"พล.อ.อ.ประจิน" ยืนยันตรวจภาพเอ็กซ์เรย์ทั้งสัมภาระและกระเป๋าถือของ "คำรณวิทย์" ไม่พบอาวุธปืน ชี้การบินไทยมีระเบียบขั้นตอนตามมาตรฐานสากล
พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึง กรณีที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศญี่ปุ่น ทำการจับกุมตัว ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558 ที่สนามบินนาริตะนั้น ได้มีการตรวจสอบไปยังบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ยืนยันว่า มีการตรวจภาพเอ็กซ์เรย์ทั้งสัมภาระและกระเป๋าถือของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ในวันที่เดินออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันที่ 18 มิถุนายน แต่ไม่มีการตรวจพบปืนแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ไม่มีรายงานในเรื่องของการขออนุญาตพกปืนออกนอกประเทศ ดังนั้นไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องด้านความปลอดภัยของท่าอากาศยานแน่นอน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการเพิ่มมาตรการตรวจสัมภาระและกระเป๋าถืออย่างเข้มงวดขึ้น รวมถึงช่องทางพิเศษที่มีการตรวจสัมภาระตามปกติ ไม่มีการยกเว้น
ด้านร.อ.ปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่าการนำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบินมีขั้นตอนปฏิบัติ ซึ่งการบินไทยมีระเบียบขั้นตอนตามมาตรฐานสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA: International Air Transport Association) ทั้งนี้ ผู้โดยสารจะต้องทำเอกสารขออนุญาตนำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบินมายื่นให้บริษัทฯ พิจารณาล่วงหน้า โดยจะต้องแจ้งเหตุผลอันสมควรที่จะนำอาวุธปืนออกไปนอกประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักกีฬายิงปืนที่จะนำไปใช้ในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับอนุญาตให้นำอาวุธปืนขึ้นเครื่อง บริษัทฯ ให้นำไปโหลดไว้ในห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น และไม่อนุญาตให้นำพกติดตัวขึ้นไปอยู่ในห้องโดยสารบนเครื่องบินทุกกรณี นอกจากนี้ การนำอาวุธไปกับเครื่องบินโดยสารต้องแจ้งให้ท่าอากาศยานทุกประเทศทั้งต้นทางและปลายทางรับทราบ และต้องผ่านการตรวจค้นโดยท่าอากาศยานของแต่ละประเทศ
ทั้งนี้ จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวการตรวจพบอาวุธปืนที่ผู้โดยสารจะนำขึ้นเครื่องบินนั้น บริษัทฯ ขอเรียนว่า ผู้โดยสารท่านดังกล่าวมิได้มีการขออนุญาตนำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบิน ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับแต่อย่างใด
นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์การตรวจค้นแล้ว ปรากฏว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ให้ความร่วมมือในการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระถือขึ้นเครื่องบินและการตรวจค้นร่างกายตามขั้นตอนของมาตรการตรวจค้นเป็นอย่างดี สำหรับสัมภาระที่บรรทุกใต้ท้องเครื่องนั้น ได้รับการตรวจค้นตามขั้นตอนของมาตรการการตรวจค้นด้วยเช่นกัน และปรากฏว่าไม่พบวัตถุที่เป็นอันตรายต่ออากาศยานผ่านออกไปยังต่างประเทศ









