วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวนเชิงบวก

เลือกหุ้นเป็นรายตัว เน้น story และพื้นฐานดี ปันผลสูงและควรทยอยขายบ้างเมื่อมีกำไร

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ผันผวนเชิงบวก

ตลาดไทยวันนี้มีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อ โดยมีปัจจัยหนุนจากต่างประเทศเป็นหลัก คือตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐที่ออกมาแข็งแกร่งเมื่อคืน บวกกับนักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปในปีนี้ ส่วนทางด้านกรีซก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะบรรลุข้อตกลงเรื่องการชำระหนี้กับผู้นำในยุโรปได้ภายในสัปดาห์นี้ บวกกับราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อ เนื่องจากตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบในสหรัฐมีแนวโน้มลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 จึงส่งผลบวกต่อกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ภายในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยจากไวรัส MERS รายใหม่จึงส่งผลบวกต่อ sentiment ของกลุ่มท่องเที่ยว
แนวรับ/แนวต้าน : 1500/1520 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : เลือกหุ้นเป็นรายตัว เน้น story และพื้นฐานดี ปันผลสูงและควรทยอยขายบ้างเมื่อมีกำไร

นักลงทุนระยะสั้น : SEAFCO (13), TRUE (14)

SEAFCO (13) ย่ำฐานอยู่ 3-4 วัน แต่เดี๋ยวก็ไปต่อครับด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาและค่า PE ประมาณ 16 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่ากลุ่มรับเหมาที่เฉลี่ยเกือบ 30 เท่า บวกกับ SEAFCO เค้ามีความเชี่ยวชาญในธุรกิจเสาเข็มเจาะที่มีคู่แข่งน้อย ก็มีโอกาสสูงที่จะได้รับงานเพิ่มจากภาครัฐ โดยเฉพาะงานรถไฟฟ้าและมอเตอร์เวย์ บวกกับงานเอกชนที่บริษัทได้เข้าร่วมกับโครงการคอนโดและอาคารสูงจะเข้ามาอีกเพียบ ถือเป็นอีกตัวที่อนาคตไกล เล่นสั้นได้ และเล่นยาวดีนะครับ

TRUE (14) ปีก่อนขาดทุนปีนี้กลับมามีกำไร โดยมีแรงหนุนจากการจ่ายดอกเบี้ยลดลงและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งขึ้น ประกอบกับการโอนเสาให้ TRUEIF ช่วยดันรายได้ต่อในปีนี้ โดยเราคาดว่า TRUE จะสามารถจ่ายเงินปันผลในปีนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ด้วย Target ที่ 14 บาท upside ก็ค่อนข้างจำกัดจึงแนะนำแค่เล่นสั้น ลงซื้อ ขึ้นขาย TRUE ครับผม

นักลงทุนระยะยาว : SAT (20.50), TVO (27)

SAT (20.50) แน่นิ่งมา 3 เดือนแต่อาการเก็บของเรื่อยๆก็ค่อนข้างชัดเจนอยู่นะ ตัวนี้ถ้าใจเย็นเล่นยาวสบายใจได้ โดยเรามองว่าจะได้ประโยชน์จากโมเดลใหม่โตโยต้า Hilux Revo ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายตั้งแต่ Q3 เป็นต้นไป ประกอบกับ Business Model ที่มีการกระจายความเสี่ยงได้ดี 17% คูโบต้า 65% กระบะ ที่เหลือรถเก๋ง และปีนี้ได้ order ใหญ่ของ Heno ซึ่งจะส่งผลให้รายได้เพิ่ม 150 ล้านบาทเต็มๆใน Q4 และอีก 500 ล้าน ปีหน้าเลยนะ ถ้ามอง Valuation ก็น่าสนใจเพราะเทรด 10.5x PE ขณะที่ค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 12x PE จัดไปแล้วถือยาวแบบลืมๆได้ครับผม

