วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวน ในกรอบ 1460-1500 จุด

ซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว (แนวรับ 1460 +/-10 จุด)

Market Outlook

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ผันผวน ในกรอบ 1460-1500 จุด วิตกผลกำไร บ.จ. และการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟด แนะซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ผันผวน ในกรอบ 1460-1500 จุด โดยคาดแนวโน้มขาลงของตลาดหุ้นไทยยังคงมีจำกัด และมีข่าวดีจากรายงานผลกำไรกลุ่มธนาคารฯ ที่ดีกว่าคาดการณ์ของตลาด (TMB KBANK) รวมถึงรายงานผลกำไรที่ดีกว่าคาดของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สหรัฐฯ (Google) ช่วยหนุนการซื้อคืน อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นคาดว่าจะมีจำกัดเช่นกัน แนวต้าน 1490/1500 จุด จากนักลงทุนวิตกเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. และเศรษฐกิจไทย อาจถูกปรับลดเป้าหมายลงรอบใหม่

กลยุทธ์ ซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว (แนวรับ 1460 +/-10 จุด) หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนของรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง กลุ่มสื่อสาร รวมถึงเลือกเก็งกำไรรายตัว หุ้นที่คาดประกาศงบ 2Q58 ออกมาดี

ประเด็นเด่นสัปดาห์นี้ ได้แก่

1) +/-รายงานเศรษฐกิจสำคัญ : จับตา รายงาน 2Q58F GDP ของเกาหลีใต้ และรายงาน PMI ภาคการผลิตและบริการ ของ จีน ญี่ปุ่น อียู สหรัฐฯ รวมถึงรายละเอียดของ ผลประชุมธนาคารกลาง ที่ผ่านมา (ญี่ปุ่น อังกฤษ ออสเตรเลีย)

2) – Fed rate Vs ตลาดหุ้น : โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในเดือนกันยายน มีความเป็นไปได้สูงขึ้น หลังจากประธานเฟดเยลเล่น แถลงต่อคณะกรรมาธิการคองเกรสสัปดาห์ก่อน ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงเติบโตต่อเนื่อง เราคาดว่าผลกระทบจากเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายฯ ในเดือนกันยายน จะยังคงส่งผลเชิงลบต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน และตลาดหุ้น ต่อเนื่อง เป็นสัปดาห์ที่ 2

3) +/-2Q58F Earnings outlook:

ไทย : กลุ่มแบงก์จะประกาศงบทั้งหมดสัปดาห์นี้ (TMB KBANK รายงานกำไรดีกว่าตลาดคาดการณ์ จากผลกำไรที่สูงกว่าคาดในส่วนของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย แต่เราคงคาดว่า ผลกำไรจะแย่ลงในครึ่งหลังของปี จากขาลงของเศรษฐกิจ) ส่วนแบงก์อื่นๆ จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ จะทยอยประกาศในช่วงปลายเดือนนี้ เป็นต้นไป โดยเราคาดว่ากลุ่มพลังงาน (ยกเว้น PTTEP คาดกำไร 2Q58 110 ลบ -99%y-y -99%q-q) ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีเดีย พลังงาน ทางเลือก จะเป็นกลุ่มที่รายงานกำไรดีขึ้น q-q ส่วนกลุ่มลิสซิ่ง ประกันภัย สื่อสาร คาดรายงานกำไรเติบโตชะลอตัว

สหรัฐฯ : จะทยอยประกาศงบ จำนวนมาก โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา Google รายงานกำไรดีกว่าคาดการณ์เป็นครั้งแรกรอบ 2 ปี หนุน Nasdaq ทำ New High เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนสัปดาห์นี้ วันจันทร์ จับตาผลกำไรของ Morgan Stanley, IBM, Halliburton อังคาร Yahoo, Microsoft, Apple, Lockheed martin วันพุธ Abbot Lab, Boeing, Coca-Cola, AMEX, TI วันพฤหัสฯ Mc-Donald, Dow Chemical, GM, Caterpillar, 3M, Starbucks, Amazon.com วันศุกร์ XEROX, State Street, American Airlines ฯลฯ

