วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

WORK - ซื้อ

ผลกระทบบวกสุทธิเล็กน้อยจากการออกวอร์แรนต์และ ESOP

ประเด็นใหม่

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2558 ที่ประชุมกรรมการบริหารได้ทำการอนุมัติออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ WORK เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น หรือวอร์แรนต์ (WORK-W1) จำนวนไม่เกิน 20.86 ล้านหน่วยให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตราส่วน 20 หุ้นสามัญต่อหนึ่งหน่วยของวอร์แรนต์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XW ได้แก่ วันที่ 18 ก.ย. 2558 โดยคาดว่าจะออกวอร์แรนต์ได้ภายในเดือนก.ย. 2558 และวันกำหนดการใช้สิทธิวอร์แรนต์ได้แก่ ทุกวันที่ 25 ของเดือนก.พ. พ.ค. ส.ค. และพ.ย. โดยวันสิทธิครั้งแรกจะตรงกับวันที่ 25 พ.ย. 2558 วอร์แรนต์จะมีอายุ 4 ปีนับจากวันที่ทำการออกวอร์แรนต์ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้อนุมัติออกใบสำคัญแสงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ WORK เพื่อเสนอขายแก่กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทและ/หรือบริษัทย่อยหรือ ESOP (ESOP-2) จำนวนไม่เกิน 14 ล้านหน่วย ซึ่งจะมีอายุ 4 ปีนับตั้งแต่วันที่ออก วันกำหนดการใช้สิทธิ ESOP ได้แก่ วันทำการสุดท้ายของทุกเดือนภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ 30% แรกของจำนวน ESOP ทั้งหมดจะสามารถใช้สิทธิได้หลังจาก 12 เดือนนับจากวันที่ออก 30% ถัดไปจะใช้สิทธิได้หลังจาก 24 เดือนนับจากวันที่ออก และ 40% สุดท้ายจะใช้สิทธิได้หลังจาก 36 เดือนนับจากวันที่ออก

เงินที่ได้รับจากวอร์แรนต์และ ESOP เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและลงทุนโครงการในอนาคต…

อัตราการใช้สิทธิอยู่ที่หนึ่งวอร์แรนต์/ESOP ต่อหนึ่งหุ้นสามัญ ที่ราคาใช้สิทธิที่ 38.10 บาทต่อหน่วย โดยวัตถุประสงค์ของเงินที่ได้รับจากการออกวอแรนต์/ESOP เพื่อที่จะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท ลงทุนโครงการที่เกี่ยวข้องในอนาคต และ/หรือจ่ายคืนหนี้ทันทีที่มีการใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนต์/ESOP

… แต่เราใช้สมมติฐานว่าเงินที่ได้รับจากการแปลงสภาพทั้งหมดจะนำไปจ่ายคืนหนี้

ภายใต้สถานการณ์ ณ ปัจจุบันที่บริษัทยังคงไม่มีแผนชัดเจนสำหรับการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ในอนาคต และเพื่อวัตถุประสงค์ความเข้าใจอย่างง่ายๆ ในการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น เราจึงใช้สมมติฐานว่าบริษัทจะนำเอาเงินที่ได้จากการออกวอร์แรนต์/ESOP ทั้งหมดไปจ่ายคืนหนี้ซึ่งเกิดขึ้นจากธุรกิจทีวีดิจิตอลและโรงละครที่สร้างเสร็จและเปิดให้บริการไปแล้ว

ผลกระทบบวกเล็กน้อยจากการออกวอร์แรนต์และ ESOP

เราประเมินว่าผลกระทบจากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด (total share dilution) จะอยู่ที่ 7.7% ภายใต้สมมติฐานว่าจำนวนหุ้นใหม่ทั้งหมดที่ เพิ่มขึ้นเท่ากับ 34.86 ล้านหุ้นจากการออกวอร์แรนต์และ ESOP

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะทำการคำนวณผลกระทบสุทธิที่จะเกิดขึ้นกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ซึ่งจะเป็นผลกระทบสุทธิระหว่างผลกระทบทางลบของจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบทางบวกจากภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง เราใช้สมมติฐานว่าผู้ถือหน่วยจะทำการใช้สิทธิจำนวน 1.3 ล้านหน่วยในปี 2558 จำนวน 8.7 ล้านหน่วยต่อปีในช่วงปี 2559-61 และที่เหลือจำนวน 7.4 ล้านหน่วยในปี 2562 และบริษัทจะได้รับเงินสดจากการใช้สิทธิจำนวน 50 ล้านบาทในปี 2558 จำนวน 332 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2559-61 และจำนวน 282 ล้านบาทในปี 2562 (คำนวณจากราคาใช้สิทธิที่ 38.1 บาท)

ภายใต้สมมติฐานของต้นทุนทางการเงินที่ 5% เราประเมินว่าภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงอีก 3 ล้านบาทในปี 2558 ลดลง 10 ล้านในปี 2559 และลดลง 17 ล้านในปี 2560 ซึ่งผลกระทบสุทธิได้แก่ กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้นอีก 0.4% ในปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 0.7% ในปี 2559 และเพิ่มขึ้นอีก 1.3% ในปี 2560 และส่งผลให้ราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี sum-of-its-parts เพิ่มขึ้นอีก 1% (มาอยู่ที่ 50.50 บาท) เราประเมินว่าสถานะทางการเงินของบริษัทจะแข็งแกร่งมากขึ้นหลังจากทำการออกวอร์แรนต์และ ESOP อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงจาก 0.39 เท่าเหลือ 0.37 เท่า ณ สิ้นปี 2558 ลดลงจาก 0.67 เท่าเหลือ 0.51 เท่า ณ สิ้นปี 2559 และลดลงจาก 0.98 เท่าเหลือ 0.73 เท่า ณ สิ้นปี 2560 ซึ่งเป็นผลมาจากภาระหนี้สินที่ลดลง (มูลหนี้ลดลงอีก 4% มาอยู่ที่ 1.17 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2558 ลดลงอีก 15% มาอยู่ที่ 1.89 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 และลดลงอีก 10% มาอยู่ที่ 3.09 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2560) และฐานส่วนผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุน

WORK ยังคงเป็นผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลรายใหม่ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลรายใหม่ทั้งหมด ซึ่งเรตติ้งดิจิตอลของช่อง WORK ยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างมีเสถียรภาพมั่นคงนับตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการธุรกิจทีวีดิจิตอลเป็นต้นมา เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากการคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานของบริษัทมีแนวโน้มพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/58 เป็นต้นไปจนถึงครึ่งหลังของปี 2558