TVO (27) ตลาดมันแกว่งแรงความเสี่ยงก็เยอะ เอาหุ้นปันผลสูงๆติดพอร์ตไว้ก็ดีครับ TVO ตัวนี้ Downside risk จากราคาถั่วเหลืองตกต่ำมีน้อย เนื่องจากราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาต้นทุนของเกษตรกรสหรัฐที่ 9USD/bushel แถมให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 58 ที่ดีราว 7% โดยคาดเงินปันผลปี 58 ที่ 1.62 บาท/หุ้น ประกอบกับปัจจุบันการปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้เพราะมีปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ช่วยเสริม sentiment บวกให้กับราคาถั่วเหลืองในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย ดังนั้นค่อยๆเก็บสะสม TVO ถือยาวๆกินปันผลกันนะครับ



• วันนี้มี AIS ไตรมาส 2 preview ครับ

• เราคาดว่า AIS จะ report กำไร 9,200 ล้านบาท down 6.7%qoq แต่เพิ่มขึ้น 9%yoy เนื่องจาก
       1. Senice revenue drop ลง 2.6%qoq จน low season คาดว่า value rev.8%qoq ส่วน Internet data revenue เพิ่มขึ้น 2% qoq

       2. Hand set sales คาดว่าจะ drop ลง 5% qoq เนื่องจากยอดขาย iPhone 6 ที่มี margin สูง ราคาแพงเริ่มลดลงตาม declining stage ขณะที่มือถือ house brand ยัง strong เราคาดว่า Hand set margin จะลดลงจาก 3.9% ใน Q1 มาเหลือแค่ 2% ใน Q2

       3. SG&A expenses คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6%qoq เพราะว่า Marketing activity ที่เพิ่มขึ้น เช่น AIS mobile swap (swap ระหว่าง voice และ internet data), AIS 3600 ที่แจกของเพิ่มเดือนที่แล้ว แล้วก็มี campaign ของ AIS Fiber

อย่างไรก็ตามเรายังมองว่า Earning ครึ่งปีหลังจะโตอย่าง Significant เพราะว่า Service revenue จะกลับมาจาก low season ใน Q2

• ขณะที่ Handset sale และ Margin ก็น่าจะกลับมาจาก Sumsung galaxy S6 ที่เริ่มขายโดยตลาดคาดว่า ยอดขาย Sumsung galaxy S6 จะอยู่ที่ 45 ล้านเครื่องในปีนี้ หลังจาก galaxy S5 ออกมาเมื่อปีที่แล้วต่ำกว่าเป้า

• รวมถึงไม่ต้องบันทึก depreciation expense 3 พันล้านบาท หลังหมดสัมปทานคลื่น 900MHz ในเดือน ก.ย.ปีนี้

• เรายังคงแนะนำซื้อ AIS target price 270 บาท เนื่องจาก high dividend yield good earning visibility และก็ได้ประโยชน์จากการประมูล 4G ที่สุด

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

- สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเมินสางปมการบินใช้เวลานาน เหตุปัญหาหมักหมม เสี่ยงส่งผลกระทบท่องเที่ยวไฮซีซัน ผสมโรงเมอร์ส-เศรษฐกิจชะลอ ขณะทัวร์ ปรับกลยุทธ์หันใช้เที่ยวบินประจำ หลัง พ.ค.คนไทยเที่ยวนอกลดลง 15-20% อัดโปรโมชั่น ดึงรายได้ยอมขายแพ็คเกจขาดทุน ลดราคากว่า 30% ด้านไทยแอร์เอเชีย แจงปมการบิน ไม่กระทบแผนเพิ่มเส้นทางบิน

- กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เล็งปรับลดเป้ายอดขายรถยนต์ทั้งปีลงอีก หลังยอดร่วงต่อเนื่อง 23 เดือน เหตุภัยแล้งซ้ำเติม สถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยกู้ กดกำลังซื้อเกษตรกร ขณะส่งออกสะดุดเป็นเดือนแรกในรอบ 5 เดือน ผลพวงรถเปลี่ยนรุ่น

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,144.07 จุด เพิ่มขึ้น 24.29 จุด หรือ +0.13%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (23 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกว่า กรีซและกลุ่มเจ้าหนี้จะสามารถทำข้อตกลงกันได้ภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายและจับตาดูว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะออกมาส่งสัญญาณเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ หลังจากมีข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของสหรัฐ รวมถึงยอดขายบ้านใหม่ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 ปี

- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น 63 เซนต์ ปิดที่ 61.01 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (23 มิ.ย.) เพราะได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา