บลจ.กสิกรไทย ประเมินหุ้นไทยปีนี้อยู่ที่ 1,650 จุด ชี้หุ้นครึ่งปีหลังยังเสี่ยง หลังรัฐธรรมนูญ-เลือกตั้งยังไม่ชัดเจน
นายพงศ์พิเชษฐ์ นานานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า มองดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด บนพื้นฐาน P/E ที่ 16-17 เท่า จากปัจจุบัน P/E ที่ 20 เท่า ซึ่งคาดว่าจะลดลงมาในระดับดังกล่าวได้ เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นครึ่งปีหลังอาจจะทรงจากปัจจุบัน แต่การที่ระดับดัชนีฯ มีการปรับตัวลดลงนั้นถือเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะซื้อสะสมระยะยาว 5-10 ปี
อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีหลังตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องของรัฐธรรมนูญและกรอบระยะเวลาในการเลือกตั้งที่ยังไม่มีความชัดเจนหากเกิดความชัดเจนตรงนี้ได้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศที่ขณะนี้มีการขายสุทธิไปมากพอสมควร
นอกจากนี้มองว่ากำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปีนี้จะเติบโตได้ 15-20 % ซึ่งต้องติดตามการลงทุนโครงสร้างพื้นของภาครัฐ ที่จะส่งผลบวกต้องหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง หรือหุ้นที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการภาครัฐอื่นๆ รวมไปถึงหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวด้วยแม้ปัจจุบันอาจจะโดนผลกระทบจากโรคเมอร์สและองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ติดสัญลักษณ์ธงแดงหน้าประเทศไทยบนเว็บไซด์ของ ICAO แต่มองว่าปัจจัยดังกล่าวน่าจะส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนระยะสั้นมากกว่า นอกจากนี้หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตร จะได้รับผลดีจากราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้นจากภัยแล้ง
สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF ยังเป็นที่น่าสนใจอยู่ มองว่าทางภาครัฐยังคงจะมีการต่ออายุของ LTF ไปอีก แต่อาจจะจำกัดการลดหย่อนให้น้อยลงเพื่อไม่ให้บางคนใช้ LTF เป็นโอกาสในการเลี่ยงภาษี
นายพงศ์พิเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คาดว่าปีนี้จะมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร หรือ AUM 1.2 ล้านล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มี AUM อยู่ที่ 1.09 ล้านล้านบาท โดย 5 เดือนที่ผ่านมาสามารถทำ AUM ได้แล้ว กว่า 1.1-1.2 แสนล้านบาท โดยมั่นใจว่าจะสามารถครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจจัดการกองทุนได้อย่างต่อเนื่อง ผลจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนซึ่งเป็นจุดเด่นของบลจ.กสิกรไทย ที่มีกองทุนที่มีความหลากหลายและมีศักยภาพ และยังสามารถตอบโจทย์ผู้ลงทุนในทุกกลุ่มได้อีกด้วย ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีนี้จะออกกอง REIT เพิ่ม แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ชัดเจน รวมไปถึงจะออกกองทุนรวมในต่างประเทศ (FIF) ที่ บลจ.กสิกรไทย จะมีการขยายให้ครอบคลุมเนื่องจากตลาดต่างประเทศให้ผลตอบแทนดีกว่าในประเทศ โดยประเทศที่ยังน่าสนใจคือ ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากสภาพคล่องดีขึ้นหลังจากมีการออก QE









