วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟื้นตัวขึ้น

เล่นสั้น ลงแรงซื้อ ขึ้นแรงขาย เน้นหุ้นปันผลสูงและหุ้นที่ perform ได้ดี

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ฟื้นตัวขึ้น

วันนี้แนวโน้มตลาดไทยเป็นช่วงฟื้นตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากความกังวลเรื่องประเด็นกรีซเริ่มผ่อนคลายลง หลังจากที่เหล่าผู้นำยุโรปได้ตกลงให้เวลากรีซ 3 วันเพื่อเริ่มมาตรการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการขึ้นภาษีและลดค่าใช้จ่ายบำเน็จบำนาญของภาครัฐซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่กรีซจะทำตามข้อตกลงได้สำเร็จก่อนถึงวัน Deadline ในสัปดาห์นี้ ส่วนทางด้านประเด็นความตึงเครียดในตลาดหุ้นจีนก็เริ่มผ่อนคลายลง เพราะตลาดรับรู้ไปมากแล้ว และรัฐบาลจีนพร้อมที่จะใช้นโยบายต่างๆมาช่วยพยุงตลาดหุ้นอยู่ ดังนั้น น่าจะเห็นตลาดจีนฟื้นตัวขึ้นต่อในระยะสั้นนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดไทยน่าจะยังไม่ผ่าน 1500 ไปได้ในวันนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบยังคงอ่อนแอ เพราะประเด็นอิหร่านที่อาจเพิ่มการผลิตน้ำมันให้ OPEC ได้ในปีนี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1460/1500 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : เล่นสั้น ลงแรงซื้อ ขึ้นแรงขาย เน้นหุ้นปันผลสูงและหุ้นที่ perform ได้ดี ไม่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ อย่างเช่น กลุ่มโรงพยาบาล

นักลงทุนระยะสั้น : AP(8.40), BDMS (25.50)

AP(8.40) ต่ำกว่า 6.80 ก็น่าจะซื้อเก็บไว้ขายได้ใกล้ๆ 7.80 บาท เอาไว้เล่นสั้นครับ ตัวนี้มีปัจจัยบวกจาก upside ที่สูงน่าสนใจ และจากค่า P/E ที่ต่ำกว่าคู่แข่งทั้ง PS, LH, QH, และ SIRI บวกกับยอด pre-sales ที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นปีของโครงการ เช่น Life อโศก และ Rhythm รางน้ำ ทำให้เราคาดว่าจะมีการปรับเป้ายอด pre-sales ขึ้นอีกแน่นอน

BDMS (25.50) เคยแนะนำไปแล้วในงาน Money Channel 11 ปี ว่าเป็นหุ้น Defensive ที่น่าเก็บสะสมตอน 19 บาท ตอนนี้ใกล้ 21 บาท ยังคงแนะนำซื้ออยู่ โดยขณะนี้ BDMS มี upside ที่สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล ด้วย Target price ที่เราให้ไว้อยู่ที่ 25.50 ซึ่งให้ upside สูงถึง 24% ปัจจัยบวก มีอยู่หลายประการนะครับ เช่น 1.)BDMS จะสร้างตึกเพิ่มอีก 6 ตึก แต่ละตึกมี 60 เตียง ลงทุน 6 พันล้านบาท และ 2 พันล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยจะสร้างไว้รองรับผู้ป่วยต่างชาติจากการเปิด AEC โดยเราคาดว่าจะช่วยเพิ่ม capacity ได้ถึง 74% ภายในปี 2018 2.)BDMS มีแผนเปิดโรงพยาบาลเพิ่ม คือสมิทติเวช ชลบุรีในปีนี้ และเปาโลรังสิต และจอมเทียน Hospital ในปีหน้า และตั้งใจจะซื้อโรงพยาบาลเพิ่มอีก 7 โรงพยาบาลให้มีครบทั้งหมด 50 แห่ง 3.)อัตราส่วนของผู้ป่วยต่างชาติมีมากขึ้นเรื่อยๆ (30% เทียบกับ 25% เมื่อ 5 ปีก่อน) 4.)มีแผนขยายธุรกิจขายยาและเวชภัณฑ์ที่มี Margin สูงกว่าธุรกิจโรงพยาบาลทั่วไป สรุปคือ BDMS มี upside สูงถึง 24% และมีแผนขยายธุรกิจอย่างชัดเจน จัดเป็นหุ้น defensive ที่ต้านตลาดและเศรษฐกิจขาลงได้ดี

นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), PTTGC (76)

ADVANC (270) UOBKH เรายังมองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%

PTTGC (76) ยังเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนเช่นกัน UOBKH เราคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 1/58 จะต่ำที่สุดของปีนี้ ธุรกิจโอเลฟินส์และ derivative จะยังเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตที่สำคัญในปี 58 ขณะที่ราคา HDPE ที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบันจะช่วยหนุนกำไรสุทธิของ PTTGC ให้มากขึ้นเนื่องจาก 60-65% ของกำไรสุทธิขึ้นอยู่กับราคา HDPE แถมราคาหุ้น PTTGC ณ ปัจจุบันซื้อขายในระดับถูกด้วย 2015F PE ที่ 8 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 9 เท่าด้วย รอจังหวะย่อๆมาซัก 65 ซื้อเก็บกินปันผลสบายใจเฉิบครับบบ



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ พาณิชย์ประเมินฟองสบู่หุ้นในจีนไม่กระทบเศรษฐกิจที่แท้จริง ชี้ส่งออกตลาดจีนยังมีโอกาสเติบโต หากทำตลาดจริงจัง แนะจับตา 'ฟองสบู่-ค่าเงินหยวน' ในระยะต่อไป ส่งผลกระทบมากกว่าตลาดหุ้น ขณะเอกชนจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด หวั่นปัญหาลุกลามกระทบประเทศคู่ค้า ชี้เป็นโอกาสเข้าซื้อกิจการในจีน

+ นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตคาดว่าปีงบประมาณ 2558 จะจัดเก็บ รายได้เพิ่มจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4.21 แสนล้านบาท เป็น 4.41 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นอีก 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ปลายปี 2558 ที่เป็นไฮซีซั่นของภาคการท่องเที่ยว จะช่วยส่งเสริมให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้

+ สมาคมมีเดียฯ ชี้งบโฆษณาครึ่งปีแรกทรงตัว ปัจจัยลบกำลังซื้อถดถอย ประเมินทั้งปีนี้โต 4% มูลค่า 1.4 แสนล้าน "ทีวีดิจิทัล" ครองส่วนแบ่งเค้กโฆษณา 1.5 หมื่นล้าน แนวโน้ม "ดิจิทัล มีเดีย" ยังแรงครึ่งปีพุ่ง 30% ปัจจัย "สมาร์ทโฟน" ราคาถูกหนุนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตขยายตัว คาดสิ้นปีเม็ดเงินโฆษณาแตะ 8 พันล้าน

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,760.41 จุด เพิ่มขึ้น 211.79 จุด หรือ +1.21%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (10 ก.ค.) ขณะที่นักลงทุนมีความหวังว่ากรีซและเจ้าหนี้อาจบรรลุของตกลงกันเร็วๆนี้

+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ส.ค. ปรับตัวลง 4 เซนต์ ปิดที่ 52.74 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (10 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนซึมซับสถานการณ์ที่ดีขึ้นในตลาดหุ้นจีนแล้ว ในขณะที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า อุปสงค์น้ำมันโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง