วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TISCO - ซื้อ

แม้กำไร2Q58ลดลง 16%QoQแต่กำไรครึ่งแรกปี 58 เติบโต 14%

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- แจ้งกำไร 2Q58ทรงตัวYoYแต่หดตัว 16%1H58 กำไรเติบโต 14%:  ในช่วง 2Q58 มีกำไรสุทธิ1 พันล้านบาทใกล้เคียงกับ 2Q57 แต่ลดลง 16% จากไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากมีการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 28% จากไตรมาสแรกจากการตั้งสำรองส่วนเพิ่มในส่วนบมจ.สหวิริยาสตีลอินดัสตรี(SSI) ซึ่งอยู่ในกลุ่มสินเชื่อจัดชั้นพิเศษ โดยตั้งเพิ่มเฉพาะส่วนของโรงถลุงที่อังกฤษ(SSI-UK)อีก 22% จากเดิมที่ตั้งแล้ว 36%ตามข้อแนะนำของธปท.ที่ให้คำนึงถึงหลักประกันในกรณีที่ต้องบังคับขายอย่างไรก็ดี รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากต้นทุนเงินฝากที่ลดลงทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับดีขึ้นเป็น 3.7% จาก 3.5% ใน 1Q58 และ 3.2% ใน 2Q57 นอกจากนี้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยยังเติบโตได้ดีราว 8.8% จากการออกกองทุนรวมและและรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจในการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ในเดือนพ.ค.ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกมีกำไร 2.2 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 14%

- ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 58 ลดลง 14% ซึ่งเติบโตไม่มากนักจากปี 57: กำไรครึ่งแรกปี 58 คิดเป็น 44% ของประมาณการทั้งปี ขณะที่ภาพรวมตลาดสินเชื่อเช่าซื้อยังชะลอตัวต่อเนื่องตามภาวะตลาดรถยนต์ ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อโดยรวมจากเดิม 10% เป็นทรงตัวใกล้เคียงกับปี 57 และปรับเพิ่มสมมติฐานค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญอีก 6%เพื่อสะท้อนถึงส่วนที่ตั้งสำรองเพิ่มเติมครั้งเดียวสำหรับ SSIส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 58 ใหม่ลดลง 14%เหลือ 4.3 พันล้านบาทซึ่งเติบโตเพียง 1.5% จาก 4.2 พันล้านบาทในปี 57

- ปลายมิ.ย. 58สินเชื่อหดตัว5.1%YTD: ปลายเดือนมิ.ย. 58 มียอดสินเชื่อเกือบ 2.5 แสนล้านบาทลดลง 5.1% จากปลายปี 57จากการหดตัวในทุกกล่มสินเชื่อ ซึ่งเป็นผลกระทบจากพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อที่ยังหดตัวตามภาวะตลาดรถยนต์ที่ยังไม่ฟื้น แต่สถานการณ์ถือว่าดีขึ้นเป็นลำดับจากสถิติ Penetration Rateเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่ปรับขึ้นเป็น 9.8% จากค่าเฉลี่ย7.3% ในปี 57 ขณะที่ผลขาดทุนจากรถยึดรถลดลง ทั้งนี้ ตัวเลข NPL ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 6 % จากปลายปี 57มาจากกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อที่เป็น seasonal effect ใน Q2 และกลุ่มสินเชื่อ SME ที่เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งนี้ ผู้บริหารชี้แจงว่าทิศทางการเกิด NPL ใหม่เริ่มทรงตัว

- คงคำแนะนำ“ซื้อ”ราคาเหมาะสม 50 บาท: ฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(BIS Ratio)ตามวิธี IRBที่ 17.46%อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 13.07% ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ทำให้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ซึ่งอิงProspectP/BV ที่ระดับ 1.4 เท่าและKe 12.5% ลดเหลือ 50 บาทจากเดิม 52 บาทซึ่งยังมี upside จากราคาปิดล่าสุดคาดการณ์เงินปันผลปี 58 ราว 2.16 บาท yield4.8%สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 3.3%ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ“ซื้อ”