“Page365” Startup พันธุ์อึด

“Page365” Startup พันธุ์อึด

“Page365” เจ้าตลาด Social Commerce ของเมืองไทย ธุรกิจ Startup ของคนรุ่นใหม่ ที่อยู่ในสนามมาไม่กี่ปี แต่กำลังเนื้อหอมสุดๆ ในสายตาของนักลงทุน

ชอบคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรมเป็นตั้งแต่ประถม เข้ามหาวิทยาลัย ปี1-ปี2 ก็เป็นอาจารย์สอนพิเศษ มีรายได้เบาๆ กว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน ปี3 เริ่มรับจ้างเขียนโปรแกรมให้ลูกค้า พอเรียนจบหันหลังให้เอกสารสมัครงาน แต่ไปจดทะเบียนบริษัทของตัวเองแทน เลยได้เป็นผู้ประกอบการตั้งแต่วัยเพียง 20 อ่อนๆ

เรากำลังพูดถึง “ฬุศรัณย์ ศิลป์ศรีกุล” คนหนุ่มวัย 25 ปี ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท Openlink Solutions จำกัด เจ้าของ “Page365” ธุรกิจ Social Commerce (การค้าผ่านโซเชียล) ที่มีจำนวนร้านค้ากว่า 25,000 ร้านค้า ขาช้อปกว่า 6 ล้านคน มีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 70 ล้านบาท ต่อเดือน

“ฬุศรัณย์” และธุรกิจของเขา ถูกจับตามองมากขึ้น หลังได้รับการลงทุนจากนักลงทุนชาวไทย “กฤษณ์ ณ ลำเลียง” ผู้สร้างคาแร็กเตอร์การ์ตูนชื่อดัง “กระต่ายจอมโหด” Bloody Bunny ตามมาด้วย “Galaxy Ventures” จาก Galaxy Group และล่าสุดกับ “Inspire Ventures” ซึ่งเป็น VC (Venture Capital) ที่มีสำนักงานอยู่ทั้งในไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย กับเงินทุนก้อนล่าสุด ประมาณ 15 ล้านบาท (ระดับ Seed)

ทำไม Startup ไทย ถึงเป็นที่สนใจของนักลงทุน “ความคิด” และ “ตัวตน” ของคนก่อตั้ง คือ หนึ่งในคำตอบนั้น

“ผมเริ่มฝึกทำโปรแกรมง่ายๆ ตั้งแต่ ป.5-ป.6 เริ่มจากอยากแกล้งเพื่อน ด้วยความซนตามประสาเด็ก เลยเอารูปเพื่อนมาตัดต่อเป็นอะไรตลกๆ บ้าง จากนั้นก็เริ่มเขียนเว็บไซต์สอนใช้โปรแกรมโน่นนี่ จนมา ม.ต้น-ม.ปลาย ก็เริ่มทำโปรแกรมฝึกพิมพ์ดีดออกมา ก็ทำมาต่อเนื่อง โดยเรียนรู้จากการฝึกฝน ซื้อหนังสือมาอ่านบ้าง และค้นหาจากกูเกิล”

เขาบอกจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการคอมพิวเตอร์ ย้ำว่าในตอนแรกไม่คิดทำหาเงิน แต่ “ทำเอามัน” ล้วนๆ

ตอกย้ำความชอบด้วยการตัดสินใจสอบเข้า สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทว่าเขากลับไปเจออีกฝันที่อยู่นอกห้องเรียนซะอย่างนั้น

“ตอนอยู่มหาวิทยาลัยผมแทบไม่เข้าเรียนเลย เรียนจุฬา แต่ตัวอยู่สยาม มาสอนพิเศษ ตอนนั้นรายได้ดีมาก ผมสอน ฟิสิกส์ คณิต คอมฯ ให้กับเด็กฝรั่ง คิดค่าสอนชั่วโมงละ 800 บาท เดือนๆ หนึ่ง ก็ได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท”

เขาบอกรายได้ก้อนโตที่หาได้ตั้งแต่สมัยเรียน เลยต้องเบี่ยงเวลามาหาประสบการณ์จากข้างนอกดูบ้าง แต่เห็นอย่างนี้ใครจะคิดว่าเขายังได้ “เกียรตินิยม” มาดูวิธีคิดไม่ธรรมดาของเด็กหนุ่มคนนี้

