 2.9%) น่าจะช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นได้ ดังนั้นเราจึงปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ

คาดผลประกอบการทำสถิติสูงสุดของปีในไตรมาส 2/58

เราคาด BCP รายงานกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดของปีนี้ที่ 2,971 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136% YoY และ 187% QoQ ในไตรมาส 2/58 หนุนจากกำไรจากสินค้าคงคลัง หากไม่รวมคาดการณ์กำไรจากสินค้าคงคลัง 457 ล้านบาท, กำไรจากธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน 60 ล้านบาท, และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 120 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 2/58 คาดว่าจะอยู่ที่ 2,574 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 900% YoY แต่ลดลง 4% QoQ ปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตของกำไรหลัก YoY คือ 1) อัตราการใช้กำลังการกลั่นที่สูงขึ้น, 2) ค่าการกลั่นตลาดที่ขยายตัว, 3) ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น และ 4) ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น

ในขณะที่ ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรหลักหดตัว QoQ ได้แก่ ค่าการตลาดค้าปลีกที่ต่ำลง ในขณะที่อัตราการใช้กำลังการกลั่นและปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดสูงขึ้น QoQ แม้ว่าค่าการกลั่นอ้างอิงสิงคโปร์จะอ่อนตัวลง ค่าการกลั่นตลาดของบริษัทกลับเพิ่มขึ้น 2% QoQ หนุนจากสัดส่วนการผลิตน้ำมันเตาที่ลดลง (เหลือ 12% จาก 16% ในไตรมาส 1/58) ดูรูปที่ 1 และ 2

ค่าการกลั่นตลาดอ่อนตัวจะกดดันผลประกอบการไตรมาส 3/58

ค่าการกลั่นตลาดอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ตั้งแต่ไตรมาส 3/58 จนถึงปัจจุบันลดลง 20% QoQ มาอยู่ที่ 6.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หลังจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิสิ้นสุดลง ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลอ่อนตัวลง 3.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 9.9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่ส่วนต่างราคาน้ำมันเครื่องบินลดลง 3.3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเหลือ 10.1 เหรียญสหร้ฐ/บาร์เรล แม้ว่าส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินจะยังคงทรงตัวที่ 19.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่คาดน่าจะลดลงในอนาคตอันใกล้ จากการลดลงของอุปสงค์ตามฤดูกาล ดังนั้นค่าการกลั่นตลาดในไตรมาส 3/58 ของ BCP มีแนวโน้มที่จะหดตัว 2-3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลจากตัวเลขในไตรมาส 2/58


นอกจากนี้ ไตรมาส 3 ของทุกปีเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของปริมาณขายน้ำมันผ่านช่องทางค้าปลีกอีกด้วย ดังนั้นผลประกอบการหลักไตรมาส 3/58 คาดว่าจะอ่อนตัวลง QoQ แต่หากปรียบเทียบในแง่ของ YoY กำไรหลักไตรมาส 3/58 คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หนุนจากอัตราการใช้กำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น (เพิมขึ้น 15% YoY ที่ 112 KBD) และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2558 เพื่อสะท้อนค่าการกลั่นตลาดที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2558

ค่าการกลั่นตลาดที่สูงมากและอัตราการใช้กำลังการกลั่นที่สูงกว่าที่เราคาดในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้น 53% เป็น 7,109 ล้านบาท (รูปที่ 3) แม้ว่าจะมีการปรับเพิ่มผลประกอบการ แต่เราคิดว่าบริษัทได้ผ่านช่วงครึ่งปีแรกที่มีกำไรแข็งแกร่งไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงที่ผลประกอบการอ่อนตัวลงในครึ่งปีหลัง โดยมีแรงกัดดันจากแนวโน้มค่าการกลั่นตลาดที่อ่อนแอลงอย่างที่กล่าวไปข้างต้น