เราชอบ ADVANC เพราะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลดี และธุรกิจของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
แต่เราเชื่อว่าบริษัทจะสามารถรายงานกำไรเติบโต 10% YoYในปีนี้ บริษัทลงทุนด้วยตัวเองและสามารถรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 100% เอาไว้ได้ เราคาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5.8% ในปีนี้ และจะปรับตัวเพิ่มขึ้น
หุ้น defensive ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงเราชอบ ADVANC เนื่องจากเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง และแนวโน้มธุรกิจมีเสถียรภาพ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเนื่องจากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จัดเป็นสิ่งจำเป็นไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย นอกจากนี้ แม้ ADVANC ยังไม่มีคลื่นความถี่ใหม่สำหรับให้บริการ 4G แต่เราคาดว่ากำไรของบริษัทจะเติบโตได้เกือบ 10% YoYโดยเกิดจากความพยายามขยายรายได้จากการให้บริการข้อมูลและลดต้นทุนการกำกับดูแล นอกจากนี้ ADVANC ยังลงทุนด้วยตัวเองด้วยเพราะสามารถสร้าง EBITDA ได้ปีละประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสองเท่าของรายจ่ายลงทุนปีละ 4 หมื่นล้านบาท เงินสดในมือสามารถนำมาใช้ชำระหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยได้เกือบทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าADVANC จะกลายเป็นบริษัทที่มีสถานะปลอดหนี้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับค่ากลางของกรอบการซื้อขายในอดีต และผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับสูงที่ 5.8% ในปีนี้ และจะเพิ่มขึ้น
ยังคงรั้งตำแหน่งผู้นำ หลังจากติดตั้งโครงข่าย 3G เสร็จในไตรมาส 2/57 ADVANC ก็สามารถไล่ตามแนวโน้มอุตสาหกรรมได้ทัน รายได้จากการให้บริการข้อมูลเติบโตในอัตราเร่งจาก 20-25% สู่ 32-40% ในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา (เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 2/57) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากคุณภาพโครงข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 2.1GHz ที่ดีกว่าคลื่นความถี่อื่นๆ และช่วยให้ ADVANC สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดรายได้ของบริษัทเอาไว้ที่ 52% (เทียบกับ DTAC ที่ส่วนแบ่งตลาดรายได้ลดลง และ TRUE ที่ส่วนแบ่งตลาดรายได้สูงขึ้น) อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยอมรับว่าบริษัทจำเป็นต้องมีคลื่นความถี่ใหม่ภายในสิ้นปีนี้เพื่อลดปริมาณ traffic ของบริการ 3G บนคลื่นความถี่2.1GHz ในปัจจุบัน มิฉะนั้น คุณภาพของการให้บริการอาจจะได้รับผลกระทบ และอาจจะส่งผลทำให้บริษัทสูญเสียส่วนแบ่งตลาดรายได้อย่างที่เคยเกิดขึ้นในปี 2556
ความร่วมมือกับทีโอทีและการประมูลจะส่งผลดี ADVANC จะได้รับประโยชน์จากการประมูลคลื่นความถี่ที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากบริษัทต้องการคลื่นความถี่ใหม่เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการของบริษัท ทั้งนี้เมื่ออ้างอิงข้อมูลจาก กสทช. การประมูลคลื่นความถี่ 1800MHz น่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 11 พ.ย.ปีนี้ และการประมูลคลื่นความถี่ 900MHz จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค. ADVANC จะประมูลใบอนุญาต 1 ใบในแต่ละคลื่นความถี่ ในโมเดลของเรา เรารวมเอาต้นทุนค่าใบอนุญาตและค่าใช้จ่ายลงทุนติดตั้งโครงข่ายบนคลื่นความถี่ 1800MHz และ 900MHz เข้ามาไว้ในประมาณการของเราแล้วเริ่มตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี เรายังไม่ได้รวมเอาแนวโน้ม upside จาก ARPU ที่สูงขึ้นจากการให้บริการ 4G เข้ามา นอกจากนี้เรายังชอบที่ADVANC ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมด้วยแผนสำรองในกรณีที่การประมูลเลื่อนออกไปจากปลายปีนี้ด้วยบริษัทยื่นข้อเสนอต่อทีโอทีเพื่อขอเช่าโครงข่าย 2.1GHz และ 2.3GHz ถ้าทีโอทีอนุมัติ ก็น่าจะช่วยสนับสนุนให้ ADVANC รักษาความได้เปรียบในการแข่งขันเอาไว้ได้
แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายปลายปี 58 ที่คำนวณได้จากวิธี DCF ที่ 270 บาทการคำนวณด้วยวิธี DCF อิงกับ cost of debt 5% และ cost of equity 10.9% ซึ่งเราใช้สมมติฐาน market risk-free rate ที่ 4.5% และ risk premium 7.5%, WACC 10.2%, และ terminal growth rate 3%
หุ้น defensive ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงเราชอบ ADVANC เนื่องจากเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง และแนวโน้มธุรกิจมีเสถียรภาพ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเนื่องจากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จัดเป็นสิ่งจำเป็นไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย นอกจากนี้ แม้ ADVANC ยังไม่มีคลื่นความถี่ใหม่สำหรับให้บริการ 4G แต่เราคาดว่ากำไรของบริษัทจะเติบโตได้เกือบ 10% YoYโดยเกิดจากความพยายามขยายรายได้จากการให้บริการข้อมูลและลดต้นทุนการกำกับดูแล นอกจากนี้ ADVANC ยังลงทุนด้วยตัวเองด้วยเพราะสามารถสร้าง EBITDA ได้ปีละประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสองเท่าของรายจ่ายลงทุนปีละ 4 หมื่นล้านบาท เงินสดในมือสามารถนำมาใช้ชำระหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยได้เกือบทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าADVANC จะกลายเป็นบริษัทที่มีสถานะปลอดหนี้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับค่ากลางของกรอบการซื้อขายในอดีต และผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับสูงที่ 5.8% ในปีนี้ และจะเพิ่มขึ้น
ยังคงรั้งตำแหน่งผู้นำ หลังจากติดตั้งโครงข่าย 3G เสร็จในไตรมาส 2/57 ADVANC ก็สามารถไล่ตามแนวโน้มอุตสาหกรรมได้ทัน รายได้จากการให้บริการข้อมูลเติบโตในอัตราเร่งจาก 20-25% สู่ 32-40% ในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา (เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 2/57) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากคุณภาพโครงข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 2.1GHz ที่ดีกว่าคลื่นความถี่อื่นๆ และช่วยให้ ADVANC สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดรายได้ของบริษัทเอาไว้ที่ 52% (เทียบกับ DTAC ที่ส่วนแบ่งตลาดรายได้ลดลง และ TRUE ที่ส่วนแบ่งตลาดรายได้สูงขึ้น) อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยอมรับว่าบริษัทจำเป็นต้องมีคลื่นความถี่ใหม่ภายในสิ้นปีนี้เพื่อลดปริมาณ traffic ของบริการ 3G บนคลื่นความถี่2.1GHz ในปัจจุบัน มิฉะนั้น คุณภาพของการให้บริการอาจจะได้รับผลกระทบ และอาจจะส่งผลทำให้บริษัทสูญเสียส่วนแบ่งตลาดรายได้อย่างที่เคยเกิดขึ้นในปี 2556
ความร่วมมือกับทีโอทีและการประมูลจะส่งผลดี ADVANC จะได้รับประโยชน์จากการประมูลคลื่นความถี่ที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากบริษัทต้องการคลื่นความถี่ใหม่เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการของบริษัท ทั้งนี้เมื่ออ้างอิงข้อมูลจาก กสทช. การประมูลคลื่นความถี่ 1800MHz น่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 11 พ.ย.ปีนี้ และการประมูลคลื่นความถี่ 900MHz จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค. ADVANC จะประมูลใบอนุญาต 1 ใบในแต่ละคลื่นความถี่ ในโมเดลของเรา เรารวมเอาต้นทุนค่าใบอนุญาตและค่าใช้จ่ายลงทุนติดตั้งโครงข่ายบนคลื่นความถี่ 1800MHz และ 900MHz เข้ามาไว้ในประมาณการของเราแล้วเริ่มตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี เรายังไม่ได้รวมเอาแนวโน้ม upside จาก ARPU ที่สูงขึ้นจากการให้บริการ 4G เข้ามา นอกจากนี้เรายังชอบที่ADVANC ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมด้วยแผนสำรองในกรณีที่การประมูลเลื่อนออกไปจากปลายปีนี้ด้วยบริษัทยื่นข้อเสนอต่อทีโอทีเพื่อขอเช่าโครงข่าย 2.1GHz และ 2.3GHz ถ้าทีโอทีอนุมัติ ก็น่าจะช่วยสนับสนุนให้ ADVANC รักษาความได้เปรียบในการแข่งขันเอาไว้ได้
แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายปลายปี 58 ที่คำนวณได้จากวิธี DCF ที่ 270 บาทการคำนวณด้วยวิธี DCF อิงกับ cost of debt 5% และ cost of equity 10.9% ซึ่งเราใช้สมมติฐาน market risk-free rate ที่ 4.5% และ risk premium 7.5%, WACC 10.2%, และ terminal growth rate 3%








