วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (16 ก.ค.58)

แนวโน้มเป็นบวกอย่างระมัดระวัง

คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ โดยที่ความกังวลในปัจจัยต่างประเทศโดยเฉพาะ เรื่องกรีซที่ลดลงอย่างมากหลังจากรัฐสภาลงมติเห็นชอบการรับความช่วยเหลือทางการเงินที่พ่วงเงื่อนไขการปฏิรูป ตัวเลข GDP ของจีนที่ดีกว่าคาดก็เป็นปัจจัยบวก ในขณะที่ปัจจัยลบในประเทศวันนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเก่า ซึ่งน่าจะมีผลต่อตลาดอย่างจำกัด อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงต้องรอมติรัฐสภาเยอรมันพรุ่งนี้เรื่องกรีซ


หุ้นเด่นวันนี้ :  ITD (ราคาปิด 8.20 บาท; NR; ราคาเป้าหมาย Bloomberg ปี 58 8.57 บาท)

บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ของไทย ซึ่งน่าจะมียอดขายเติบโตจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาครับเหมาก่อสร้าง ในปี 57 บริษัทมีรายได้เติบโต 9.4% ขณะที่ในปี 58 น่าจะได้เห็นการเติบโตในอัตราเร่ง แม้ว่าในไตรมาสแรกของปีมักจะเป็นไตรมาสที่เติบโตช้าแต่รายได้ของบริษัทก็ยังสามารถเติบโตได้ 7.9% YoY ใน ไตรมาส 1/58 นอกจากนี้ ในปี 57 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจาก 11% เป็น 9% จากต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น แต่ในปีนี้ต้นทุนมีแนวโน้มลดลงจากราคาพลังงานที่ต่ำและอุปสงค์ต่อวัสดุก่อสร้างของจีนยังเติบโตช้า บริษัทยังมีปริมาณงานในมือรอการส่งมอบที่แข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นปี 57 บริษัทมี Backlog อยู่ที่ 67.1 พันลบ. เทียบกับรายได้รับเหมาก่อสร้างในปี 57 อยู่ที่ 45.3 พันลบ. ในปี 58 นี้ บริษัทยังได้เซ็นสัญญารับก่อสร้างเพิ่มเติมแล้วอีก 20.0 พันลบ. นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อีกมากรอการประมูลซึ่งบริษัทน่าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก และโครงการทวายมูลค่าโครงการ 350 พันลบ. ยังคงดำเนินต่อภายใต้ความร่วมมือไตรภาคีระหว่าง ญี่ปุ่น เมียนมาร์และไทย จากประมาณการ Bloomberg คาดว่า EPS ปี 58 จะเติบโต 34% เป็น 0.14/หุ้นและ ปี 59 เติบโตเพิ่มขึ้น 45% มาอยู่ที่ 0.21 บาท/หุ้น

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ: 

• จะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ผลการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับ 2557 จะมีผลในวันนี้ หลังจากได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวานซึ่งจะทำให้มีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

• ก.คลังลดประมาณการณ์การเติบโต กระทรวงการคลังคาดว่าการเติบโตเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 2.6% ในครึ่งปีหลังต่ำกว่าครึ่งแรกอีก หมายถึงจะเติบโตเพียง 3.0% ทั้งปีนี้ซึ่งนับเป็นความท้าทายของรัฐบาล การเติบโตที่ต่ำนั้นมีเหตุมาจากการส่งออกที่อ่อนแอ คาดว่าจะร่วงลง 1.3% ในครึ่งหลังปีนี้หรือ 1.7% สำหรับทั้งปี 58 สศค.คาดว่าจะหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจลงภายในเดือนนี้จากเดิม 3.7%

• พ.ย.นี้ ประมูล 30 เมกะเฮิร์ตซ์คณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัลวานนี้ได้เห็นชอบให้สั่ง กสท.โทรคมนาคมให้คืน 5 เมกะเฮิร์ตซ์ของคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ให้แก่ กสทช. โดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อนำมาประมูล 4จี ทำให้รวมแล้วมีแบนด์วิธทั้งหมด 30 เมกะเฮิร์ตซ์แบ่งเป็น 2 ใบอนุญาต ใบละ 15 เมกะเฮิร์ตซ์ (Bangkok Post)ความเห็น: เราคาดว่าเป็นข่าวดีแก่ค่ายมือถือ ยิ่งมีคลื่นมากยิ่งมีประสิทธิภาพของบริการสูง และจากการที่คนสั่งคือคณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัลโดยมีนายกนั่งเป็นประธานทำให้ยากขึ้นที่ กสท.โทรคมนาคมจะดึงเกมให้ประมูลล่าช้า อย่างไรก็ตามเนื่องจากใบอนุญาตมีแค่สองใบ การแข่งขันน่าจะรุนแรงและทำให้สุดท้ายราคาใบอนุญาตน่าจะแพง

• คาดการณ์การใช้จ่ายด้านไอซีทีลดลง งานวิจัยโกลบอลไอทีโดยบริษัท IDC ประเทศไทยได้ปรับประมาณการณ์ใช้จ่ายด้านไอซีทีของประเทศไทยลงจากเดิมคาดเติบโต 13% เหลือ 3.8% เนื่องจากการเติบโตของจีดีพีที่ยังอ่อนแอ การใช้จ่ายภาครัฐล่าช้าและการบริโภคภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว (Bangkok Post)

• รัฐบาลอาจซื้อเรือที่ไม่ถูกใช้งาน การทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังพิจารณาเรื่องการเข้าซื้อเรือผิดกฎหมายที่จะใช้การได้อีกไม่นานเนื่องจากการยึดมาตรการต่อต้านการประมงผิดกฏหมาย โดยอาจช่วยซื้อเรือขนาดกลาง 300 ลำ ใน 22 จังหวัดติดน่านน้ำชายฝั่งและอยู่ในระหว่างเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา (Bangkok Post)

• GOLD ยังคงแผนการเปิดตัวโครงการทาว์นเฮ้าส์ใหม่จำนวน 6 โครงการ มูลค่ารวม 6.6 พันลบ. ในช่วงที่เหลือของปีนี้ หลังจากที่บริษัทมองว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของตลาดผู้มีรายได้ปานกลางยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ความต้องการอยู่อาศัยของตลาดผู้มีรายได้ระดับล่างค่อนข้างซบเซาเนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่หดตัวรวมถึงการให้สินเชื่อเงินกู้บ้านที่ลดลง ทั้งนี้ GOLD ตั้งเป้ายอด Presales ปีนี้อยู่ที่ 1.06 หมื่นลบ. ขณะที่ประเมินรายได้อยู่ที่ 7.0 พันลบ. เพิ่มสูงขึ้น 62% จากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 4.3 พันลบ. (The Nation)

ต่างประเทศ:

• รัฐสภากรีซเห็นชอบร่างกฎหมายปฏิรูปอย่างรวดเร็ว ตามข้อเรียกร้องของเหล่าเจ้าหนี้นานาชาติแลกกับเงินช่วยเหลือจำนวนหลายพันล้านยูโรเพื่อให้กรีซสามารถอยู่ในยูโรโซนต่อไป มีเหล่าผู้ประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดขว้างปาระเบิดขวดด้านหน้าอาคารรัฐสภากรีซซึ่งถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงมากที่สุดในรอบสองปี (Reuters)

• รัฐสภาฝรั่งเศสเห็นชอบต่อแผนช่วยเหลือกรีซอย่างท่วมท้น ได้รับคะแนนทั้งจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมและจากฝ่ายสังคมนิยมนำโดยประธานาธิบดี นายฟรังซัว โอลลังด์ (Reuters)

• จีดีพีไตรมาส 2/58 ของจีนโตขึ้น 7% ต่อปี ไม่แตกต่างจากไตรมาสก่อนนักและมากกว่าตัวเลขประมาณการของนักวิเคราะห์เล็กน้อยที่ 6.9% (Reuters)

