หยุดยาว “เทศกาลปีใหม่” นับเป็นช่วงพีคของผู้ประกอบการตลาดนักท่องเที่ยวขาออก (Outbound) คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวพักผ่อนต่างประเทศ ให้รางวัลแก่ชีวิตก่อนเริ่มต้นศักราชใหม่ บรรยากาศการเดินทางคึกคัก เนื่องจากมีปัจจัย “เงินบาทแข็งค่า” หนุนการจับจ่าย และในหลายประเทศมีโปรดักต์น่าสนใจ เปิดมุมมองใหม่ให้กับคนไทย ทั้งแปลกตา และตรึงใจ!
ธนพล ชีวรัตนพร กรรมการผู้จัดการบริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส จำกัด หนึ่งในบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศในช่วงหยุดยาว “เทศกาลปีใหม่ 2569” นิยมเดินทางไปเที่ยว “ประเทศจีน” มากเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ ญี่ปุ่น และยุโรป โดยมีปัจจัยเงินบาทแข็งค่าส่งผลดีในเชิงจิตวิทยาการเดินทางจับจ่ายของกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมีแผนไปเที่ยวต่างประเทศอยู่แล้ว
คาดว่าในปี 2569 จะมีคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ 11-12 ล้านคน ใกล้เคียงกับปี 2568 ที่มีการใช้จ่ายเฉลี่ย 40,000 บาท/คน/ทริป หรือคิดเป็นรายได้ 4.4-4.8 แสนล้านบาท โดยจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 คือจีน ซึ่งน่าจะมีคนไทยไปเที่ยวมากถึง 2 ล้านคนในปี 2568
หลังจากมีข้อตกลง “ยกเว้นวีซ่าไทย-จีน” เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2567 ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเดินทางเข้าจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า โดยแต่ละครั้งสามารถพำนักในจีนได้ไม่เกิน 30 วัน และรวมระยะเวลาพำนักไม่เกิน 90 วัน ภายใน 180 วัน
คนไทยฮิตเที่ยว "จีน" คาดทุบสถิติเกิน 2 ล้านคนปี 68
อีกปัจจัยบวกที่ส่งเสริมตลาดคนไทยเที่ยวจีนคือ เส้นทางบินไทย-จีนมี “เที่ยวบินเช่าเหมาลำ” (ชาร์เตอร์ไฟลต์) รับคนจีนมาเที่ยวไทย ผู้ประกอบการบริษัททัวร์จึงทำการตลาดดึงคนไทยไปเที่ยวจีนเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับ “ราคาแพ็กเกจท่องเที่ยวจีน” เฉลี่ยอยู่ที่ 20,000 บาท/คน/ทริป (รวมตั๋วเครื่องบิน) สำหรับพำนัก 3-4 คืน ถือว่าไม่แพง ทั้งยังเดินทางสะดวกเพราะมีรถไฟความเร็วสูงให้บริการหลายเมือง
“ปี 2568 เป็นปีที่คาดว่าจะมีคนไทยไปเที่ยวจีนมากกว่า 2 ล้านคน ทุบสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เคยมีมา เมืองที่ได้รับความนิยมสูงคือฉงชิ่ง ถือเป็นเมืองที่มีคนไทยไปเที่ยวมากที่สุด จากจุดขายกิจกรรมท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กชื่อดังในโซเชียลมีเดีย ช่วงกลางคืนมีแสงสีน่าเดินชม อีกเมืองคือเฉิงตู เที่ยวภูเขาสี่ดรุณี เป็นภูเขาสูงหิมะขาวกับธารน้ำแข็ง เป็นที่ชื่นชอบของคนไทย ไปกันจำนวนมาก”
"ญี่ปุ่น" ครองอันดับในใจ เยนอ่อนหลุด 20 บาทกระตุ้นยอดเดินทาง
ส่วนจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมรองลงมาคือ “ญี่ปุ่น” มีแนวโน้มคนไทยไปเที่ยวมากกว่า 1 ล้านคนในปี 2568 รับสถานการณ์ “เงินเยนอ่อนค่าหนัก” หลุดกรอบอัตราแลกเปลี่ยน 20 บาทต่อ 100 เยนในรอบ 33 ปี!
