ประเด็นจากโรดโชว์ในประเทศยุโรป
ประเด็นการลงทุน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้พาคุณวรรณี จันทามงคล CFO ของ HMPRO ไปพบปะกับนักลงทุนในปารีส ลอนดอน และเอดินบะระ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงกังวลต่อการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศไทย และยังไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้เร็ว และนักลงทุนที่เราพบนั้น มีไม่กี่รายที่ยังคงถือหุ้น HMPRO อยู่ อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้มาจากการโรดโชว์ครั้งนี้ ทำให้เรามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัทมากขึ้น เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิมและกำไรในครึ่งหลังของปี 58 จะฟื้นตัวดีขึ้น หนุนโดยผลประกอบการที่ดีขึ้นของสาขาในกรุงเทพ และการผลิกกลับมาเป็นกำไรของ Mega Home ในไตรมาส 3/58 ทางด้าน multiples นั้น HMPRO ถือว่าอยู่ในจุดที่น่าสนใจ โดยมี PER ปัจจุบันอยู่ที่ 23.2X ในปี 58 และ 18.9X ในปี 59 เมื่อเทียบกับ 25.4X ของค่าเฉลี่ย 5 ปี เราคงคำแนะนำซื้อโดยมีราคาเป้าหมายสิ้นปี 2558 ที่ 8.20 บาท
ยอดขายสาขาเดิมเริ่มฟื้นตัว
อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ HMPRO ในไตรมาส 2/58 ดูเหมือนว่าจะไม่ได้แย่อย่างที่เราเคยคาดไว้ก่อนหน้า โดยผู้บริหารของ HMPRO กล่าวว่ายอดขายสาขาเดิมน่าจะทรงตัวที่ราว 0% ถึง -0.5% (ดีขึ้นจาก -2.7% ในไตรมาส 1/58) เนื่องจากได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของยอดขายของสาขาในกรุงเทพในช่วงปลายไตรมาส โดยยอดขายสาขาเดิมของสาขาในกรุงเทพไตรมาส 2/58 มีแนวโน้มขยายตัวสูงราว 7% ในขณะที่ยอดขายสาขาเดิมในต่างจังหวัดยังคงหดตัวอยู่ราว 5-6% เนื่องจากยอดขายที่ลดลงของสาขาในภาคใต้ซึ่งเป็นผลจากราคายางที่ตกต่ำ
กลยุทธ์ใหม่ในการบริหารสินค้าช่วยดึงดูดลูกค้าได้อย่างดี
เพื่อรับมือกับการบริโภคที่ชะลอตัวลง HMPRO ได้เน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายที่ยังคงมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอย และใช้โปรโมชั่นรวมถึงการนำเสนอสินค้าที่ต่างกันของสาขาในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการที่ต่างกันของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ กลยุทธ์นี้ถือว่าได้ผลค่อนข้างดี โดยจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 2.8% ในไตรมาส 2/58 จากเดิมที่หดตัวลง 3% ในไตรมาสแรก
สินค้าทื่ HMPRO เป็นเจ้าของเองยังคงเป็นปัจจัยในการเพิ่มกำไรระยะยาว
HMPRO ยังคงตั้งเป้าที่จะมีสัดส่วนยอดขายของสินค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์เองที่ 25% ของยอดขายรวมภายใน 5 ปี แม้ว่าสัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 20.5% มาตั้งแต่ปี 56 แล้วก็ตาม โดยการที่สัดส่วนดังกล่าวเติบโตช้าในช่วงที่ผ่านมา มาจากการชะลอตัวของยอดขายในต่างจังหวัด
ซึ่งมีสัดส่วนของสินค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์เองมากกว่าในกรุงเทพ แต่ถึงอย่างไรในระยะยาว ยอดขายต่างจังหวัดมัแนวโน้มจะเติบโตเร็วกว่าในกรุงเทพเนื่องจากมีฐานที่ต่ำกว่า ซึ่งน่าจะส่งผลให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าที่กำหนดไว้ที่ 25% ได้
ยังคงเป้าหมายขยายสาขาในระยะยาว
ถึงแม้ HMPRO จะเพิ่งชะลอการขยายสาขาของ HomePro จาก 8 สาขาเป็น 5 สาขา และของ Mega Home จาก 4 สาขาเป็น 3 สาขาในปีนี้ แต่ทางบริษัทยังคงมั่นใจที่จะขยายสาขา HomePro ให้ครบ 100 แห่งในประเทศไทย 10 ในประเทศมาเลเซีย และ Mega Home 20 แห่ง ภายในปี 2563 ทั้งนี้ HMPRO มองว่ายังมีโอกาสขยายสาขาได้อีกมากในประเทศไทย เนื่องจากตอนนี้ครอบคลุมอยู่เพียง 60% ชองพื้นที่ทั้งหมดในประเทศ แม้แต่ในกรุงเทพฯ ทางบริษัทยังคงมองหาที่ดินเพื่อจะเปิดสาขาเพิ่มขึ้นเนื่องจากจำนวนสาขาที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถรองรับกับอุปสงค์ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในกรุงเทพฯได้ ดังนั้นถึงแม้ทางบริษัทจะชะลอการเปิดสาขาใหม่ในระยะสั้น แต่บริษัทยังคงรุกซื้อที่ดินเพื่อจะขยายสาขาในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทมองว่าปัจจุบันเป็นโอกาสดีที่จะซื้อที่ดินในราคาที่ไม่แพงเหมือนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา






