“เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ดัชนี SET ร่วงลง ก่อนจะทยอยฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาทอ่อนค่าหลุด 34 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนฟื้นตัวขึ้นท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทร่วงแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 6 ปีที่ 34.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับแรงขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ และการเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลกท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของกรีซในช่วงต้นสัปดาห์ และการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นจีน อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นกลับมาบางส่วนในช่วงต่อมาตามแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ของผู้ส่งออก (หลังจากเงินบาทอ่อนค่าหลุด 34 บาทต่อดอลลาร์ฯ) ประกอบกับมีการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงช่วงท้ายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน
- สำหรับในวันศุกร์ (10 ก.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 33.93 เทียบกับระดับ 33.79 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 ก.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (13-17 ก.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.85-34.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยตลาดน่าจะยังคงรอดูข้อสรุป/ความคืบหน้าเกี่ยวกับแผนความช่วยเหลือกรีซจากที่ประชุมของสมาชิกยูโรโซน ผลการประชุมนโยบายการเงินของ ECB รวมถึงถ้อยแถลงนโยบายการเงินต่อสภาคองเกรสของประธานเฟด ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนพ.ค. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ดัชนีกิจกรรมการผลิตโดยเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนก.ค. นอกจากนี้ ตลาดยังน่าจะจับตาสถานการณ์ตลาดหุ้น ตัวเลขจีดีพี และเครื่องชี้เศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนี SET ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 เดือนก่อนฟื้นตัวปลายสัปดาห์ มาปิดที่ระดับ 1,484.9 จุด ลดลง 0.31% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 15.35% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 35,706.66 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 642.77จุด ลดลง 2.45% จากสัปดาห์ก่อน
- ตลาดหุ้นไทยปรับตัวผันผวนในสัปดาห์นี้ โดยดัชนีปรับตัวลดลงในวันจันทร์ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ของกรีซ หลังจากกรีซได้ลงประชามติไม่รับข้อเสนอของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ดัชนีฟื้นตัวขึ้นในวันอังคารจากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มธนาคารและสื่อสาร ก่อนที่จะร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 เดือนในวันพุธโดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง ตลาดหุ้นปรับขึ้นได้อีกครั้งในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ตามการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจีนและตลาดอื่นๆในภูมิภาค หลังจากที่ทางการจีนได้ออกมาตรการต่างๆออกมาเพื่อช่วยหนุนตลาด
สำหรับสัปดาห์ถัดไป ( 13-17 ก.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,495 และ 1,515 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,470 และ 1,455 จุด โดยปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมนัดพิเศษระหว่าง EC ECB และ IMF เพื่อพิจารณาข้อเสนอการปฏิรูปของรัฐบาลกรีซเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ในวันที่ 12 ก.ค. 58 สำหรับการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯเดือน มิ.ย. อาทิ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้บริโภค และเครื่องชี้ตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ









