วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BBL : แนะนำซื้อ

นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งลดประมาณการณ์ราคาเป้าหมายของ BBL ลง หลังจากที่ตัวเลขหนี้สงสัยจะสูญ (NPL) สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์

แต่ บล.เอเชีย เวลท์ มองว่าเป็นโอกาสในการลงทุน จากมูลค่า P/B Value ต่ำที่ระดับ 0.98 เท่าซึ่งปกติหุ้นธนาคารจะอยู่ในระดับที่สูงกว่า 1 เท่า และราคา ณ ปัจจุบันน่าจะอยู่ที่จุดต่ำสุดแล้วและมี Downside risk ต่ำทำให้ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นสูงแต่ยังคงต้องอดทน เนื่องจาก ข่าวเรื่อง NPL ยังกดดันราคา 

คุณภาพสินทรัพย์ของ BBL ดีที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นอัตราส่วน NPL ต่อสินทรัพย์รวม ที่ต่ำสุดในอุตสาหกรรม ขณะที่มีอัตราส่วนการสำรอง NPL ต่อ หนี้ NPL สูงที่สุดในอุตสาหกรรม

แม้อัตราการเติบโตของกำไรในปีนี้ยังไม่ดีเท่าไรนัก โดยต้องติดตามความสามารถในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งที่ผ่านมาชะลอมาตลอด  ทั้งนี้ เราคาดหวังว่า นับจากนี้ไปภาครัฐจะมีการเบิกจ่ายงบลงทุนเต็มที่ซึ่งBBL เน้น Corporate banking มากกว่า SME ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณภาพสินทรัพย์ดีกว่าธนาคารอื่น ๆ ที่มีรายย่อยเยอะกว่า และคาดว่าปีหน้า ด้วยการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่ที่มากขึ้นจะผลักดันให้กำไรเติบโตได้ถึง 10%

BBL มี Dividend yield สูงที่ระดับ 3.9% และซื้อขายที่ P/E ต่ำที่ 8-9 เท่า จึงแนะนำลงทุนระยะยาว 8-9 เดือนขึ้นไป

ราคาเป้าหมายตามปัจจัยพื้นฐานที่ 214 บาท ส่วนด้านเทคนิค เกิดสัญญาณซื้อแผนภูมิรายวัน (Daily chart)โดยมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 182 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 188 บาท

ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้

กรีซ : การประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปยังไม่อาจบรรลุข้อตกลงเรื่องการให้ความช่วยเหลือกรีซตามเส้นตายวันอาทิตย์ได้และให้เลื่อนเส้นตายออกไปก่อน โดยรัฐสภากรีซต้องออกกฎหมายแผนปฏิรูปตามเงื่อนไขของเจ้าหนี้ภายในวันพุธเพื่อที่รัฐสภาแต่ละประเทศของ EU จะได้ให้สัตยาบันแล้วจึงจะกลับมาเจรจากับกรีซในวันศุกร์แต่ถ้าเจ้าหนี้ไม่พอใจแผนปฏิรูปของกรีซเจ้าหนี้จะยุติการเจรจาซึ่งจะส่งผลให้ตลาดผันผวนไปอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์

จีน : ต้องติดตามการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของจีน ในสัปดาห์นี้ ซึ่งไตรมาส 1 GDP ของจีนอยู่ที่ 7% ซึ่งทำให้ตลาดจับตามองว่าตัวเลขจะออกมาต่ำกว่า 7% หรือไม่ โดยทางการจีนจะพยายามไม่ให้ตัวเลขต่ำกว่า 7% เพราะจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกระทบกระเทือนการว่าจ้างงานซึ่งนายกรัฐมนตรีจีนมั่นใจว่าตัวเลขน่าจะออกมาไม่ต่ำกว่า 7%และจากการที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นจีนร่วงอย่างหนัก ทำให้ตลาดเฝ้าติดตามตัวเลข GDP

ญี่ปุ่น : ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะมีการประชุมนโยบายทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า รัฐบาลน่าจะยังคงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ

สหรัฐ : ติดตามตัวเลขผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2 ที่ทยอยประกาศในสัปดาห์นี้

ไทย : การประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยเริ่มจากกลุ่มธนาคารซึ่งที่ผ่านมานักวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการณ์การเติบโตของกลุ่มธนาคารมาตลอด เนื่องจาก วิตกกังวลเรื่องNPLและการตั้งสำรอง NPL มากขึ้น

ทิศทาง SET Index

คาดว่า ดัชนีจะเคลื่อนไหวอยู่ในระดับนี้ ไปอีกประมาณ 1 เดือน เพราะเรื่องกรีซเองจริง ๆ ไม่ได้กระทบกระเทือนตลาดหุ้นโดยรวมมากนัก เนื่องจาก เศรษฐกิจของกรีซมีขนาดเล็ก และเจ้าหนี้ของกรีซจะไม่ใช่ธนาคารภาคเอกชน แต่เป็นทาง IMF และ ECB เป็นต้นโดยเรามองกรอบดัชนีสัปดาห์นี้ที่ 1,469-1,493 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

แนะนำลงทุนหุ้นอย่างระมัดระวัง โดยเน้นหุ้นที่ให้อัตราเงินปันผลสูง และหุ้นDefensive ที่ทนทานต่อความผันผวนของตลาดได้ดี และหุ้นที่มี P/B Value ต่ำ และค่าเบต้า เป็นบวกไม่มาก