จากรายงานล่าสุดขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า ในช่วง 11 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ย.) ปี 2568 คนไทยไปญี่ปุ่นสะสมกว่า 1.06 ล้านคน เติบโต 5.7% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มากเป็นอันดับ 6 ของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นสูงสุด รองจากจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน สหรัฐ และฮ่องกง
สารพัดปัจจัยบวกพลิกโฉมประเทศจีน หนุนคนไทยเปิดใจ
สันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า กระแสคนไทยเดินทางท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นในปี 2568 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเดินทางโดยไม่ต้องใช้วีซ่า ทำให้สามารถตัดสินใจไปท่องเที่ยวได้ง่าย
ประกอบกับปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกให้การเดินทางท่องเที่ยวประเทศจีนง่ายขึ้น ทั้งเรื่องภาษา การใช้จ่าย ระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป อีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวมีความสวยงามยิ่งใหญ่ ด้านวัฒนธรรม อาหารการกิน การใช้จ่ายชอปปิง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง และค่าครองชีพไม่สูง ทำให้แต่ละทริปการเดินทางเที่ยวเมืองจีนนั้นคุ้มค่า
“คนไทยเริ่มเปิดใจไปจีนกันมากขึ้น จนเกิดเป็นกระแสการเดินทางไปยังเมืองยอดฮิต เช่น ฉงชิ่ง เฉิงตู และกว่างโจว ส่วนเมืองอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ก็สวยงามไม่แพ้กัน”
Agoda เปิด 5 อันดับแรก คนไทยนิยมจอง-ค้นหาที่พักมากที่สุด
อรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย อโกด้า (Agoda) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ กล่าวว่า จากอันดับการจองและยอดการค้นหาที่พักบนอโกด้าในปี 2568 พบว่า 5 อันดับแรกของ “จุดหมายปลายทางต่างประเทศยอดนิยม” ของนักท่องเที่ยวไทย ได้แก่ ญี่ปุ่น เวียดนาม จีน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ขณะที่ 3 อันดับแรกของจุดหมายปลายทางมาแรงคือ มาเก๊า เติบโตถึง 107% เทียบกับปี 2567 รองลงมาอินโดนีเซีย เติบโต 87% และจีน เติบโต 84%
ด้าน 5 อันดับแรกของกิจกรรมท่องเที่ยวยอดนิยมในต่างประเทศของนักท่องเที่ยวไทย ได้แก่ บัตรเข้าฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์, บัตรเข้ายูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์, บัตรเข้าเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์ รีสอร์ต, บัตรเข้าชม การ์เดนส์ บาย เดอะ เบย์ สิงคโปร์ และบัตรเข้าโตเกียว ดิสนีย์ รีสอร์ต
ไปเที่ยวเพื่อพักผ่อน! คนไทยต้องการสิ่งนี้มากที่สุด
ทั้งนี้จากรายงานเทรนด์การท่องเที่ยว “Agoda 2026 Travel Outlook” ของอโกด้า ระบุว่า “นักท่องเที่ยวไทย” เป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียที่เลือก “การพักผ่อน” เป็นแรงจูงใจหลักในการท่องเที่ยว โดยมีถึง 73% ที่ระบุว่าการพักผ่อนคือเหตุผลสำคัญที่สุด! รองลงมาคือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 30% ซึ่งเดิมเข้าใจว่าอาจเป็นเทรนด์เฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น แต่คนไทยก็สนใจเรื่องนี้มากขึ้นเช่นกัน ส่วนเหตุผลเพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารอยู่ที่ 20%
“ถ้าไม่มีข้อจำกัดด้านวีซ่า กว่า 69% ของนักท่องเที่ยวไทยจะเดินทางบ่อยขึ้น และอีก 57% จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ๆ มากขึ้น”
"งานวิ่ง-คอนเสิร์ต-เทศกาลดนตรี" ตรึงคนไทยเที่ยวในประเทศ
อรรคพร กล่าวเพิ่มเติมว่า รายงานเทรนด์การท่องเที่ยวดังกล่าวยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทย “การท่องเที่ยวภายในประเทศ” กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยกว่า 66% วางแผนเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพิ่มขึ้นจาก 30% ในปีที่แล้ว และน่าจะเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องในปี 2569 จากความสนใจเข้าร่วมอีเวนต์ต่างๆ เช่น งานวิ่ง คอนเสิร์ต และเทศกาลดนตรี
นอกจากนี้ 56% ของนักท่องเที่ยวไทยวางแผนที่จะเดินทางระยะสั้นๆ เพียง 1-3 วันต่อทริป แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวไทยกำลังให้ความสนใจกับการเดินทางใกล้ ๆ และสั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นความน่าหลงใหลของเมืองใหญ่ หรือเมืองเล็กที่น่าค้นหา
“นักเดินทางโหยหาทริปสั้น ๆ แม้จะเป็นทริปสั้น ๆ ช่วงสุดสัปดาห์ก็ตาม โดย 50% ระบุว่าจะเดินทางกับครอบครัว และ 30% เลือกเดินทางกับคู่สมรสหรือแฟน”
44% ของคนไทยวางแผนจ่ายราคาที่พักไม่เกิน 1,600 บาทต่อคืน
ขณะเดียวกันจุดหมายปลายทางที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักเริ่มดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวไทยมากขึ้น สำหรับเหตุผลที่นักท่องเที่ยวไทยเลือกจุดหมายปลายทางเหล่านี้แทนจุดหมายยอดนิยม พบว่า 40% มองว่าราคาเข้าถึงได้และมีโปรโมชันจูงใจ นอกจากนี้ 41% มองว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีรีวิวให้ศึกษา และมีบริการสนับสนุนการเดินทางต่างๆ และ 31% ระบุว่าได้ใกล้ชิดธรรมชาติและมีกิจกรรมกลางแจ้ง
“นักท่องเที่ยวไทยชื่นชอบข้อเสนอคุ้มค่าสำหรับการจองที่พัก โดย 44% วางแผนใช้จ่ายไม่เกิน 1,600 บาทต่อคืน อีก 40% วางแผนใช้งบระหว่าง 1,601-3,200 บาทต่อคืน และมีเพียง 3% ที่ตั้งงบไว้มากกว่า 3,200 บาทต่อคืน”





