"พล.อ.ธนะศักดิ์" รองนายกฯ เผยรัสเซียเล็งสั่งซื้อยางพารา 8 หมื่นตัน จากไทย แลกกับนำเงินที่ได้ส่วนนี้ซื้อยุทโธปกรณ์
มีรายงานจากประเทศรัสเซียว่า วันที่ 18 ก.ค. 2558 ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สรุปผลการเยือนสมาพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการและร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-รัสเซีย (JC) ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 13-18 กรกาคม 2558 ว่า มีความสำเร็จและคืบหน้าหลายเรื่อง ทั้งการเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซียจะครบ 120 ปีในปี 2560 ซึ่งทั้งสองประเทศเห็นตรงกันจะจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ และเร็วๆ นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระรวงกลาโหม และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมาเยือนรัสเซียเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยด้วย
“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรัสเซียได้เชิญไทยสมัครเข้าเป็นสมาชิกเขตการค้ากลุ่มสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย(EEU) ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมารัสเซียได้เชิญเวียดนามเข้าร่วมสมัครเป็นสมาชิกแล้ว ซึ่งหากเข้ามาอยู่ใน EEU แล้วจะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น เพราะเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าเข้าตลาดใหม่ที่มีประชากรจำนวนมาก ขณะที่รัสเซียมีความต้องการยางพาราของไทย โดยจะสั่งซื้อในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้และจะมีความต้องการต่อเนื่องในแต่ละปี ซึ่งผมได้เชิญชวนนักธุรกิจรัสเซียเข้ามาลงทุนเมืองอุตสาหกรรมยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากในแต่ละปีรัสเซียมีความต้องการใช้ยางพาราจำนวนมากเพื่อนำไปผลิตยางรถยนต์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว
ส่วนกระแสข่าวว่ารัสเซียจะซื้อยางพาราไทยแลกกับไทยซื้ออาวุธรัสซีย พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยเคยซื้ออาวุธจากรัสเซียอยู่แล้ว และจากการที่รัสเซียมีความต้องการซื้อยางพาราจากไทยในปีนี้จำนวน 80,000 ตัน ไทยจึงจะนำเงินที่ได้จากการขายยางพาราไปซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารเพื่อนำมาใช้ในการช่วยเหลือทางภัยพิบัติต่างๆ และสินค้าอื่นๆ จากรัสเซียในลักษณะบราเตอร์เทรด
“ยุทโธปกรณ์รัสเซียหลายอย่างเหมาะสมกับประเทศไทย ทั้งเรื่องการซ่อมบำรุง ดูแล ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เขาซื้อยางพาราเรา เราก็ซื้อสินค้าเขา แต่ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าจะต้องเป็นยุทโธปกรณ์ทั้งหมด เราสามารถซื้ออะไรก็ได้ทั้งยุทโธปกรณ์หรือสินค้าอื่นๆ ที่รัสเซียผลิตและเรามีความต้องการ ซึ่งจะทำให้ทั้งสองประเทศมีมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น และยังทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้นด้วย” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ความสำเร็จจากการประชุม JC ครั้งนี้ ที่ประชุมตกลงกันว่าต่อไปจะประชุมร่วมกันทุกปี จากเดิมที่จะประชุมกันทุก 2 ปี และในการประชุมครั้งที่ 7 และ 8 ไทยจะขอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอง
ภาพ-mfa.go.th






