รอดูเหตุการณ์สำคัญหลายประการ
คาดตลาดหุ้นไทยเริ่มด้วยการเคลื่อนไหวในกรอบแคบก่อนจากหลายเหตุการณ์สำคัญในวันนี้ในต่างประเทศ จากนั้นน่าจะขยับขึ้นได้ หลังจากความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ค่อยๆคลี่คลายลง ในประเทศการเลื่อนการปรับขึ้น VAT และ ครม.อนุมัติสร้างมอเตอร์เวย์ใหม่ 3 สายเป็นบวก เหตุการณ์สำคัญในต่างประเทศประกอบไปด้วยการลงมติของรัฐสภากรีซต่อการปฏิรูปตามเงื่อนไขของเจ้าหนี้ การประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของจีน ถ้อยแถลงของประธาน Fed และการประชุม กนง.ของญี่ปุ่น 4 เหตุการณ์นี้ยกเว้น GDP ของจีน ตลาดคาดว่าน่าจะออกมาในทางบวก
หุ้นเด่นวันนี้: MC (ราคาปิด 14 บาท, ราคาเป้าหมาย AWS 23.60 บาท, Bloomberg 16.86 บาท)
บมจ.แมค กรุ๊ป เป็นธุรกิจชั้นนำด้านค้าปลีกเสื้อผ้าและสินค้าไลฟ์สไตล์เน้นด้านยีนส์ด้วยแบรนด์ของตัวเอง แม้ว่าในไตรมาส 1/58 การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมจะติดลบ แต่บริษัทก็ได้กระตุ้นยอดโดยขยายสาขาแทนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในปัจจุบันบริษัทมีจุดขายทั้งหมด 22 จุดในเวียดนาม กัมพูชาและพม่า โดยแผนทั้งปีตั้งเป้าเปิดทั้งหมดอีก 60 สาขา และในไตรมาส 1 MC ได้เพิ่มสาขาสำเร็จไปแล้ว 11 สาขา บริษัทจะเน้นลดค่าเช่าที่ต้องจ่ายต่อร้านด้วยการเปิดร้านค้าที่เป็นของตัวเองซึ่งค่าเช่าจะต่ำกว่าและให้อัตรากำไรที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการวางแผงในห้างหรือโมเดิร์นเทรด บริษัทได้ร่วมกับ ปตท. ในการเปิดเอาท์เล็ตของตนเองในปั๊มคอมเพล็กซ์ของ ปตท. นอกจากนี้ MC ได้กระจายธุรกิจไปยังสินค้าอื่นนอกจากยีนส์ด้วย เช่น เสื้อเชิ้ตและนาฬิกาแฟชั่น บริษัทถือหุ้น 51% ใน Time Deco ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายนาฬิกาชั้นนำยี่ห้อเป็นที่รู้จักดี เข่น Diesel DKNY และ Emporio Armani ด้านกำไรของ MC คาดว่าจะเติบโตดีที่ 13% ปีนี้และเร่งขึ้นเป็น 19% ปีหน้า อีกทั้งยังมีอัตราปันผลตอบแทนที่สูงถึง 5.3% สำหรับปี 58 ตามคาดการณ์เฉลี่ยของตลาด ด้านเทคนิครูปแบบราคาของ MC ได้กลับมาเกิดสัญญาณซื้อรายวันอีกครั้ง แม้สัญญาณทางเทคนิคในช่วงแรกนั้นยังคงไม่แข็งแรงเท่าใดนัก แต่ Price Pattern ของ MC จะมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นหากสามารถปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือ 15.30 บาท เพราะจะทำให้ Price Pattern ของ MC กลับมาเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่ และ Price Pattern ของ MC ก็น่าจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปต่อเพื่อทดสอบเป้าหมายถัดไปและที่ 16.30 บาท และ 17.20 บาท ตามลำดับ (Resistance: 14.10, 14.20, 14.50; Support: 13.90, 13.80, 13.50)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• ไฟเขียวสร้างมอเตอร์เวย์ วานนี้ครม.เห็นชอบโครงการสร้างมอเตอร์เวย์เชื่อมอยุธยา-นครราชสีมา นนทบุรี-กาญจนบุรีและ พัทยา-มาบตาพุด มูลค่าโครงการรวม 1.6 แสนลบ. ปีนี้และปีหน้า รัฐบาลจะลงทุนด้วยตนเองแทนที่จะร่วมทุนกับเอกชน (Bangkok Post) ความเห็น: มอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุดนั้นเคยกล่าวถึงมาก่อนแล้วโดย พล.อ.อ. ดร.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม
• คง VAT ที่ 7% ไปอีก 1 ปี ที่ประชุม ครม. เห็นชอบการคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ออกไปอีก 1 ปี ให้มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 58 - 30 ก.ย. 59 เนื่องจากมองว่าในขณะนี้เศรษฐกิจในประเทศและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว (The Nation)