“บางคนมีความคิดว่า เรียนอย่างไรให้ได้เกรดสูงๆ แต่ผมไม่ใช่ ผมมองว่า เรียนอย่างไรให้ใช้เวลาน้อยที่สุด และได้เกรดดีที่สุด ผมไม่ได้โฟกัส Performance แต่โฟกัส Efficiency ดังนั้นพอเกรดผมถึงเกียรตินิยม ผมปล่อยเลย แล้วเอาเวลาไปทำงาน” เขาบอก

พอปี3 ก็เริ่มรับจ้างเขียนเว็บ เขียนโปรแกรมให้ลูกค้า เริ่มหาคนเข้ามาช่วย เขายอมรับตรงๆ ว่า เหนื่อย และเงินน้อย สู้สอนพิเศษก็ไม่ได้ แต่ที่ต้องทำก็เพื่อแลกกับประสบการณ์ที่จะปูทางสร้างอนาคต

หลังเรียนจบเขาหันหลังให้ใบสมัครงาน แล้วเลือกไปจดทะเบียนบริษัท เข้าสู่โลกผู้ประกอบการ..นับจากนั้น

“ตอนแรกที่เปิดบริษัทมีแต่คนไม่สนับสนุน แต่ผมคิดว่า ไม่เห็นเป็นไร เจ๊งตอนนี้ ก็ไม่ได้มีครอบครัวต้องดูแล ลองเปิดสัก 3 บริษัท ถ้าอันหนึ่งเจ๊งก็เปิดอีกอัน จนครบ 3 บริษัท ถ้ายังไม่รอดค่อยไปสมัครงาน(หัวเราะ)”

วันนี้ยังเปิดแค่บริษัทเดียว แต่วิถีผู้ประกอบการไม่มีอะไรง่าย เขายอมรับตรงๆ ว่า เหนื่อย งานเยอะ เงินก็น้อย เครียดเป็นเท่าทวี สิ้นเดือนจะเอาอะไรไปจ่ายลูกน้อง เงินเดือนออกลูกน้องไปปาร์ตี้ แต่เขาต้องนั่งกินแกลบ

“ธุรกิจก็ดีนะ แต่มันสเกลไม่ได้ ขยายไม่ได้ ถ้าอยากรับงานเพิ่ม ก็ต้องจ้างลูกน้องเพิ่ม แต่พอมีลูกน้อง ก็ต้องมีงานเข้ามาตลอดอีก ไม่อย่างนั้นก็เลี้ยงเขาไมได้ ผมเลยคิดว่า ทำอย่างนี้ต่อไปไม่ไหวแน่ แต่ควรทำโพรดักส์ออกมา”

กอปรกับตอนนั้นได้รู้จักกับพาร์ทเนอร์คอเดียวกัน เลยชักชวนมาร่วมธุรกิจ แล้วเปลี่ยนสู่การเป็น Startup เต็มตัว

ที่มาของ “Page365” ระบบหลังบ้านผู้ช่วยแม่ค้าออนไลน์ ที่ค้าขายผ่านไลน์ เฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ โดยสามารถเปิดหน้าร้าน และเชื่อมต่อไปยังโซเชียลมีเดียอื่นๆ ได้ ช่วยให้การค้าขาย โต้ตอบ และส่งบิลซื้อขายให้ลูกค้า ทำได้ง่ายๆ
เมื่อได้ตัวต้นแบบออกมา และมีแนวโน้มว่าจะขายได้ ก็เริ่มไปหานักลงทุนที่สนใจไอเดียของพวกเขา เลยออกตระเวน Pitch งานทั้งในและต่างประเทศ เหมือนกับ Startup ทั่วไป จนได้นักลงทุนรายแรก “กฤษณ์ ณ ลำเลียง”

“ท่านบอกผมว่า ไม่ได้ชอบโพรดักส์ขนาดนั้นหรอก แต่ว่าชอบทีม..ดูสู้ดี” เขาบอกเหตุผลที่ชนะใจนักลงทุน

เงินทุนก้อนแรกไม่ถึงล้านบาท เข้ามาต่อชีวิตได้ระยะหนึ่ง โดยนำมาพัฒนาโพรดักส์และเริ่มทำตลาด ระหว่างนั้นก็หาทุนรอบสอง จนได้ Galaxy Ventures เข้ามาช่วย ตามด้วย Inspire Ventures ที่เพิ่งลงทุนเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา
โซลูชั่นดีๆ เริ่มเปิดให้ใช้บริการฟรี เขาบอกว่ายังไม่ได้โฟกัสเรื่องเงิน เพราะอยากให้มีคนมาใช้ให้มากที่สุด แต่ถ้าคิดจะเกิบเงินก็เชื่อว่า ทำได้ง่ายๆ ก็แค่พลิกโมเดลให้ทำเงินได้

