สรุปสภาวะตลาดสหรัฐ ฯ และยุโรป (2-8 ก.ค. 2558)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวลง โดย DJIA -1.4%, DAX -3.9%, CAC ฝรั่งเศส -5.0% และ FTSE -1.8% จากความไม่แน่นอนกรณีกรีซ หลังผลการทำประชามติของกรีซโหวต NO ไม่รับแผนช่วยเหลือทางการเงินของกลุ่มเจ้าหนี้ นอกจากนี้ผลกระทบเชิงลบหลังตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงแรง ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจจีน
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (2 - 8 ก.ค. 2558)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 13.5% ปรับตัวลงแรงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน แม้ว่าทางการจีนจะออกมาตรการเพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาดหุ้น โดยโบรกเกอร์จีน 21 ลงทุนในกองทุนพยุงตลาดหุ้นจีนเป็นวงเงิน 1.20 แสนล้านหยวน แต่กลับไม่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ รวมถึงการขอขึ้น H ของหุ้นกว่า 43% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเซิ่นเจิ้น กดดันให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (2-8 ก.ค. 2558)
SET INDEX ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเป็นลบ ความกังวลต่อกรณีกรีซ หลังผลการทำประชามติของกรีซโหวต NO นอกจากนี้แรงกดดันจากตลาดหุ้นจีน-ฮ่องกงที่ปรับตัวลงแรง กดดันตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มธนาคารยังคงเผชิญกับแรงขายต่อเนื่อง รวมถึงกลุ่มพลังงานที่ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงแรง ปิดที่ระดับ 1,470.25 จุด ลดลง 34.30 จุด หรือ -2.28% ณ วันที่ 8 ก.ค.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (10-16 ก.ค. 2558)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 15 ทั้งนี้ SET INDEX จะยังแกว่งอยู่ในกรอบด้านล่างระหว่าง 1,460-1,490 จุด ปัจจัยที่จะทำให้ SET INDEX สามารถหลุดแนวรับ หรือ ทะลุ แนวต้านดังกล่าวได้ขึ้นอยู่กับ
- ผลการเจรจาระหว่างกรีซ และ ผู้นำอียู วันที่ 12 ก.ค. หลัง กรีซ ยื่นแผนปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อพิจารณาในวันที่ 9 ก.ค.
หากได้ข้อสรุปด้วยการให้ความช่วยเหลือกรีซ คาดว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะตอบรับในเชิงบวก รวมถึง SET INDEX มีโอกาสขึ้นทดสอบแนว 1,490 จุดได้ในช่วงต้นสัปดาห์
แต่หากสรุปสิ้นสุดการให้ความช่วยเหลือกรีซ และนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการออกจากเป็นสมาชิกในกลุ่มยูโรโซน คาดตลาดหุ้นทั่วโลกจะตอบรับเป็นกลาง เพราะ ณ ปัจจุบัน ตลาดได้ให้น้ำหนักกับโอกาสที่กรีซจะออกจากยูโรโซน สูง
- การทยอยประกาศงบ 2Q58 ของกลุ่มธนาคาร เริ่มจากธนาคารขนาดเล็กในช่วงแรกของการประกาศระหว่าง 15-20 ก.ค.
หากงบกลุ่มธนาคารออกมาเท่ากับหรือดีกว่าคาด เชื่อว่า ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารจะทรงตัวถึงเกิด technical rebound ได้
แต่หากงบออกมาต่ำกว่าคาด จะกลายเป็นปัจจัยที่กดดัน SET INDEX มีโอกาสหลุดแนวรับ 1,460 จุดได้เช่นกัน
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน เราคงแนะนำ “เลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว” มากกว่าจะมองภาพรวมของตลาดหุ้นไทยที่ยังไร้ทิศทางที่ชัดเจน ทั้งนี้การเก็งกำไรเป็นรายตัวลักษณะ “ขึ้นแรงขาย / ลงแรงซื้อ”
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. พัฒนาการกรณีกรีซ และเจ้าหนี้ หลังกรีซยื่นแผนปฏิรูปเศรษฐกิจวันที่ 9 ก.ค. และผู้นำอียูจะพิจารณาในวันที่ 12 ก.ค.นี้
2. การประชุม ECB วันที่ 16 ก.ค. หลังทราบผลการหารือระหว่าง กรีซ และ ผู้นำอียู น่าจะมีผลต่อการกำหนดนโยบายการเงินในการประชุมนัดนี้
3. การประชุม BoJ ในวันที่ 15 ก.ค. หลัง ค่าเงินเยนกลับมาแข็งค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จากผลกระทบของกรีซ และ ความผันผวนของตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ – ฮั่งเส็ง ในสัปดาห์นี้ อาจทำให้ BoJ ส่งสัญญาณพร้อมผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เงินเยนกลับมาแข็งค่ารวดเร็ว
4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อ – ผลผลิตภาคอุตฯ ของอียู / ภาวะการจ้างงาน – อัตราเงินเฟ้อ อังกฤษ / ยอดค้าปลีก – ผลผลิตภาคอุตฯ สหรัฐฯ / การส่งออก – นำเข้า จีน / ผลผลิตภาคอุตฯ ญี่ปุ่น
-------------------------------









