2Q58 บันทึกกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์
ประเด็น
- LH แจ้งสินทรัพย์คือ อพาร์ทเม้นท์ ในประเทศสหรัฐ ผ่านบริษัทย่อย คือ Land and Houses USA INC โดยได้รับเงินจากการขายราว 608 ล้านบาท พร้อมคาดสามารถบันทึกเป็นกำไรหลังการขายก่อนหักภาษี ราว 217 ล้านบาท ซึ่งจะบันทึกรายการดังกล่าวใน 2Q58 (ที่มา : รอยเตอร์,set)
ผลกระทบ / ความเห็น
- 2Q58 มีกำไรจากการขายสินทรัพย์ช่วยหนุน ผลจากการขายสินทรัพย์ในต่างประเทศดังกล่าวซึ่งจะบันทึกกำไรก่อนหักภาษีราว 217 ล้านบาท ขณะเดียวกันเราคาดว่าในเบื้องต้นผลการดำเนินงานปกติที่ใกล้เคียงกับ 1Q58 โดยมีงานในมือที่รอบันทึกรายได้แนวราบ 1.6 พันล้านบาท รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการคอนโดมีเนียมจากงานในมือ 3 พันล้านบาทเตรียมบันทึกรายได้ภายในปี เราคาดกำไรหลังรวมกำไรจากการขาย 2Q58 อยู่ที่ราว1.6 พันล้านบาท เติบโตเมื่อเทียบกับรายไตรมาสและทรงตัวเทียบกับรายปี
- รอกำไรเติบโตเด่นใน 4Q58 และปี 59 แม้ว่าในผลประกอบการในช่วง 2 ไตรมาสข้างหน้าอาจไม่โดดเด่นนัก อย่างไรตามใน 4Q58 เราคาดว่าจะเห็นผลประกอบการเติบโต จากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการคอนโดมีเนียม 3 แห่ง The key วุฒทากาศ มูลค่า 1.2 พันล้านบาท The Room-พระราม 4มูลค่า 2.2 พันล้านบาทและ The Room-ถนนปั้น มูลค่า 2.6 พันล้านบาท ซึ่งการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการดังกล่าวมีผลต่อเนื่องไปยังปี 2559 และการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ใน 4Q59 ของโครงการ333 Riverside ซึ่งมีมูลค่ากว่า 7พันล้านบาท ทำให้ปัจจุบันมีงานในมือกว่า 7.7พันล้านบาท รอบันทึกรายได้ในปี 59 ซึ่งคิดเป็น 26% ของประมาณการทั้งปีของเรา
คำแนะนำ / เหตุผล
- แนะนำ “ซื้อ” ลงทุนระยะยาว แม้ว่าในปี 2558 อาจเห็นยอดขายที่ไม่สดใสเนื่องจากบริษัทไม่มีการเปิดตัวโครงการคอนโดมีเนียมมูลค่าสูงเช่นเดียวกับโครงการ 333 Riverside ที่สร้างยอดขายได้ดีเมื่อเทียบกับปี 2557 โดยยอดขายในงวด 5M58 ทำได้ 9.2 พันล้านบาท คิดเป็น 33% ของประมาณการทั้งปีของเราที่ 2.8 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดีเราคาดยอดขายจะฟื้นตัวอีกครั้งในช่วง 4Q58 ตามแผนการเปิดโครงการใหม่จำนวน 12 แห่งจาก 17 แห่ง จากสินค้าแนวราบที่จะช่วยผลักดันยอดขาย ขณะที่ผลประกอบการจะกลับมาเติบโตเด่นในช่วง 4Q58 และปี 2559 มาจากงานในมือที่รองรับ ขณะเดียวกันในอนาคตบริษัทยังมีแผนการนำสินทรัพย์3 แห่งเข้ากองทุน REIT มูลค่าราว 1 หมื่นล้านบาท ทำให้มีบริษัทมีกำไรส่วนเพิ่มซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ









