ทยอยขายทำกำไร (นักลงทุนระยะกลางรอซื้อเมื่ออ่อนตัว บริเวณแนวรับ 1448 จุด)
Market Outlook
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ทดสอบแนวรับ 1500/1488 จุด กรีซมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้สูง แนะนำ ทยอยขายทำกำไรรอซื้อคืนแนวรับ
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ อ่อนตัวลงทดสอบแนวรับ 1500/1488 จุด อิงการประนอมหนี้ระหว่างกรีซและยูโรกรุ๊ป สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่สำเร็จตามคาด (โอกาสสูงที่จะผิดนัดชำระหนี้ IMF 30 มิ.ย.) การสิ้นสุดกระแส Window Dressing ช่วงกลางสัปดาห์ และอาจมีสัญญาณเตือน Earnings Warning รวมถึง การวิตกต่อเฟดเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย (คาดรายงานจ้างงานสหรัฐฯ มิ.ย. จะสูงกว่า 2 แสนราย และอัตราว่างงาน 5.4%) ขณะที่รายงานเงินเฟ้อไทย คาดว่าติดลบต่อเนื่อง จากราคาพลังงานที่ปรับลดลง และส่งผลให้โอกาสสูงขึ้นที่
กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยฯในการประชุมครั้งต่อไป
ส่วนวันนี้ คาดดัชนี ปรับลง ตามการดิ่งลงของตลาดหุ้นโลก (ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ล่วงหน้าลดลง -1.5%) หลังจาก ผลการเจรจาประนอมหนี้กรีซ ไม่สามารถตกลงกันได้ และอีซีบี ไม่เพิ่มมาตรการวงเงินช่วยเหลือสถาบันการเงิน (ผิดคาด) ส่งผลให้ กรีซมีโอกาสสูงที่จะผิดนัดชำระหนี้ IMF วันอังคารนี้ และสถาบันการเงินกรีซมีความเสี่ยงล้มละลาย (กรีซประกาศปิดทำการสถาบันการเงินตั้งแต่วันจันทร์ และอาจจะปิดตลอดสัปดาห์นี้) ขณะที่ข่าวดีจีน ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้-ฝาก เป็นครั้งที่ 4 อีก 0.25% เป็น 4.85% และ 2% เมื่อวันเสาร์ คาดว่าจะช่วยหนุนตลาดหุ้นจีนได้ระดับหนึ่ง ส่วนปัจจัยในประเทศ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการปิดสัญญาอนุพันธ์ก่อนปิดงวดบัญชี 2Q58 คาดว่าจะมีผลกระทบจำกัด เนื่องจากความแตกต่าง ระหว่างสัญญา S50M15 (Set 50 Index Future เดือน มิ.ย.) Vs ราคา spot มีจำกัด โดยวันศุกร์ อยู่ที่ 1000.80 Vs 999.11 จุด
กลยุทธ์ คงคำแนะนำ ทยอยขายทำกำไร (นักลงทุนระยะกลางรอซื้อเมื่ออ่อนตัว บริเวณแนวรับ 1448 จุด)
ประเด็นเด่นสัปดาห์นี้ ได้แก่
1) +/-รายงานเศรษฐกิจสำคัญ : ปัจจัยต่างประเทศ จะมีอิทธิพลสูงขึ้น อิงการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะรายงานภาคการผลิตของจีน สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น (ต้นสัปดาห์) และรายงานจ้างงานสหรัฐฯ (วันพฤหัสฯ) ส่วนปัจจัยในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. (วันพฤหัสฯ) จะยังคงติดลบต่อเนื่อง และทำให้โอกาสที่ กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% มีความเป็นไปได้สูงขึ้นอิงแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศ อาจเติบโตช้ากว่าคาด
2) -ปัญหาหนี้กรีซ : กรีซคงเหลือทางเลือกสุดท้ายในการต่อรองเรื่องประนอมหนี้ ผ่านการทำประชามติ 5 ก.ค. ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ผลโหวตจะออกมาในเชิงต้องการอยู่เป็นสมาชิกอียูและยอมรับเงื่อนไขของเจ้าหนี้ อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ Debt Default กับ IMF 30 มิ.ย. มีสูง หลังยูโรโซน ประกาศไม่ต่อขยายความช่วยเหลือการเงิน ที่จะสิ้นสุดวันอังคารนี้เช่นกัน จากเดิมมีข่าวลือว่าจะต่ออายุให้อีก 5 เดือน ผลกระทบจากการผิดนัดชำระหนี้คาดว่าจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นยุโรป แต่คาดว่าจะเป็นผลกระทบชั่วคราวและอยู่ในกรอบจำกัด อิงเจ้าหนี้ส่วนใหญ่กลายมาเป็น ทรอยก้า (ดูภาพในเล่ม) ขณะทีขนาดของเศรษฐกิจกรีซ วัดจาก GDP ปี 57 ที่ 1.79 แสนล้านยูโร คิดเป็นสัดส่วนเพียง
1.8% ของเศรษฐกิจยูโรโซน 19 ประเทศรวมกัน (10 ล้านล้านยูโร) และตลาดรับรู้ข่าวดังกล่าวไปส่วนใหญ่แล้ว
3) 2Q58F Earnings outlook : ในช่วง 2 สัปดาห์แรกก่อนประกาศงบการเงิน 2Q58 อย่างเป็นทางการ คาดว่า Earnings Warning ของบจ. ทั้งไทยและสหรัฐฯ อาจเป็นปัจจัยถ่วงตลาดระยะสั้น โดยเฉพาะการเพิ่มความวิตกต่อผลกำไร ที่อาจไม่เติบโตสอดคลัองกับระดับราคาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และไทย ทั้งนี้ เราคาดว่ากลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มิเดีย พลังงานทางเลือก จะเป็นกลุ่มที่รายงานกำไรดีขึ้น q-q ส่วนกลุ่มแบงก์ ลิสซิ่ง ประกันภัย สื่อสาร คาดรายงานกำไรเติบโตชะลอตัว
4) กลุ่มสายการบิน : EASA ยังไม่มีมาตรการใดๆ กับประเทศไทย ประเด็นนี้อาจเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มการบินในช่วงสั้นๆ แต่ก็ยังไม่อาจไว้วางใจได้ เพราะแม้ว่า EASA อาจจะยังไม่ออกมาตรการใดๆ กับสายการบินของไทยในตอนนี้ แต่เชื่อว่า EASA คงต้องจับตาความคืบหน้าในการแก้ปัญหา Significant Safety Concern (SSC) ของไทยต่อไป ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามและน่าจะมีนัยสำคัญ คือการเข้ามาตรวจสอบไทยของ FAA ตามกำหนดในกลางเดือน ก.ค. 58
5) +Window dressing ช่วงปลายไตรมาส จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี (48-57) พบว่าดัชนี SET ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวก +1.4% ในช่วง 1 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาสที่ 2 โดยกลุ่มอุตสาหรรมที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยดีสุดในช่วง 1 สัปดาห์สุดท้าย ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (+2.2%) กลุ่มสื่อสาร (+2.0%) และ กลุ่มการแพทย์ (+1.9%) ส่วนหุ้นที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยดีสุดในช่วงเดียวกัน ได้แก่ NEW E BKD AUCT YCI (คาดส่งผลบวกรายตัว)
สัญญาณทางเทคนิค แม้ดัชนีมีการฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1500 จุด แต่รูปแบบระยะกลางของดัชนีฯ ยังคงเป็นรูปแบบขาลง Descending triangle โดยมีสัญญาณลงไปที่ 1475/1448 จุด ขณะที่แนวต้านหลักถัดไปอยู่ที่บริเวณ 1536 จุด (หากไม่ผ่านจะยังหลุดพ้นแนวโน้มขาลง)






