วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

GPSC - ถือ

ความเสี่ยงขาลงจำกัด – แต่กำลังการผลิตที่จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญก็ยังอีกไกล

ประเด็นการลงทุน

นับตั้งแต่ที่ GPSC เข้า IPO ราคาหุ้นก็ปรับตัวลดลง 5.6% และปัจจุบันซื้อขายกันด้วย PBV ณ สิ้นปี 2558 ที่ 1.0เท่า แม้ว่าเราจะเชื่อว่าบริษัทดังกล่าวนี้เป็นบริษัทที่ดีที่สุดในกลุ่มสาธารณูปโภคที่มีศักยภาพในการเติบโตในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม (CLMV) พร้อมทั้งเป็นไปตามการขยายตัวทั่วโลกของกลุ่มปตท. แต่ยังคงไม่เห็นปัจจัยเหลานี้หนุนให้กำไรของบริษัทเติบโตในระยะสั้น เมื่อคำนวณมูลค่าการซื้อขายกับบริษัทอื่นๆในกลุ่มไฟฟ้า ก็ดูเหมือนว่าราคาหุ้น GPSC จะดูน่าสนใจน้อยที่สุด ด้วย PBV/ROE ที่ 0.16เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 0.12เท่า ในขณะที่โครงการที่มี PPA แล้วนั้นส่วนใหญ่จะเริ่มรับรู้รายด้ายในปี 2561 เนื่องด้วยสภาวะตลาดพลังงานในปัจจุบัน เรายังคงคำแนะนำ ถือ พร้อมการประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF สำหรับโครงการที่มีความชัดเจนแล้วที่ราคา 29 บาทต่อหุ้น
โดยภายใต้หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเรา เรายังคงชื่นชอบหุ้น EGCO ที่สุดเนื่องจากมี ROE ที่เติบโตที่สุดในกลุ่มและมูลค่าที่ถูดที่สุด

การเติบโตของกำลังการผลิตที่แข็งแกร่งและหลากหลาย

กำลังการผลิตของบริษัทในปัจจุบันสามารถทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยุ่ที่ 7% ในช่วงปี 2558-2562 และหากพิจารณาจากโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาของบริษัท จากเดิมที่มีกำลังการผลิตเท่ากับ 1,315 เมกะวัตต์ จะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นไปสูงถึง 1,884 เมกะวัตต์ ณ สิิ้้นปี 2559 นอกจากนี้ระบบน้ำเย็นของบริษัทจะเพิ่มขึ้นจาก 6,000 RT เป็น 12,000 RT ก่อนปี 2559 และกำลังการผลิตไอน้ำจะขยายตัว 12% จาก 1,345 ตัน/ชม. เป็น 1,512 ตัน/ชม. ก่อนปี 2560

แต่จะเห็นการเติบโตส่วนใหญ่ในปี 2563

แม้คาดว่ากำไรจะเติบโตถึง 83% จากในปี 2558 ถึง 2563 แต่การเติบโตของ GPSC ส่วนใหญ่จะมาอยู่ช่วงปี 2561-2563 และกำไรสุธิในช่วงปีดังกล่าวจะทรงตัว โดยเราคาดว่ากำไรหลักหักภาษีของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 34% ในช่วงปี 2561-2563 เนื่องจาก 94% ของอัตรากำลังการผลิตที่มีกำหนดจ่ายจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงนี้ เนื่องจากสภาพการเติบโตของกำลังการผลิตของประเทศที่ขาดแคลนในปัจจุบัน เราจึงยังไม่เห็นการสรุปของในเร็วๆนี้ของโครงการที่ทางบริษัทมีการเจรจาไว้แล้วจำนวนมาก (นอกจากโซล่า ฟาร์ม Ichinoseki) ที่จะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรในระยะสั้น

ผลประโยชน์เพิ่มเติมจากกลุ่มในเครื่อปตท.ในระดับภูมิภาคอาจยังไม่เห็นผลเร็วๆนี้

บริษัทคู่ค้าของ GPSC คือกลุ่มปตท.ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่มีธุรกิจทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนมาเป็นเวลาสามทศวรรษแล้ว ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าจะเอื้อโอกาสทางด้านความต้องการสาธารณูปโภคใหม่ภายในเครือหรือรวมถึงโปรเจ็กใหม่ๆระดับบริษัทขนาดใหญ่และภาครัฐให้ GPSC

แต่อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าโอกาสดังกล่าวนี้จะยังไม่นับว่าเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นของบริษัทในระยะอันใกล้นี้ เนื่องจากเรายังไม่เห็นโครงการในปัจจุบันที่อยู่ภายใต้การพัฒนาจะได้รับข้อสรุปเร็วๆนี้ (รวมถึง CUP-4, Victory complex ในประเทศเวียดนาม, โครงการ Thanlyin และ Marid ในประเทศพม่า)

โครงการใหม่ๆที่ประกาศออกมายังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาซื้อขายทั้งหมด:

นอกเหนือจากงานโครงการ Ichinoseki และ IRPCCP ที่จะจ่ายไฟในปีนี้แล้วนั้น เราก็ไม่เห็นการสรุปโครงการใหม่ๆในขณะนี้ โดยเราคาดว่าโครงการต่างๆที่กล่าวในข้างต้นจะได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อย่างเร็วที่สุดในปี 2560 ซึ่งเรามองว่ายังเร็วเกินไปที่จะรวมประเด็นดังกล่าวลงในประมาณการของเรา แต่เมื่อใดก็ตามที่เศรษฐกิจมีการปรับตัวดีขึ้น เราเชื่อว่า GPSC จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลประโยชน์เชิงบวกในส่วนของในประเทศและการแบ่งสัดส่วนของการนำเข้าไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นเมื่อเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น