“แค่เปลี่ยนโมเดลก็สามารถหาเงินได้แล้ว อย่างสมมติวันนี้ผมอยากได้เงิน ก็แค่เริ่มเก็บค่าธรรมเนียม ถามว่าแม่ค้ายอมจ่ายไหม ยอมจ่ายแน่นอน เพราะข้อมูลอยู่กับเรา เขาย้ายออกลำบาก แต่ถ้าทำแบบนั้นการจะหาลูกค้าใหม่จะยากขึ้น ฉะนั้นในช่วงนี้เราจะให้เขาใช้ฟรีไปก่อน แต่คิดว่า น่าจะเริ่มหาเงินได้ภายในปีหน้า”

เป้าหมายที่ท้าทายไม่ได้อยู่แค่ในไทย แต่คือการเป็นเจ้าตลาดอาเซียน

“เราเริ่มเปิดตลาดที่เวียดนาม โดยทำเป็นภาษาเวียดนามเลย ซึ่งตั้งแต่ทำมา เราไม่มีภาษาอังกฤษ เพราะมองว่า อาเซียนที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีคือฟิลิปปินส์นอกนั้นไม่ค่อยเท่าไร เลยทำเป็นภาษาไทย เวียดนาม และบาฮาซามารองรับ”

เขาวาดฝันว่า ถ้าสามารถทำตลาดอาเซียนได้ครึ่งหนึ่งของแต่ละประเทศ และมีลูกค้าประมาณ 2 แสนราย การจะมีรายได้แตะ 300 ล้านบาท ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม!

“Page365 อยากแก้ปัญหาคนให้เยอะที่สุด เพราะโพรดักส์ คือ เครื่องมือแก้ปัญหาของเขา โดยเราอยากเป็นเบอร์หนึ่ง และอยากเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้” เขาบอกความมุ่งมั่น

สำหรับเขา Startup ไม่มีที่ 2-3-4 มีแค่ที่ 1 หรือ ไม่เป็นอะไรเลย...ก็เท่านั้น

“ถ้าคุณไม่ชนะ คุณก็ตายไปเลย เท่านั้นเอง” เขาบอก

สำหรับใครที่อยากมาทำ Startup รุ่นพี่ที่อายุไม่ห่างกันมาก บอกแค่ว่า ขอให้ใจแข็ง คิดว่า ถ้าล้มเหลวก็ไม่เป็นไร รีบทำ จะได้รีบล้ม รีบล้ม จะได้รีบเก่ง มีเวลาไปสร้างความสำเร็จต่อไปได้ ส่วนใครจะเริ่มใหม่แนะนำให้ไปลองฝึกงานกับ Startup อื่นดูก่อน เพื่อเรียนรู้ เห็นทางลัด ไม่ต้องเริ่มใหม่ และไปใช้ความพยายามแบบผิดๆ ให้เสียเวลา

“Startup ต่อให้คุณพยายามแค่ไหน แต่ถ้าคุณพยายามผิดที่ หรือ พยายามแบบโง่ๆ เขาก็ไม่ซื้อของคุณ โลกแห่งความจริงไม่มีใครให้รางวัลเราด้วยความพยายาม แต่เขาให้เพราะโซลูชั่นที่เราคิดออกมา ถ้าแก้ปัญหาเขาได้ เขาก็ซื้อ”

หนึ่งบทเรียนของการเป็น Startup ที่ไม่ได้ให้แค่ความสำเร็จหรือล้มเหลว ทว่ายังทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้นด้วย

..............................................

Key to success

เส้นทาง Startup ฉบับ Page365

๐ เริ่มจากความชอบและความถนัด

๐ โพรดักส์ต้องตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้

๐ หาพาร์ทเนอร์ที่ใช่ ร่วมทางไปด้วยกัน

๐ โพรดักส์ดี ขยายได้ เข้าตานักลงทุน

๐ ใช้กลยุทธ์ Localized เจาะอาเซียน

๐ ทำธุรกิจ รีบล้ม จะได้รีบเก่ง