วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 24 มิถุนายน 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับลดมากกว่าคาดการณ์

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ที่ประกาศโดยสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) ปรับตัวลดลง 3.2 ล้านบาร์เรลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มาสู่ระดับ 467 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ และเป็นการลดลงที่มากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับตัวลดลง 2 ล้านบาร์เรล และตลาดยังคงจับตามองตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่จะประกาศโดยสำนักงานพลังงานสากล (EIA) ในคืนนี้ว่าจะลดลง 2.1 ล้านบาร์เรลตามที่คาดการณ์หรือไม่ รวมถึงการคาดการณ์ปริมาณน้ำมันเบนซินที่จะปรับตัวลดลง 300,000 บาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล

+ ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ส่งผลผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นตามเช่นกัน โดยมีสาเหตุมาจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่ปรับตัวลดลงถึง 300,000 บาร์เรล เนื่องจากอุปสงค์ที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในสหรัฐ ทำให้โรงกลั่นเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการใช้น้ำมัน ส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

+ อิหร่านได้ผ่านร่างกฎหมายที่จะไม่ให้ U.N. เข้ามาสำรวจสถานที่เกี่ยวกับการทหารและนักวิจัยต่างๆ ของอิหร่าน ส่งผลให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงตามสัญญา ซึ่งมีการกำหนดวันสุดท้ายไว้ที่ 30 มิ.ย. 58 นี้ และอาจจะส่งผลต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่านด้วยเช่นกัน

- ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ เดือน พ.ค. ปรับลดลง -1.8% ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ -0.6% ซึ่งเป็นการปรับลดเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 เดือน และเป็นการส่งสัญญาณว่าภาคธุรกิจมีความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น ประกอบกับดัชนีภาคการผลิตสหรัฐ (Markit PMI) เดือน มิ.ย. ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาสู่ระดับ 53.4 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 3 และเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ต.ค. 56 โดยเป็นการปรับตัวลดลงสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นเป็น 54.2


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณอุปสงค์ในภูมิภาคปรับตัวลดลง โดยเฉพาะจากอินเดียที่ลดการนำเข้าลงหลังจากการเสร็จสิ้นการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในอินเดีย ประกอบกับช่วงมรสุมในขณะนี้ ส่งผลให้อุปสงค์เริ่มปรับตัวลดลง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากประเทศจีนและไทย ประกอบกับการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่นในตะวันออกกลางและจีน ทำให้มีอุปทานส่วนเกินในภูมิภาคมากขึ้น

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 58-63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 61-66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- การแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซที่ยังไม่มีข้อสรุปจะส่งผลกดดันราคาน้ำมันต่อไปหรือไม่ โดยล่าสุดยังไม่มีแนวโน้มว่ากรีซจะสามารถหาเงินมาชำระหนี้งวดล่าสุดให้แก่ IMF ราว 1.6 พันล้านยูโร ได้ทันก่อนเส้นตายที่กำหนดไว้ในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ หลังการเจรจาร่วมระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ล้มเหลวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายยังคงตกลงกันไม่ได้ในเรื่องแผนปฎิรูปของกรีซ การลดเงินบำเหน็จบำนาญและเงินเดือนของข้าราชการ

- การผลิตน้ำมันในลิเบียที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 432,000 บาร์เรลต่อวัน ไปแตะระดับ 800,000 บาร์เรลต่อวัน หลังรัฐบาลลิเบียพยายามที่จะกลับมาเปิดดำเนินการแหล่งผลิต El Sharara และ El Feel รวมถึงท่าเรือ Zueitina ใหม่อีกครั้ง ซึ่งอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นนี้อาจส่งผลกดดันราคาน้ำมัน

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นหลายแห่งเพิ่มกำลังผลิตขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้ที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น ในช่วงฤดูการท่องเที่ยวหน้าร้อนของสหรัฐ ซึ่งจะอยู่ระหว่างเดือน มิ.ย. – ส.ค. ของทุกปี อาจส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมัน

- จับตาทิศทางเศรษฐกิจและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังธนาคารกลางของสหรัฐ (FED) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำช่วง 0-0.25% ต่อไป ในการประชุมที่ผ่านมา ขณะที่ FED ส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ โดยมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐ ในปี 2558 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวที่ราว 1.8%-2.0%

                                                                -----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999