วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

HANA - เก็งกำไร

เปิดโรงงานใหม่หนุนกำไรเติบโตแต่สะท้อนในราคาหุ้นแล้ว

สินค้าหลักและกลุ่มลูกค้าหลักมีแนวโน้มเป็นขาลง

ใน 1-2 ปีนี้ เราประเมินว่า HANA จะเจอแรงกดดันจากทั้งด้านเศรษฐกิจของลูกค้าหลักและภาวะตลาดสินค้าหลักดังนี้ 1)ภาวะเศรษฐกิจเอเชีย ที่ HANA มีส่งออกไปมากถึง 60% ของยอดขายได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว โดย GDP จีนในปี 58-59 มีแนวโน้มจะเติบโตต่ำกว่า 1-2 ปีก่อนหน้าที่เติบโตมากกว่า 8% 2)ภาวะตลาดของสินค้าไอที ซึ่งเป็นสินค้าหลักของ HANA(39% ของยอดขาย) มีแนวโน้มอ่อนแอลง โดยบริษัทที่ปรึกษา Gartner คาดปี 58-59 ตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจะหดตัว (-6% CAGR) และตลาดมือถือจะเติบโตในอัตราเร่งที่ลดลง (+4% CAGR เทียบกับ 2-3 ปีก่อนหน้าที่เติบโตสูงกว่า 20%CAGR)

ปรับกลยุทธ์ธุรกิจ เพื่อการเติบโตระยะยาว

HANA มีแผนพัฒนาธุรกิจระยะยาวเพื่อให้เติบโตท่ามกลางปัจจัยลบข้างต้นได้ ดังนี้ 1)แผนปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์(Product mix) จากเดิมที่เน้นผลิตสินค้าไอที หันไปผลิตกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์และเครื่องมือแพทย์ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าและความต้องการของตลาดผันผวนต่ำกว่า(ปัจจุบันหาลูกค้าใหม่ได้ราว 3 รายอยู่ในขั้นทดลองการผลิต) 2)ขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับกลุ่มลุกค้าใหม่ ประเมินกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกกว่า 50% ในระยะ 1-2 ข้างหน้า โดยมีจุดเด่นที่โรงงานใหม่ประเทศกัมพูชาซึ่งจะเปิดในปลายปีนี้ ได้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษี GSP ด้วย ปัจจุบันมีกระแสตอบรับจากลูกค้าเป้าหมายที่ดีมากเนื่องจากไม่มีคู่แข่งในประเทศดังกล่าวเลย

คาดกำไร 58-59 เติบโต 16% CAGR

คาดกำไรปกติปี 58 ยังไม่โดดเด่น (+13% YoY) เพราะถูกถ่วงด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มชะลอลงในปีนี้เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนของโรงงานใหม่แต่ยังไม่ได้ใช้กำลังการผลิตใหม่เต็มที่ก่อนจะเติบโตสูงขึ้นในปี 59 (+21% YoY) เพราะจะผ่านช่วงทดลองการผลิตของลูกค้าใหม่ไปแล้วและเดินเครื่องจักรได้เต็มปี โดยคิดเป็นการเติบโตในปี 58-59 เฉลี่ย 16% สูงกว่าในอดีตที่โต 11% ในช่วงปี 56-57 แต่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม

แนะนำ “เก็งกำไร” ให้อัตราปันผลสูงที่สุดในกลุ่ม

เราประเมินมูลค่าเหมาะสมที่38.50 บาท อิงวิธี Target PE ที่ 12.3 (+0.5SD)เพื่อสะท้อนการเติบโตของกำไรที่มีทิศทางดีขึ้นกว่าในอดีตอย่างไรก็ตาม เราแนะนำเพียง“เก็งกำไร”เพราะราคาปัจจุบันสะท้อนการเติบโตที่ดีขึ้นไปแล้วโดยถูกซื้อขายที่ +1.5 SDสูงกว่าค่า PE เฉลี่ย ที่เคยซื้อขายอยู่เพียง 10.5 เท่าขณะที่อัตราการเติบโตของกำไรไม่เด่นเมื่อเทียบกับกลุ่มอีกทั้งระยะสั้นมีปัจจัยเศรษฐกิจและตลาดสินค้าหลักเป็นปัจจัยกดดัน แต่ยังมีข้อดีที่ปันผล โดยคาดปันผลสำหรับปี 58 ที่ 4.2% สูงที่สุดในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี Upside จากค่าเงินบาท/ดอลลาร์ที่มีทิศทางอ่อนค่า ปัจจุบันอยู่ราว 33.7 บาท/ดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของปีก่อนที่ 32.5 บาท/ดอลลาร์และประมาณการของเราที่เฉลี่ย 33.5 บาท/ดอลลาร์