วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 25 มิถุนายน 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ปัญหาหนี้กรีซยังยืดเยื้อ

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังจากที่สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 680,000 บาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 304,000 บาร์เรล โดยนักวิเคราะห์มองว่าในช่วงนี้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวในสหรัฐ ซึ่งน่าจะส่งผลให้มีความต้องการใช้น้ำมันเบนซินสูง ในขณะที่ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล

+ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงไม่มากนัก เนื่องจากตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 มิ.ย. ปรับลดลง 4.9 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 462.99 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 8 และลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.1 ล้านบาร์เรล ขณะเดียวกันปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลง 1.87 ล้านบาร์เรล อีกด้วย

- สถานการณ์ปัญหาหนี้สินของกรีซที่ยังไม่คลี่คลายยังคงกดดันราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุนหลังกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจในยุโรปซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้กรีซ โดยที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งประเทศสมาชิกยูโรโซน ยังไม่ได้ข้อสรุปในการเจรจาแก้ปัญหาหนี้กรีซที่จัดขึ้นเมื่อวาน (24 มิ.ย.) และจะเดินหน้าหารือกันต่อในการประชุมวันนี้ (25 มิ.ย.) โดยกรีซใกล้จะครบกำหนดชำระหนี้วงเงิน 1.6 พันล้านยูโรแก่ IMF ในวันที่ 30 มิ.ย. ในขณะที่นายอเล็กซิส ซิปราส นายกรัฐมนตรีกรีซ เปิดเผยว่า กลุ่มเจ้าหนี้ไม่ยอมรับข้อเสนอของกรีซ อย่างไรก็ตาม กรีซและบรรดาเจ้าหนี้ต่างพยายามที่จะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการปฏิรูปให้ได้ภายในสัปดาห์นี้

- นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดัน หลังตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหรัฐ (จีดีพี) ขั้นสุดท้ายสำหรับช่วงไตรมาส 1/58 หดตัวลง 0.2% แม้ว่าจะดีขึ้นจากที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่หดตัวลง 0.7% แต่การหดตัวของจีดีพีดังกล่าว นับเป็นไตรมาสที่ 5 ในรอบ 6 ปี ที่เศรษฐกิจไม่สามารถขยายตัวได้ถึง 1%

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ของเวียดนามและแอฟริกาตะวันออก อย่างไรก็ดี อุปทานน้ำมันเบนซินมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังโรงกลั่นในอินเดียกลับมาดำเนินการผลิตหลังจากการปิดซ่อมบำรุง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปสงค์ที่ทรงตัวของศรีลังกาและเวียดนาม อย่างไรก็ดี อุปทานในภูมิภาคปรับตัวเพิ่มขึ้น จากเอเชียเหนือ โดยเฉพาะจากประเทศจีน ซึ่งเพิ่มการส่งออกน้ำมันดีเซลในระดับที่สูงขึ้น

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 58-63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 61-66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- การแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซที่ยังไม่มีข้อสรุปจะส่งผลกดดันราคาน้ำมันต่อไปหรือไม่ โดยล่าสุดยังไม่มีแนวโน้มว่ากรีซจะสามารถหาเงินมาชำระหนี้งวดล่าสุดให้แก่ IMF ราว 1.6 พันล้านยูโร ได้ทันก่อนเส้นตายที่กำหนดไว้ในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ หลังการเจรจาร่วมระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ล้มเหลวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายยังคงตกลงกันไม่ได้ในเรื่องแผนปฎิรูปของกรีซ การลดเงินบำเน็ญบำนาญและเงินเดือนของข้าราชการ

- การผลิตน้ำมันในลิเบียที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 432,000 บาร์เรลต่อวัน ไปแตะระดับ 800,000 บาร์เรลต่อวัน หลังรัฐบาลลิเบียพยายามที่จะกลับมาเปิดดำเนินการแหล่งผลิต El Sharara และ El Feel รวมถึงท่าเรือ Zueitina ใหม่อีกครั้ง ซึ่งอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นนี้อาจส่งผลกดดันราคาน้ำมัน

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นหลายแห่งเพิ่มกำลังผลิตขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้ที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น ในช่วงฤดูการท่องเที่ยวหน้าร้อนของสหรัฐ ซึ่งจะอยู่ระหว่างเดือน มิ.ย. - ส.ค. ของทุกปี อาจส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมัน

- จับตาทิศทางเศรษฐกิจและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังธนาคารกลางของสหรัฐ (FED) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำช่วง 0-0.25% ต่อไป ในการประชุมที่ผ่านมา ขณะที่ FED ส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ โดยมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐ ในปี 2558 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวที่ราว 1.8%-2.0%

                                                                     -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999