สศค.ยัน "ไวรัสเมอร์ส" ไม่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย หลังนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านด่านสุวรรณภูมิยังอยู่ในระดับสูง ไร้ยกเลิกทัวร์
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สถานการณ์โรคเมอร์สยังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางผ่านด่านสุวรรณภูมิ ระหว่างวันที่ 18-21 มิ.ย.58 ยังคงขยายตัวในระดับสูงมากที่ 57.8% ต่อปี รวมทั้ง อัตราการจองผ่านบริษัทนำเที่ยว และห้องพักต่างๆ ยังไม่ได้ยกเลิกแต่อย่างใด โดย สศค.จะติดตามสถานการณ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ สถานการณ์โรคเมอร์สยังสามารถควบคุมได้ และไม่รุนแรงเท่ากับสถานการณ์โรคทางเดินทางหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) เกิดขึ้นในไทยเมื่อปี 46 เนื่องจากได้เปิดเผยข้อมูลการติดเชื้อโรคเมอร์สอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับท่าอากาศยานนานาชาติของไทยได้ตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าจากสายการบินที่มาจากประเทศตะวันออกกลางและเกาหลีใต้ และกระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามผู้ที่ได้สัมผัสกับผู้ป่วย และสร้างระบบคัดกรองผู้ป่วย รวมถึงปรับระบบการดูแลผู้ป่วยในสถานพยาบาล ให้ป้องกันควบคุมการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด
“ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก ได้ชื่นชมว่าไทยสามารถมีระบบการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังโรคติดต่ออันตรายอยู่ในเกณฑ์ดีมาก จนสามารถพบผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและนำเข้าสู่ระบบคัดแยก ตั้งแต่ก่อนโรคจะแสดงอาการและแพร่เชื้อ และประเทศต่างๆ ยังไม่ได้ประกาศการยกระดับการเตือนการเดินทาง มายังไทย เหมือนกับกรณีที่ฮ่องกงประกาศเตือนการเดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้”
อย่างไรก็ตาม จากกรณีศึกษาเหตุการณ์โรคติดต่อต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร ธุรกิจการขนส่ง และธุรกิจการค้าปลีกค้าส่ง เป็นต้น ซึ่งจากประสบการณ์ของไทยในอดีต การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสามารถเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงเพียงระยะเวลาสั้นๆ ช่วงระยะเวลาภายใน 2 – 5 เดือนหลังเหตุการณ์