ทั้งนี้ FACTSET คาด 2Q58F Earnings จะเติบโต -4.5%y-y (ณ สิ้นเดือน มี.ค. อยู่ที่ -2.1%y-y) นำลงโดยกลุ่ม Industrial จากผลกระทบของดอลล์แข็งค่าเทียบเยน ยูโร โดยผลสำรวจ 107 บจ. พบว่า มี 80 บจ. หรือ 75% (1Q58 อยู่ที่ 84% และค่าเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 69%) ส่งสัญญาณกำไรลดลง และมีเพียง 27 บจ. ส่งสัญญาณกำไรสูงขึ้น (Vs 3Q54 เป็นไตรมาสที่รายงานกำไร -1%y-y) เราคาดว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะผันผวนตามรายงานผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยคาดว่ากลุ่มพลังงานจะรายงานกำไรดีขึ้น q-q
(2Q58 crude price +20.5%q-q เป็น $59.47 จาก $47.60 ต่อบาร์เรล)

4) -Downward GDP: KT ZMICO ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวจีดีพีลงเป็น 2.6% สำหรับปี 58 และ 3.2% สำหรับปี 59 จากเดิมคาดขยายตัว 3.4% และ 3.5% ตามลำดับ สาเหตุหลักที่ปรับลดลง เพื่อสะท้อนผลจากการส่งออกที่ค่อนข้างซบเซา กอปรกับการบริโภคในประเทศขยายตัวต่ำ แม้รัฐบาลพยายามเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุน ราคาส่งออกที่ค่อนข้างตกต่ำ ผนวกกับเศรษฐกิจคู่ค้าที่อ่อนแอกว่าคาด ส่งผลให้มีการปรับลดประมาณการมูลค่าส่งออกสินค้าลงเป็น -2.9% สำหรับปี 58 และ 2.8% สำหรับปี 59 ด้านอัตราแลกเปลี่ยนมีโอกาสพุ่งไปอยู่ที่ระดับ 34.5-35.0 บาท/ดอลลาร์ ในช่วง 12 เดือนหน้า (แต่โดยเฉลี่ย คาดอยู่ที่ 33.6 บาท/ดอลลาร์ในปี 58 และ 35.1 บาท/ดอลลาร์ ในปี 59) ด้านกนง. มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลงอีก (ปรับลด 25bps เป็น 1.25% ณ สิ้นปี) หากเห็นความเสี่ยงเชิงลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าคาด (ดูรายงานพิเศษ วันศุกร์ที่ผ่านมา)

5) +Greece: วันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐบาลเยอรมนี โหวตอนุมัติให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มเติม จำนวน 7.16 พันล้านยูโร แก่กรีซแล้ว โดยมีเงื่อนไขตามที่กรีซเสนอมา ขณะที่ ECB ให้ความช่วยเหลือทางการเงินจำนวน 900 bn. ยูโร ส่งผลให้กรีซ ประกาศให้แบงก์กรีซทยอยเปิดตั้งแต่วันจันทร์นี้เป็นต้นไป เราคาดว่า ข่าวดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น แต่มีความเสี่ยงระยะกลางถึงยาว เพราะ โอกาสที่กรีซจะไม่ปฎิบัติตามแผนฯ ยังคงมีความเป็นไปได้ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

สัญญาณทางเทคนิค รูปแบบระยะสั้น ดัชนีฯยังคงเคลื่อนไหว Zig-Zag อยู่ในกรอบสามเหลี่ยมรูปใหญ่ที่แคบลงๆ ตามลำดับ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ในกรอบ 1460-1500 จุด ทั้งนี้ เราคาดว่าสัญญาณ Break out ใกล้จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ โดยความเสี่ยงขาลงของดัชนีฯ ระยะกลางอยู่ที่ 1420 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1520/1550 จุด ทั้งนี้ เราให้โอกาสที่ดัชนีฯ จะปรับตัวลดลงมาที่แนวรับอยู่ที่ 70% โดยมีปัจจัยถ่วงจากรูปแบบสามเหลี่ยมขาลง (Descending Triangle) และค่าเงินดอลล์สหรัฐฯที่กำลังแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเทียบสกุล EUR การ Break out ดังกล่าว จะส่งผลเชิงลบต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM)