เฮ้อ กรีซ..... อีกแล้วครับท่าน
SET วันก่อนแกว่งตัวแคบๆเนื่องจากนักลงทุนรอผลการเจรจาแก้ปัญหาหนี้ระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ในวันที่ 27 มิ.ย. ว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ก่อนกรีซครบกำหนดชำระหนี้ IMF 1.6 พันล้านยูโรเดือนมิ.ย.หรือไม่ ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,518.03 (-1.44 จุด) Volume 3.3 หมื่นลบ. ทั้งนี้ Foreign Net Buy 452 ลบ. , Net Short TFEX 75 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
- การเจรจาแก้ปัญหาหนี้กรีซวันเสาร์ 27 มิ.ย.ไม่สามารถตกลงกันได้ โดยรมต.คลังยูโรโซนปฏิเสธที่จะขยายความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซ เนื่องจากกรีซเรียกร้องให้รอผลการทำประชามติประชาชนเรื่องข้อตกลงหนี้สินเพื่อแลกกับการได้รับเงินช่วยเหลือรอบใหม่ในวันที่ 5 ก.ค. ส่งผลให้กรีซมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ 1.6 พันล้านยูโรแก่ IMF และมีโอกาสที่จะถูกขับออกจากยูโรกรุ๊ป ซึ่งจะทำให้ตลาดการเงินผันผวนแรง
- การส่งออกไทยเดือนพ.ค. - 5.01% มูลค่า 18,429 ล้านเหรียญสหรัฐ รวม 5 เดือน มูลค่า 88,694 ล้านUSD - 4.20%
+ ธนาคารกลางจีนลดดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ระยะเวลา 1 ปี อีก 25bps เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
+ การทำ Window dressing สิ้น Q2/58
+/- Foreign เป็น Net Buy 452 ลบ. แต่ Net Short TFEX 75 สัญญา
ความล้มเหลวในการเจรจาแก้ปัญหาหนี้กรีซเป็นปัจจัยลบหลักที่กดดันต่อภาวะการลงทุนทั่วโลกรวมถึงไทย ดังนั้นประเมินว่า SET จะปรับตัวลง โดยมีแนวรับที่บริเวณ 1,500 – 1,505 จุด อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีสลับเด้งรีบาวด์จากแรงซื้อการทำ Window dressing
กลยุทธ์การลงทุน
SET มีแนวโน้มอ่อนตัวลง ดังนั้นแนะนำรอซื้อเล่นรีบาวด์ช่วงอ่อนตัว แบบ Selective buy เช่น
- กลุ่มเดินเรือ ( TTA PSL ) ค่าระวางเรือปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 6 เดือนล่าสุด823 จุด
- หุ้นที่คาดว่าจะเป็นเป้าหมายการทำ Window Dressing เนื่องจาก Underperform SET ได้แก่ กลุ่ม ICT (SAMART) กลุ่ม BANK (KBANK KTB) กลุ่ม MEDIA (RS) และกลุ่มอสังหาฯ (SPALI AP)
หุ้นแนะนำพิเศษ
KBANK ราคาปิด 200 บาท ราคาเป้าหมาย 268 บาท (P/BV 2.0)
- คาดกำไรปี 2015 = 5.2 หมื่นลบ +13%YoY ตามสินเชื่อที่เติบโตราว 6 - 7% YoY นำโดยสินเชื่อ SME หนุนต่อรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตดีโดยเฉพาะ Bancassurance และ Credit card
- คาดเป็นเป้าหมายการทำ Window dressing หลังจากราคาปรับตัวลง underperform SET
- วันนี้ KBANK มีนัดประชุมนักวิเคราะห์ preview งบ Q2/58
หุ้นเด่นรายวัน
- DEMCO (ราคาปิด 17.70 ซื้อเก็งกำไร) แย้มวินด์ฯมีสัญญา PPA 4 โครงการ รวมกำลังผลิต 360 MW มูลค่ารวม 5 พันล้านบาท มองเป็นโอกาสที่จะได้รับงานเพิ่ม เชื่อชัดเจนปีหน้า (ที่มา:ข่าวหุ้น)
เทคนิค: ราคาปรับตัวขึ้นสร้างแนวโน้มขาขึ้นลักษณะ Invert Head and Shoulder ทำให้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ รับ 14.40 / 14.00 ต้าน 14.90 /16.00 Cut Loss 13.50
- ECF (ราคาปิด 4.80 ซื้อเก็งกำไร) เตรียมเซ็นสัญญาซื้อแฟรนไชส์ธุรกิจรีเทลที่ญี่ปุ่นกรกฎาคมนี้ เล็งเปิดเบื้องต้น 3 แห่ง ลั่นผลงานปี 2559 พุ่งสูงสุดหลังรับรู้รายได้เฟอร์นิเจอร์ ดีสนีย์-ธุรกิจรีเทลช็อป และพลังงานเข้ามา (ที่มา:ทันหุ้น)
เทคนิค: ราคาฟื้นตัวจากแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน และสร้างรูปแบบ Triple Bottom พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสกลับตัวได้ รับ 4.76 / 4.70 ต้าน 4.90 / 5.00 Cut Loss 4.60
- AOT (ราคาปิด 306 ซื้อ เป้า consensus เฉลี่ย 330) อนาคตธุรกิจสดใส หลังเปิดให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 โดยจะเริ่มเปิดประมูลสุวรรณภูมิ เฟส 2 ได้ ราวปลายปีนี้ ผู้บริหารมั่นใจ รายได้ปีนี้โตเกือบ 20% รับอานิสงส์การขยายตัวของโลว์คอสต์แอร์ไลน์ (ที่มา : ทันหุ้น)







