วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทดสอบแนวรับ 1460 จุด

ซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว (แนวรับ 1460 +/-10 จุด) หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนของรัฐฯ

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ ทดสอบแนวรับ 1460 จุด หุ้นใหญ่กดดันตลาด โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน แนะซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว

คาดดัชนีฯ วันนี้ แกว่งตัวลงทดสอบแนวรับ 1460 จุด และมีแนวต้านที่ 1470/1475 จุด โดยช่วงเปิดตลาดอาจเห็นการรีบาวด์ได้บ้างตามหุ้นในภูมิภาค หลังโมเมนตัมตลาดหุ้นแอเชียเริ่มฟื้นตัว แต่คาดว่าตลาดหุ้นไทย จะยังคงถูกถ่วงโดยหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร อิงราคานํ้ามันดิบโลกวานนี้ยังมีทิศทางปรับตัวลง ประกอบกับ PTT ส่งสัญญาณกำไรสุทธิ 2Q58 ทำได้ใกล้เคียงไตรมาสแรก แม้มีกำไรพิเศษ 4 พันล้านบาท จากการขายหุ้น BCP

กลยุทธ์ ซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว (แนวรับ 1460 +/-10 จุด) หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนของรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง กลุ่มสื่อสาร รวมถึงเลือกเก็งกำไรรายตัว หุ้นที่คาดประกาศงบ 2Q58 ออกมาดี

ปัจจัยต่างประเทศ

ปัญหากรีซมีทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากที่วานนี้ธนาคารพาณิชย์กรีซกลับมาเปิดทำการได้หลังปิดไปราว 3 สัปดาห์ แม้ว่ายังต้องใช้มาตรการ capital control อยู่ ขณะที่รัฐบาลใช้คืนเงินกู้ 6.8 พันล้านยูโร ให้กลับเจ้าหนี้ต่างๆ ประกอบด้วย 4.2 พันล้านยูโร คืนให้อีซีบี 500 ล้านยูโร คืนให้ธนาคารกลางกรีซ และราว 2 พันล้านยูโร คืนให้กับ IMF ซึ่งก่อนหน้านี้กรีซได้รับเงินกู้ระยะสั้น (Bridge loan) จำนวน 7.16 พันล้านยูโร จากอียู

ทั้งนี้ ผู้นำเยอรมนีกล่าวว่าอาจจะมีการหารือเกี่ยวกับการประนีประนอมหนี้กับกรีซ หลังข้อตกลงความช่วยเหลือทางการเงินฉบับใหม่สำเร็จลุล่วง โดยเราคาดว่าการประนอมหนี้อาจอยู่ในรูปแบบการยืดระยะเวลาชำระหนี้หรือให้ระยะเวลาปลอดชำระหนี้ (Grace period) เนื่องจากผู้นำเยอรมนีชี้ชัดว่าจะไม่มีการลดหนี้ (Haircut) ให้กับกรีซ

ราคาน้ำมันดิบโลกมีทิศทางปรับลงต่อเนื่อง โดยวานนี้สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดลบกว่า 1.45% มาอยู่ที่ระดับ 50.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากนักลงทุนคาดเฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. นี้ ประกอบกับความกังวลปัญหาอุปทานส่วนเกิน หลังจากวานนี้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้รับรองข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ ซึ่งจะนำไปสู่การยกเลิกการคว่ำบาตร และส่งผลให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ วานนี้ ประธานเฟดสาขาเซนหลุยส์ นายเจมส์ บูลลาร์ด ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างประเทศว่า เขาเห็นว่ามีโอกาสมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. นี้

ปัจจัยในประเทศ

บาทอ่อนค่าหนักสุดในรอบ 6 ปี โดยวานนี้อ่อนค่ากว่า 0.24 บาท/ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 34.44 บาทต่อดอลลาร์ ถือเป็นการอ่อนค่ามากสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี 2009 โดยสาเหตุหลักมาจากการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ จากนักลงทุนคาดเฟดใกล้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และนักลงทุนต่างชาติยังมีแนวโน้มขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง

สัญญาณทางเทคนิค รูปแบบระยะสั้น ดัชนีฯยังคงเคลื่อนไหว Zig-Zag อยู่ในกรอบสามเหลี่ยมรูปใหญ่ ที่แคบลงๆ ตามลำดับ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ในกรอบ 1460-1500 จุด ทั้งนี้ เราคาดว่า สัญญาณ Break out ใกล้จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ โดยความเสี่ยงขาลงของดัชนีฯ ระยะกลางอยู่ที่ 1420 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1520/1550 จุด ทั้งนี้ เราให้โอกาสที่ดัชนีฯจะปรับตัวลดลงมาที่แนวรับ อยู่ที่ 70% โดยมีปัจจัยถ่วงจากรูปแบบสามเหลี่ยมขาลง (Descending Triangle) และค่าเงินดอลล์สหรัฐฯที่กำลังแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเทียบสกุล EUR การ Break out ดังกล่าว จะส่งผลเชิงลบต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM)