3Ds ส่วนผสมที่ลงตัวกับแนวโน้มการเติบโตที่สดใส
ประเด็นการลงทุน
เราเริ่มต้นให้คำแนะนำ BR ด้วยคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย (คิดด้วยวิธี PE) ที่ 13.20 บาท ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของหุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกัน เรามองว่า BR เป็นหุ้นที่โดดเด่นจากส่วนผสม 3D คือ Defensive - การเอาตัวรอด; การบริโภคเนื้อเป็ดค่อนข้างมีความยืดหยุ่น และฟื้นตัวได้ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจโลกค่อนข้างชะลอตัว, Dividend - อัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจ; ณ ราคา IPO ที่ 8.80 บาท แสดงให้เห็นถึงอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในปี 2558 ที่ค่อนข้างน่าสนใจที่ 5.3% สูงกว่าอัตราผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ที่ 3.2% และ Discount - มูลค่าที่ค่อนข้างถูก; ณ ราคา IPO มีค่า P/E อยู่ที่ 10.3 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นมูลค่าต่ำสุดในช่วงที่ราคาเนื้อสัตว์ต่ำลงแล้ว นอกจากนี้หากเทียบสัดส่วน PBV/ROE ของค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันซึ่งเท่ากับ 0.13 เท่า ในขณะที่หากคิดกลับมา ณ ราคา IPO ที่ 8.80 สัดส่วน PBV/ROE ของ BR อยู่ที่ 0.07 เท่า จึงถือได้ว่าราคาของ BR ณ ขณะนี้ค่อนข้างถูกมาก นอกเหนือจากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว BR ยังมีการเติบโตที่สดใส เรามองว่าบริษัทมีอัพไซด์จากการขยายกำลังการผลิตอีก 50% ซึ่งจะเพื่มได้ในไตรมาส 3/60 และผลประโยชน์จากการอ่อนค่าของ THB เทียบกับ USD
ความยืดหยุ่นของการบริโภคเนื้อเป็ด
อุตสาหกรรมเนื้อเป็ดเป็นอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างมีความยืดหยุ่นเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ จากข้อมูลสถิติของเรา ในช่วงที่เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวในปี 2554 การบริโภคเนื่อเป็ดต่อหัวเติบโตเฉลี่ย 3.0% ในช่วงปี 2549-2554 เพิ่มไปที่ 0.96 จาก 0.83 กก./หัว/ปี ในทำนองเดียวกัน ในช่วงวิกฤตการเงินของสหรัฐอเมริกาในปี 2551 ปริมาณการบริโภคเนื้อเป็ดของ 20 ประเทศที่มีการบริโภคสูงสุด เพิ่มขึ้น 6% YoY มาอยู่ที่ 3.6 ตันในปี 2551 (จาก 3.4 ล้านตันในปี 2550) เอเชียซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการบริโภคเป็ดสูงสุด มีอัตราการเติบโตของการบริโภคเฉลี่ย 4.0% ในช่วงปี 2551-2554 ตามด้วยภูมิภาคยุโรปที่เติบโต 2% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ผู้นำส่วนแบ่งการตลาดเป็ดทั้งไทยและเนเธอแลนด์
โครงสร้างอุตสาหกรรมเป็ดในไทยมีลักษณะเป็นตลาดผูกขาดโดยผู้ขายน้อยราย เนื่องจากมีผู้เล่นรายใหญ่อยู่เพียงสองบริษัทซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันกว่า 94% โครงสร้างตลาดดังกล่าวเอื้อให้บริษัทมีอำนาจในการควบคุมอุปทานและต่อรองราคากับลูกค้า เมื่อราคาและต้นทุนที่เกี่ยวข้องสูงขึ้น ทั้งนี้ DTH ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็ เป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาดเป็ดในเนเธอร์แลนด์ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 97% ของทั้งประเทศ ดังนั้นจะเห็นว่าราคาหน้าฟาร์มของเป็ดมักจะผันผวนน้อยกว่าราคาไก่ และเรายังไม่เคยพบกรณีที่เกิดอุปทานล้นตลาดของอุตสาหกรรมเป็ด
ขยายกำลังการผลิตในอนาคตอันใกล้
บริษัทมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตในอนาคตอันใกล้นี้ จากการปรับปรุงฟาร์มพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ จะทำให้สามารถเพิ่มจำนวนลูกเป็ดได้อีก 6.5 ล้านตัวต่อปี การสร้างฟาร์มเลี้ยงเป็ดเนื้อของบริษัทเองเพิ่มอีก 3 แห่ง จะทำให้สามารถเพิ่มจำนวนเป็ดเนื้อได้อีก 1 ล้านตัวต่อปี นอกจากนี้บริษัทยังมีการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในโรงชำแหละเดิม รวมถึงก่อสร้างโรงชำแหละใหม่ ซึ่งทำให้มีกำลังการชำแหละเป็ดเพิ่มอีกประมาณ 9 ล้านตัว/ปี ซึ่งหากการปรับปรุงโรงชำแหละเดิมและโรงชำแหละใหม่สร้างแล้วเสร็จ กำลังการผลิตรวมของโรงชำแหละทั้งหมดจะเพิ่มมาที่ประมาณ 27 ล้านตัว/ปี
ประโยชน์จากการแข็งค่าของ USD ซึ่งหักลบผลกระทบจากการอ่อนค่าลงของ EUR
ในส่วนของการดำเนินงานของบริษัทในเครือที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ บริษัทมี natural hedge จากโครงสร้างต้นทุนที่อยู่ในรูปเงินยูโร อย่างไรก็ตามรายรับจากการส่งออกจากบริษัทที่ประเทศไทย คิดเป็นประมาณ 17% ของรายได้รวม ซึ่งใน 17% นี้ คิดเป็นสกุลเงิน USD เท่ากับ 50% โดยจากการที่บริษัทมีรายรับอยู่ในรูปของทั้ง EUR และ USD ทำให้การแข็งค่าของเงิน USD สามารถหักกลบผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงิน EUR ได้ จากการทดสอบ Stress Test ทุกการอ่อนค่าลง 1THB/USD จะทำให้กำไรสุทธิในปี 2558-2560 ของบริษัทเพิ่มขึ้น 4.8-5.1% ในขณะที่ ทุกการแข็งค่าขึ้น 1THB/EUR จะทำให้กำไรสุทธิในปี 2558-2560 ของบริษัทลดลง 0.3%








