ทยอยขายทำกำไร (นักลงทุนระยะกลางรอซื้อเมื่ออ่อนตัวบริเวณแนวรับ 1448 จุด)
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ Sideway Downแนวรับ 1510/1506 จุด จับตาการเจรจาหนี้กรีซ แนะนำ ทยอยขายทำกำไร
คาดดัชนีฯ วันนี้ Sideway Down แนวรับ 1510/1506 จุด แนวต้าน 1520/1525 จุด แรงหนุนจะมาจาก window dressing ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส และแรงซื้อคืนต่างชาติ เพื่อปิดสัญญาอนุพันธ์ (ปัจจุบันต่างชาติเป็น Short สะสมอยู่) ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศได้รับแรงกดดันเชิงลบ หลังเจรจาหนี้กรีซวานนี้ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ตามที่คาด โดยจะมีการเจรจาต่อในเช้าวันนี้เพื่อให้ทันลงนามในการประชุม EU Summit ในช่วงวันพฤหัสฯ - ศุกร์นี้ ส่วนกลุ่มพลังงานวันนี้อาจถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับลง (จับ
ตาการเจรจานิวเคลียร์อิหร่านที่มีกำหนดหาข้อสรุปในช่วงปลายเดือนนี้) ด้านปัจจัยในประเทศ ห่วงปัญหาภัยแล้งหนักกว่าที่คาด กระทบรายได้เกษตรกร (Farm Income) และการบริโภคภาคเอกชน
กลยุทธ์ แนะนำ ทยอยขายทำกำไร (นักลงทุนระยะกลางรอซื้อเมื่ออ่อนตัว บริเวณแนวรับ 1448 จุด)
ปัจจัยต่างประเทศ
เจรจาหนี้กรีซไม่บรรลุผลตามที่คาดหวัง โดยวานนี้การเจรจาระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ตามที่เคยคาดก่อนหน้านี้ และจะมีการเจรจาต่อในเช้าวันนี้ (เวลายุโรป) เพื่อให้มีการลงนามในข้อตกลงได้ทันการประชุม EU Summit ในวันศุกร์นี้
โดยในช่วงเย็นวานนี้มีการรายงานข่าว นายกรัฐมนตรีกรีซกล่าวว่ากลุ่มเจ้าหนี้ปฏิเสธแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจที่กรีซเสนอไปล่าสุด ส่งผลความกังวลต่อการเจรจา เนื่องจากกรีซจำเป็นต้องใช้หนี้ให้กับ IMF ราว 1.6 พันล้านยูโรในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ ซึ่งหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ทันจะทำให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ได้ ทั้งนี้ เรายังคาดว่ากรีซและกลุ่มเจ้าหนี้จะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ทันก่อนปลายเดือนนี้
เศรษฐกิจสหรัฐไตรมาสแรกหดตัว 0.2% ตามคาด โดยปรับดีขึ้นกว่าประมาณการณ์ครั้งแรกที่หดตัว 0.7% การปรับตัวดีขึ้นดังกล่าวเกิดจากการที่ผู้บริโภคใช้จ่ายมากกว่าที่ประเมินไว้เบื้องต้น และบริษัทต่างๆ เพิ่มการกักเก็บสินค้าไว้ในสต๊อค ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์รวมถึงเฟดคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงที่เหลือของปี โดยเฟดคาดจีดีพีสหรัฐปีนี้เติบโตที่ระดับ 1.8-2.0%
ปัจจัยในประเทศ
Window dressing หนุนดัชนีปลายไตรมาส โดยวานนี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวดีขึ้นได้ดีกว่าตลาดหุ้นภูมิภาค ซึ่งคาดว่าส่วนหนึ่งมาจากผลของ window dressing ซึ่งกลุ่มอุตสหกรรมที่ปรับขึ้นได้ดีสุดได้แก่ กลุ่มปิโตรฯ (+3.2%) กลุ่มขนส่ง (+2.1%) และกลุ่มพลังงาน (+2.0%)
จับตาภัยแล้งต่อเนื่อง ธปท. ห่วงฉุดการบริโภค วานนี้ครม. ได้ลดการระบายน้ำออกจากเขื่อนวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อบริหารน้ำ และเร่งการขุดบ่อบาดาล 1000 แห่งให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือนหน้า โดยคาดว่าจะมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปีเสียหายกว่า 8.5 แสนไร่ จากที่ปลูก 3.44 ล้านไร่ และคาดมีที่ปลูกเพิ่มใหม่อีก5.6 แสนไร่
ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกร ซึ่งจะต้องมีการติดตามต่อไป โดยภัยแล้งที่เกิดขึ้นมากกว่าที่ธปท. เคยประเมินไว้
สัญญาณทางเทคนิค แม้ดัชนีมีการฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1500 จุด แต่รูปแบบระยะกลางของดัชนีฯ ยังคงเป็นรูปแบบขาลง Descending triangle โดยมีสัญญาณลงไปที่ 1448 จุด ขณะที่แนวต้านหลักอยู่ที่บริเวณ 1520 จุดซึ่งยังค่อนข้างแข็งแกร่ง และมีแนวต้านถัดไปบริเวณ 1536 จุด