• ม.หอการค้ามองการส่งออกปีนี้หดตัว โดยประเมินการหดตัวไว้อยู่ที่ 3.8% มากที่สุดในรอบ 3 ปี โดยมองว่ามีสาเหตุจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก ซึ่งรวมถึงจีนที่เป็นคู่ค้าสำคัญ ปัญหาหนี้กรีซ รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงกับกลุ่มประเทศ CLMV(Bangkok Post)ความเห็น: ถือเป็นมุมมองที่แตกต่างกับทางภาครัฐที่มองว่าจะเห็นการเติบโตเล็กน้อย
• นำคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์ร่วมประมูล 4จี คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อยู่ระหว่างพิจารณานำคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์ร่วมประมูลพร้อมคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ในเดือน พ.ย. โดยในวันพรุ่งนี้ กสทช.จะเสนอราคาเริ่มประมูลที่ 563 ลบ.ต่อเมกะเฮิร์ตซ์สำหรับคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์หรือเท่ากับ 70% ของมูลค่าเต็มของคลื่น (The Nation)
• BR (บมจ. บางกอกแร้นช์) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันนี้ ราคา IPO อยู่ที่ 8.80 บาท บริษัทเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตอาหารจากเนื้อเป็ดแบบครบวงจร ได้แก่ อาหารสัตว์, ฟาร์มเป็ด, โรงฟักไข่เป็ด, โรงงานชำแหละและแปรรูปเนื้อเป็ด โดยมีฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์เพื่อกระจายสินค้าไปยังเอเชีย, ยุโรป และตะวันออกกลาง ในปี 57 บริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิ 661 ลบ. หรือเพิ่มขึ้น 416 % YoY มีอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 20% และ 7.8% ตามลำดับ จากการระดมทุนเสนอขายหุ้น IPO มูลค่ารวม 2.0 พันลบ. บริษัทฯ มีแผนนำเงินจำนวน 1.2 พันลบ. ไปใช้ในการขยายกำลังการผลิตเนื้อเป็ดอีกราว 40% จากระดับปัจจุบันที่ 22 ล้านตันต่อปี และชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวอีก 750 ลบ.(SET, BR)
• HMPRO เตรียมแผนกระตุ้นยอดขายของสาขาในกรุงเทพและปริมณฑลในไตรมาสสาม ภาวะภัยแล้งได้ช่วยกระตุ้นยอดขายแท้งก์น้ำเพิ่มขึ้น 35% ตั้งแต่เดือน เม.ษ. โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทได้เปิดสาขาใหม่ 4 แห่งและยังคงแผนเปิดสาขาเพิ่มเติมใหม่เพิ่มเติมในจังหวัดชลบุรีซึ่งยังมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง โดยตั้งเป้ายอดขายปีนี้เติบโต 15% YoY(Bangkok Post)
ต่างประเทศ:
• วันนี้จะเป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น รวมทั้งการลงคะแนนเสียงในรัฐสภากรีซเพื่ออนุมัติมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อขอความช่วยเหลือทางการเงิน การประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/58 ของจีน การแถลงนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น และการแถลงของประธานเฟดต่อรัฐสภาสหรัฐ (Reuters)
• อิหร่านและมหาอำนาจอีก 6 ชาติบรรลุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อวันอังคาร สิ้นสุดการเจรจาต่อรองซึ่งใช้เวลามากกว่า 10 ปี ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจซึ่งสหรัฐ อียู และองค์การสหประชาชาติดำเนินการต่ออิหร่านจะถูกยกเลิกเพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อตกลงระงับการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ซึ่งฝ่ายตะวันตกสงสัยว่าอิหร่านกำลังผลิตอาวุธนิวเคลียร์อยู่ อิหร่านจะหยุดพัฒนาด้านนิวเคลียร์อย่างน้อย 1 ทศวรรษและลดการเก็บสต็อกยูเรเนียมล่าสุด ข้อตกลงดังกล่าวจะถูกนำเข้าไปอภิปรายในสภาคองเกรสสหรัฐ แต่ประธานาธิปดีสหรัฐ นายบารัค โอบามากล่าวว่าเขาจะออกเสียงคัดค้านมาตรการใด ๆ ที่ขัดขวางเรื่องดังกล่าว (Reuters)
สหรัฐ:
• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้นเมื่อวันอังคาร เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันเป็นช่วงเวลายาวนานที่สุดนับแต่เดือนม.ค. หนุนโดยข่าวราคาน้ำมันดีดกลับจากที่ร่วงลงก่อนหน้านี้หลังจากที่ตลาดมองว่าการส่งออกน้ำมันดิบอิหร่านจะไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ในทันทีหลังจากมาตรการคว่ำบาตรถูกยกเลิก นักลงทุนหันมาให้ความสนใจในผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนซึ่งกำลังทยอยแจ้งผลประกอบการรายไตรมาสแทนข่าววิกฤตหนี้ของกรีซ (Reuters)
• คาดว่าบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐจะรายงานยอดขายต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปี เมื่อประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 ขณะที่คาดว่ากำไรสุทธิจะลดลง 2.8% YoY จากการประมาณการโดยทอมสัน รอยเตอร์ส (Reuters)
• ยอดค้าปลีกสหรัฐร่วงลงผิดคาดในเดือน มิ.ย. ลดลง 0.3% สวนทางนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือน พ.ค. (Reuters)
• ดอลลาร์อ่อนตัวจากยอดค้าปลีกอ่อนแอ ยอดค้าปลีกที่ลดลงในเดือนมิ.ย. ทำให้ตลาดคาดว่า Fed จะยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อวาน เมื่อเทียบเงินสกุลหลัก ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ลดลง 0.2% มาที่ 96.662 (Reuters)
ยุโรป:
• หุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นในวันอังคาร ราคาน้ำมันคงตัวทำให้หุ้นพลังงานกลับมาปิดบวก หลังจากร่วงไปในตอนแรกหลังจากตลาดเห็นว่าการยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่านจะยังไม่มีผลให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้ในทันที ขณะเดียวกันนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า รัฐสภากรีซจะลงมติผ่านกฎหมายปฏิรูปตามเงื่อนไขเจ้าหนี้ เพื่อให้กรีซได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน แม้นายกอเล็กซิส ไซปราส จะเผชิญการต่อต้านในประเทศ (Reuters)
เอเชีย:
• ดัชนีหลักตลาดหุ้นจีนร่วงในวันอังคาร หลังจากหุ้นจีนบวกแรง 3 วันติดต่อกันก็เผชิญแรงขายทำกำไรหุ้นขนาดใหญ่แต่มีแรงซื้อในหุ้นขนาดเล็กทำให้ตลาดปรับฐาน หุ้นหลายตัวกลับมาทำการซื้อขายใหม่หลังจากขอหยุดทำการซื้อขายไปหลายวัน ในขณะที่ กลต.จีนกลับมาปราบปรามผู้ให้สินเชื่อซื้อหุ้นนอกระบบ(Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ราคาทองคำลดลงจากความกลัวพื้นฐาน ราคาทองสปอทในตลาดสหรัฐปรับตัวลดลง 2.57 ดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 1,155.03 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แม้ว่าค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงแต่นักลงทุนยังคงกลัวกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ช้าและอุปสงค์ที่อ่อนกำลัง (Reuters)
• ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวสูงขึ้นเมื่อวันอังคาร หลังจากที่ปรับตัวลดลงก่อนหน้า โดยการฟื้นตัวมีสาเหตุมาจากความชัดเจนที่ว่าการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านจะเป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งรวมถึงประเด็นการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน โดยราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น 0.55 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (+1.0%) มาอยู่ที่ 52.75 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล หลังจากที่อ่อนตังลวไปอยู่ที่ 50.38 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลก่อนหน้านี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้น 0.30 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (+0.6%) มาอยู่ที่ 58.15 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล หลังจากที่อ่อนตัวลงไปอยู่ที่ 56.43 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลก่อนหน้านี้ (Reuters)






