“เงินบาทอ่อนค่าช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ ดัชนี SET ฟื้นตัวขึ้นจากอานิสงส์ของการทำราคาปิดสิ้นไตรมาส (Window Dressing)”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลง หลังปรับแข็งค่าช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์จากความหวังว่า กรีซจะสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ได้ทันเวลา อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาทยอยอ่อนค่าในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ภายหลังจากการเจรจาระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ประสบความล้มเหลว ทำให้เส้นตายของข้อสรุปเลื่อนเข้าใกล้กำหนดการชำระหนี้ของ IMF ในช่วงสิ้นเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ เงินบาทและสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ยังถูกกดดันจากการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาด และท่าทีของผู้ว่าการเฟดที่ระบุถึงการเตรียมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งภายในสิ้นปี
- สำหรับในวันศุกร์ (26 มิ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 33.78 เทียบกับระดับ 33.67 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (19 มิ.ย.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (29 มิ.ย.-3 ก.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.75-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยตลาดน่าจะยังคงติดตามกำหนดการประชุมยูโรกรุ๊ประหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ยูโรโซนในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการช่วยให้กรีซสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ในช่วงสิ้นเดือนมิ.ย. 2558 ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนี PMI และ ISM ภาคการผลิต และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือนเม.ย. นอกจากนี้ ตลาดในประเทศอาจจับตาข้อมูลเศรษฐกิจไทยเดือนพ.ค. และอัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนี SET ฟื้นตัวขึ้น จากอานิสงส์ของการทำราคาปิดสิ้นไตรมาส(Window Dressing) โดยปิดที่ระดับ 1,518.03 จุด เพิ่มขึ้น 1.78% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 3.02% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 37,041.14 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 665.03 จุด เพิ่มขึ้น 1.22% จากสัปดาห์ก่อน
- ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ หลังจากนักลงทุนคลายความกังวลต่อการพบผู้ติดเชื้อโรคเมอร์สรายแรกในประเทศ ก่อนที่จะทรงตัวในวันอังคาร อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นต่อได้ในช่วงกลางสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อหุ้น เพื่อทำราคาปิดสิ้นไตรมาส(Window Dressing) ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในวันศุกร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (29 มิ.ย - 3 ก.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,525 และ 1,535 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,508 และ 1,490 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามในประเทศ ได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพ.ค. ของธปท. (30 มิ.ย.) ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ การเจรจารอบพิเศษระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ที่จะครบกำหนดวันที่ 30 มิ.ย. 2558 สำหรับการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ เครื่องชี้ภาคการผลิต (ISM Manufacturing) ยอดสั่งซื้อสินค้าโรงงาน และเครื่องชี้ตลาดแรงงาน นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการรายงานดัชนี PMI จีน ญี่ปุ่น และประเทศในยูโรโซน









