หุ้นไทยปิดร่วง 12.93 จุด อยู่ที่ 1,491.62 จุด แรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ คาดพรุ่งนี้แกว่งผันผวน หวั่นเศรษฐกิจชะลอ กรอบ 1,488-1,505 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดการซื้อขายที่ 1,491.62 จุด ลดลง 12.93 จุด (0.86%) มูลค่าการซื้อขาย 47,256.19 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,505.41 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,490.80 จุด
นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดลูกค้าส่วนบุคคล บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ภาพรวมดัชนีหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวลง โดยได้รับแรงกดดันจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ จากความกังวลในประเด็นการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ซึ่งจะกดดันต่อผลประกอบการ Q2/2558 ทำให้คาดว่าจะออกมาไม่ดี
อย่างไรก็ตาม ยังแนะนำให้ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมน่าจะเป็นช่วงวันที่ 13-17 ก.ค. เพราะปัจจุบันราคาหุ้นที่เห็นอาจจะยังตอบรับข่าวร้ายไม่หมด ซึ่งลักษณะนี้คล้ายกับกรณีหุ้นกลุ่มพลังงานก่อนหน้านี้ ที่ราคาปรับลงแรงตามราคาน้ำมันดิบโลก แต่ต่างกันตรงที่กลุ่มพลังงานใช้เวลาปรับลงนานเป็นเดือน และผ่านจุดต่ำสุดไปหนึ่งเดือนก่อนจะตอบรับข่าวหมดและค่อย ๆ ฟื้นตัวดีขึ้น
ขณะที่ปัญหาหนี้กรีซ มองว่าไม่น่ากังวล เพราะหากไปดูรายละเอียดหนี้แล้ว พบว่า เป็นหนี้สาธารณะถึง 78% และหากหนี้ทั้งหมดกลายเป็นหนี้สูญ จะส่งผลกระทบต่อ GDP กลุ่มสหภาพยุโรปเพียง 2% เท่านั้น แต่ที่กังวลกันก่อนหน้านี้ก็คือ กรีซจะต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรือไม่ เพราะถ้ากรีซต้องพ้นความเป็นสมาชิกจริง จะส่งผลให้สกุลเงินยูโรขาดเสถียรภาพ เงินดอลลาร์จะแข็งค่า กระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่จะส่งผลเป็นกลางต่อภูมิภาคเอเชีย และหากกรีซยังคงความเป็นสมาชิก ก็จะเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนทุก ๆ 3-4 เดือน ว่ากรีซได้ใช้มาตรการรัดเข็มขัดตามเงื่อนไขของกลุ่มเจ้าหนี้เพื่อแลกความช่วยเหลือได้ดีพอหรือไม่
ส่วนพรุ่งนี้คาดว่า หุ้นไทยแกว่งผันผวน หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังคงกดดันต่อภาพรวมดัชนี อีกทั้งศก.ไทยยังอ่อนแอ ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดอย่าง อัตราเงินเฟ้อติดลบติดต่อเป็นเดือนที่ 6 ขณะที่หนี้ครัวเรือนถีบตัวสูงขึ้นจาก 75% เป็น 80% หากเทียบกับปีก่อน ซึ่งสร้างแรงกังวลว่าตัวเลข NPL ของธนาคารจะขยายตัวตามไปด้วย กลยุทธ์ แนะซื้อ STEC-CK-BCP-IRPC-MTLS-TRUE-DTAC พร้อมกับประเมินแนวรับ 1488 จุด แนวต้าน 1500-1505 จุด









