วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

IRPC - ขาย

คาดกำไรสุทธิ 2Q58 อ่อนตัว

เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิ 2Q58 ไว้ที่ 3 พันล้านบาท ลดลง 21%QoQแม้เราคาดว่าบริษัทจะมีค่าการกลั่นรวม (Accounting GIM) อยู่ที่ 14.4 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 20%QoQแต่บริษัทไม่มีกำไรพิเศษจากการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้กว่า 2.6 พันล้านบาท ที่เกิดขึ้นใน 1Q58 โดยการดำเนินงานปกติได้รับผลกระทบจาก ค่าการกลั่นที่ลดลงตาม Demand ผลิตภัณฑ์หลักที่ลดลง ได้แก่น้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันเตา (คิดเป็น 63% ของกำลังผลิตรวม) ปัจจัยลบดังกล่าวทำให้เราคาดว่าค่าการกลั่นกลุ่มธุรกิจการกลั่น 2Q58 เหลือ 5.3 เหรียญต่อบาร์เรล (รวม Margin จากธุรกิจ Lube ที่ 1.9 เหรียญต่อบาร์เรล ทรงตัว QoQ) ลดลง 24%YoYแม้จะมีปัจจัยบวกจาก (1) กำลังกลั่นรวมที่เพิ่มขึ้นจาก 180KBD ใน 1Q58 (2) ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นเป็น 6.1 เหรียญต่อบาร์เรล (1Q58 อยู่ 5 เหรียญต่อบาร์เรล) และ (3) Stock Gain คาดว่าจะไม่น้อยกว่า 2 เหรียญต่อบาร์เรล พลิกจาก Stock Loss ใน 1Q58 ที่ 0.6 เหรียญต่อบาร์เรล ก็ตาม

แนวโน้มค่าการกลั่นยังมีความเสี่ยงปรับลดใน 2H58

แม้ค่าการกลั่นตลาดสิงค์โปร์ในปี 2558 (YTD) จะสูงถึง 8.3 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 44%YoY แต่ยังมีความเสี่ยงในช่วงที่เหลือของปีจากกำลังกลั่นใหม่ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2558 กว่า 8 – 9 แสนบาร์เรลต่อวัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่เริ่มดำเนินการผลิตใน 2H58 (ทั้งตามแผน และโครงการที่เลื่อนดำเนินการกลั่นจาก 1H58 มาเป็น 2H58) เป็นปัจจัยกดดันค่าการกลั่นใน 2H58 รวมไปถึงยังมีความเสี่ยงจากปริมาณสำรองที่อยู่ในระดับสูง และการคาดหมายราคาน้ำมันที่เริ่มฟื้นตัวจำกัดการฟื้นตัวของ Demand น้ำมัน

โครงการ UHV ยังไม่มีนัยสำคัญในปี 2558

โครงการ UHV จะสามารถเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ 4Q58 ตามกำหนด ทำให้นัยสำคัญต่อผลประกอบการในปี 2558 ไม่มาก โดยโครงการดังกล่าวจะเพิ่มความสามารถในการเลือกน้ำมันดิบเข้ากลั่นได้หลากหลายขึ้น ยังทำให้หน่วยกลั่นสามารถเพิ่มกำลังการกลั่นจากปัจจุบันได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ด้วยการลดสัดส่วนน้ำมันเตาที่มีมูลค่าต่ำกว่าทุนจาก 23% เหลือ 8% มาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ Propylene โดยภายหลังโครงการเริ่มดำเนินการผลิต บริษัทจะมีกำลังผลิต Propylene เพิ่ม 78% จาก 412KTA เป็น 732KTA ขณะที่โครงการ Poly Propylene (PP) และ PP Compounding กำลังผลิตรวม 300KTA จะสามารถเริ่มผลิตในปี 2560

ขาดปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุน

แนวโน้มผลประกอบการมีโอกาสอ่อนตัวใน 2H58 จากกำไรพิเศษ และผลกระทบจาก Stock ที่ลดลง อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากค่าการกลั่นที่ลดลง เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ไว้ที่ 8.5 พันล้านบาท พลิกจากผลขาดทุน 5.2 พันล้านบาท ที่เกิดขึ้นในปี 2557 โดยกำไรสุทธิ 1Q58 ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าจะเป็นจุดสูงสุดของปี ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปียังขาดปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุน ทำให้เรายังคงแนะนำ “ขาย” เช่นเดิม