เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องปรับฐานเพราะปัญหากรีซ
SET View
- แนวโน้ม เราคาดว่าตลาดหุ้นกรีซมีโอกาสปรับฐานแรงตามตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากกรีซเลือกเส้นทางที่มีโอกาสนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ (Default) ค่อนข้างสูง (ดูรายละเอียดในหัวข้อ Strategy Talk) ส่วนตลาดหุ้นเอเชีย เช้านี้เปิดตัวในแดนลบราว 1-2% และดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส วานนี้ปรับตัวลดลง 1.6%
เบื้องต้น เราประเมินตลาดหุ้นทั่วโลกจะปรับฐานแรงในระยะสัปดาห์ แต่มีโอกาสฟื้นตัวได้เร็ว เพราะปัญหาหนี้ของกรีซใกล้ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด (แม้ไม่ใช่ตอนจบที่เป็นแง่ดี ในกรณีที่กรีซ Default และออกจากยุโรโซน) ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกซึมซับข่าวกรีซในรอบนี้ มาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ใช้มาตรการ QE ในการอัดฉีดเงินอยู่ ทำให้ความกังวลต่อสภาพคล่องของประเทศต่างๆในยูโรโซน (ยกเว้น กรีซ) น่าจะพอทุเลาลงได้
เราคาดว่า เงินดอลล่าร์สหรัฐฯจะแข็งค่าอย่างรวดเร็ว เพราะนักลงทุนโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ดังนั้นการเก็งกำไรหุ้นส่งออกที่ได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม
หุ้น HPT (โฮม พอตเทอรี่) เริ่มซื้อขายวันแรกในวันนี้ (ตลาด mai หมวด Consumer products) ราคา IPO 1.00 บาท และราคาพาร์ 0.25 บาท
- กลยุทธ์การลงทุน : สำหรับนักลงทุนระยะสั้นแนะนำให้ขายหุ้นก่อนเพื่อจำกัดความเสี่ยง สำหรับนักลงทุนระยะกลางอาจเลือกถือหุ้นที่มีปันผลดี, พื้นฐานดี, ราคายังขึ้นไม่สูงมาก
Top Daily Pick : ADVANC (มูลค่าเหมาะสม 288 บาท) มีโอกาสทำ window dressing, ปันผลสูง 5.7%, ความคืบหน้าการประมูล 4G ชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่กลาง ก.ค. และ SVI (มูลค่าเหมาะสม 5.70 บาท) ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า คาดผลประกอบการปีนี้ Turnaround กลับมาเป็นกำไร
Technical Pick : PS TNPC VIBHA TVD TLUXE (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
Theme Plays : เก็งกำไรหุ้นที่มี่โอกาสในการทำ Window dressing (ADVANC, INTUCH, BBL) / หุ้นอสังหาฯที่ซื้อขายด้วย P/E ratio ค่อนข้างต่ำ (SPALI, QH) / หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, SAPPE) /หุ้นที่ได้รับคัดเลือกเข้า SET50-SET100 (ITD, BEAUTY, SAPPE)
Strategy Talk
- ดราม่าของกรีซ (รอบสุดท้าย?)
สถานการณ์ รัฐบาลกรีซตัดสินใจทำประชามติเร่งด่วน เพื่อถามประชาชนว่า จะยอมรับเงื่อนไขแผนปฏิรูปที่เสนอโดยเจ้าหนี้หรือไม่ ในวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค.
วิเคราะห์
• กำหนดวันทำประชามติ 5 ก.ค. เกิดขึ้นหลังเส้นตายชำระหนี้แก่ IMF 30 มิ.ย.นี้ แปลว่า กรีซ น่าจะผิดนัดชำระหนี้งวดนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเจ้าหนี้ไม่ยอมขยายเวลา ตามที่กรีซร้องขอ และมีโอกาสสูงที่ประชาชนกรีซ จะไม่ยอมรับแผนของเจ้าหนี้ เพราะมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนทั้งนโยบายบำเหน็จบำนาญและภาษี
• ตอนนี้ ECB ยังไม่ตัดความช่วยเหลือแก่กรีซ โดยยังปล่อยเงินสภาพคล่องฉุกเฉินแก่ธนาคารพาณิชย์ในกรีซแต่คงเพดานไว้ที่ 8.9 หมื่นล้านยูโร
• ประชาชนกรีซ แห่ถอนเงิน (Bank run) อย่างล้นหลาม ทำให้หลายธนาคารขาดสภาพคล่อง รัฐบาลกรีซจึงใช้มาตรการ Capital control ให้วันจันทร์นี้เป็นวันหยุดของธนาคาร และจำกัดการถอนเงินบัญชีละ 60 ยูโรต่อวัน เมื่อธนาคารเปิดทำการในวันอังคาร หากกรีซ Default ผลกระทบเชิงพื้นฐาน น่าจะจำกัด
• หนี้กรีซมีมูลค่ารวมทั้งหมด 3.23 แสนล้านยูโร โดยเจ้าหนี้หลักของกรีซส่วนใหญ่หรือกว่า 83% เป็นองค์กรที่ไม่ใช่เอกชน กล่าวคือ 62% ของมูลค่าพันธบัตรกรีซถือโดยรัฐบาลของประเทศในกลุ่มยูโรโซน, 10% เป็น IMF, 8% เป็นธนาคารกลางยุโรป (ECB), 3% เป็นธนาคารกลางกรีซ ส่วนอีก 17% ถือครองโดยภาคเอกชน เช่น ธนาคารพาณิชย์ในกรีซ, กองทุนรวมระดับโลก เป็นต้น ขณะที่ปัญหาหนี้กรีซเรื้อรังมายาวนานและพันธบัตรกรีซ ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ปี 2553 แล้ว ทำให้เราเชื่อว่า ภาคเอกชน ได้รับรู้การด้อยค่าของพันธบัตรไปพอสมควรแล้ว
• ขนาด GDP ของกรีซเล็กมาก คิดเป็นเพียง 0.31% ของ GDP โลก ส่วนไทย ส่งออกโดยตรงไปยังกรีซน้อยมากเพียง 0.6% ของยอดส่งออกรวม
ผลกระทบเชิงจิตวิทยาน่าห่วง เพราะหากกรีซออกจากยูโรโซนจริง จะตอกย้ำภาพลักษณ์ความแตกแยกของกลุ่มยูโรโซน อาจสร้างเงื่อนไขให้ประเทศอื่นที่มีหนี้สาธารณะสูงมากและมีขนาด GDP ใหญ่ เช่น อิตาลี และสเปน เดินตามรอยกรีซ ซึ่งจะสร้างความกลัวให้กับตลาดได้มากกว่านี้ เหตุการณ์ Default ที่สำคัญในอดีต
• รัสเซีย (ส.ค.2541) ส่งผลให้เกิดความผันผวนรุนแรงในตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก และมีผลต่อเนื่องไปยังกองทุนที่มีขนาดใหญ่สุดกองหนึ่งของโลกในเวลานั้น คือ LTCM (มูลค่าสินทรัพย์ 1.25 แสนล้านเหรียญฯ) ต้องเผชิญสถานะขาดทุนมหาศาลอย่างรวดเร็ว จนทำให้ Fed ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ผลกระทบต่อตลาดหุ้น ดัชนี S&P500 ปรับฐานตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. และพบจุดต่ำสุดในเดือน ก.ย. ราว 21% หลังจากนั้น S&P500 ทำขาขึ้นต่อเนื่องจนถึงปี 2543 และพบฟองสบู่ Dotcom ส่วน SET เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 จึงไม่ได้รับผลลบมากนัก
• อาร์เจนตินา (ธ.ค.2544) ช่วงนั้นตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P500) ทรงตัว ส่วน SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% ในเดือนดังกล่าว









