"ภัทธีรา" คงเป้าดัชนีปีนี้ที่ 1,650 จุด คาดหุ้นครึ่งปีหลังฟื้นตามเศรษฐกิจ มองจำนวนโบรกเกอร์มากเกินไป หวั่นผู้ประกอบรายเล็กขาดทุน
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ยังคงเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้ที่ 1,650 จุด โดยจะเป็นไปตามเศรษฐกิจในประเทศที่จะฟื้นตัวอย่างชัดเจนในครึ่งปีหลัง ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณตัวเลขทางเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นตามลำดับ เชื่อว่าภาครัฐจะเริ่มดำเนินนโยบายการลงทุนต่างๆ และจะส่งผลบวกต่อการลงทุนของภาคเอกชนรวมไปถึงกำลังซื้อของประชาชนในประเทศ
ส่วนมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเชื่อว่าทั้งปีจะปรับขึ้นไปที่ 4-5 หมื่นล้านบาทได้ แม้ปัจจุบันจะเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 หมื่นล้านบาท โดยช่วงนี้เป็นจังหวะเหมาะสมเพื่อเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานดี
"ตอนนี้หุ้นไทยเหมือนรอจังหวะเพื่อดีดขึ้น เพราะแรงขายก็เริ่มน้อยลง ส่วนเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ก่อนหน้านี้เงินไหลออกจากภูมิภาคเข้าสู่ตลาดหุ้นจีน ฮ่องกง โตเกียว และอินเดีย เป็นจำนวนมาก จนทำให้ตลาดเหล่านั้นเริ่มนิ่งละ ทำให้อาจจะมีแรงขายทำกำไรออกมาและกลับเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนอีกครั้ง ซึ่งตลาดหุ้นไทยมักเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ เสมอ"นางภัทธีรา กล่าว
ส่วนปัจจัยต่างประเทศเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ เพราะเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในช่วงเริ่มฟื้นตัว ส่วนสถานการณ์ในประเทศกรีซก็เริ่มผ่อนคลาย และคงจะไม่ถูกถอดถอนจาก EU
ทั้งนี้เชื่อว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ จะปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 11-12% เนื่องจากมองว่าหุ้นกลุ่มหลักจะได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐ เช่น ธนาคาร รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงอุปโภคบริโภค ส่วนกลุ่มพลังงานจะพลิกกลับมามีกำไรจากการสต็อกน้ำมัน จากต้นทุนที่ลดลงตั้งแต่ต้นปีและปัจจุบันปรับขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้กลุ่มท่องเที่ยวก็กลับมาคึกคักอย่างเด่นชัด
นางภัทธีรา กล่าวว่า จำนวนบริษัทหลักทรัพย์ในปัจจุบันที่มีทั้งหมด 39 แห่ง ถือว่ามากเกินไป หากประเมินจากปริมาณการซื้อที่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท/วัน โดยกังวลว่าผู้ประกอบการรายเล็กจะขาดทุนได้ ขณะที่ในปีหน้าสำนักหักบัญชี (TCH) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลขอตลาดหลักทรัพย์จะมีการปรับเพิ่มสูตรการวางเงินประกันเงินกองทุนชำระคาซื้อขายหลักทรัพย์ ให้เหมาะสมกับปัจจุบัน เพราะเกณฑ์เดิมใช้มากว่า 30 ปีแล้ว ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของบริษัทฯ หลักทรัพย์เพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นจึงต้องการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คัดกรองบริษัทหลักทรัพย์รายใหม่ ที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรม ให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักลงทุน และตลาดทุนโดยรวม
นอกจากนี้ สมาคมบล. เห็นด้วยกับมาตรการเร่งด่วนของ ก.ล.ต. ที่จะมุ่งเน้นสกัดหุ้นที่มีพฤติกรรมสร้างราคา แต่ไม่ควรออกกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดจนเกินไป จนส่งผลต่อการเก็งกำไรของนักลงทุน เพราะจะส่งผลกระทบการดึงดูดนักลงทุนประเภทระยะสั้น ซึ่งมีอยู่มากพอสมควร
"เราพูดเสมอว่าหุ้นปั่นกับหุ้นเก็งกำไร คือ หุ้นคนละกลุ่ม หาก ก.ล.ต. จะปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขกฎเกณฑ์ใดๆ ก็ควรมุ่งเน้นปิดช่องโหว่ในเรื่องของการปั่นหุ้น แต่ไม่ควรมีกฎเกณฑ์ที่จะมากระทบต่อนักลงทุนประเภทเก็งกำไร"นางภัทธีรา กล่าว