• เยลเลนยังยืนยันขึ้นอัตราดอกเบี้ยปีนี้ ประธานเฟด นางเจเน็ต เยลเล็นได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างมั่นคงในช่วงที่เหลือของปีซึ่งจะทำให้เฟดตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยแต่ไม่ได้กำหนดช่วงเวลาชัดเจน เป็นที่คาดการณ์กันโดยทั่วไปว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระหว่างเดือนก.ย. หรือ ธ.ค. (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเมื่อวันพุธ มีสาเหตุมาจากราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานลดลงเนื่องจากราคาน้ำมันดิบมีข่าวปรับตัวลงจากแนวโน้มการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านที่จะเพิ่มขึ้นในตลาดน้ำมันดิบโลก อย่างไรก็ตาม มีข่าวบวกในกลุ่มสถาบันการเงินเกี่ยวกับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Bank of America และ US Bancorp (Reuters)

• เฟดเปิดเผยรายงาน Beige Bookชี้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัว จากกลางเดือนพ.ค.ถึงเดือนมิ.ย. เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายผู้บริโภคแต่ยังคงชะลอตัวในภาคการผลิต (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปขยับขึ้น จากนักลงทุนคาดหวังว่ารัฐสภากรีซจะผ่านกฎหมายรับรองมาตรการความช่วยเหลือทางการเงินและเงื่อนไขปฏิรูปต่างๆ แม้การปรับตัวขึ้นจะเป็นไปอย่างจำกัดก่อนคำแถลงของประธาน Fed (Reuters)


เอเชีย:

• หุ้นจีนปรับตัวลงแม้ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/58 จะออกมาดีกว่าตลาดคาด ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วงลง 3% ในขณะที่ดัชนี CSI300 ที่เป็นดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ 300 ตัวในตลาดเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้นลดลง 3.5% ในวันพุธ(Reuters)

• ทางการจีนออกมาตรการกระตุ้นการนำเข้า-ส่งออก สภาแห่งรัฐของจีนจะออกมาตรการให้เงินอุดหนุนสินเชื่อเพื่อการนำเข้า และลดขั้นตอนทางศุลกากรแล้วเพิ่มวงเงินประกันสินเชื่อการส่งออก รวมทั้งมีคำสั่งให้ธนาคารอำนวยสินเชื่อเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นนายกหลี่ เคอชิง กล่าวว่า รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินการปล่อยสินเชื่อจากสำรองเงินตราทางการจีนที่ปัจจุบันอยู่ที่ 3.69 ล้านล้านดอลลาร์ (Reuters)

• ธนาคารกลางญี่ปุ่นคงนโยบายการเงิน และมาตรการเพิ่มฐานเงินปีละ 80 ล้านล้านเยน (6.48 แสนล้านดอลลาร์) ผ่านการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ แต่ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจเติบโตลงเป็น 1.7% จากเดิม 2.0% จากการส่งออกและการใช้จ่ายครัวเรือนที่ยังชะลอตัว (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ทองคำร่วงจากท่าทีขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองตลาดจรปรับลง 5.78 ดอลลาร์สหรัฐสู่ 1,149.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในวันพุธ หลังแตะจุดต่ำสุด 1,143.43 ดอลลาร์สหรัฐระหว่างวัน ทองคำได้ปรับตัวลงเป็น 3 วันติดต่อกันแล้วหลัง Yellen ประธานเฟด ได้แถลงว่าเฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ (Reuters)

• ราคาน้ำมันลงจากความกังวลอุปทาน ตามข่าวว่าสหรัฐบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านและ 6 มหาอำนาจเพื่อจำกัดโครงการนิวเคลียร์แลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรน้ำมันก็ได้ร่วงลงจากความกังวลด้านอุปสงค์ว่าการคว่ำบาตรน้ำมันจากอิหร่านจะยกเลิกในต้นปี 59NYMEX ร่วงลง 1.63 ดอลลาร์หรือ 3% กดดันจากทั้งกรณีอิหร่านและสต็อกน้ำมันที่เพิ่มใน Cushing ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปิดลง 1.46 ดอลลาร์หรือ 2.5% สู่ระดับ 57.05 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)