วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 22-26 มิ.ย.58

“ราคาน้ำมันดิบผันผวน จับตาการแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซ และปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับลดต่อเนื่อง”

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 58 - 63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 61 - 66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (22-26 มิ.ย.58)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่ายังคงผันผวน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐช่วงฤดูร้อน และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรจากความกังวลเรื่องวิกฤติหนี้กรีซที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้และมีแนวโน้มที่กรีซจะไม่สามารถชำระหนี้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก่อนครบกำหนดเส้นตาย 30 มิ.ย.นี้ได้

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- จับตาการแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หลังจากรัฐบาลกรีซยังไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้งวดล่าสุดให้แก่ IMF ราว 1.6 พันล้านยูโร ก่อนเส้นตายวันที่ 30 มิ.ย. นี้ได้ โดยล่าสุดกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ยังคงไม่สามารถตกลงกันได้สำหรับแผนปฎิรูปของกรีซเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ 7.2 พันล้านยูโร โดยประเด็นที่ยังคงไม่เห็นพ้องกันคือ การลดเงินบำเน็จบำนาญและเงินเดือนของข้าราชการ ที่กลุ่มเจ้าหนี้ต้องการให้ลดลง 1% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ประมาณ 16% ของ GDP ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่สูงมากขึ้นที่กรีซจะผิดนัดชาระหนี้กว่า 1.6 พันล้านยูโรในสิ้นเดือนนี้ ทั้งนี้ ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้กรีซ ส่งผลให้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร ซึ่งกดดันราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น

- การผลิตน้ำมันในลิเบียมีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นราว 200,000 บาร์เรลต่อวัน จากระดับ 432,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา บริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบีย เปิดเผยว่า ลิเบียพยายามที่จะกลับมาเปิดดำเนินการแหล่งผลิต El Sharara และ El Feel รวมถึงท่าเรือ Zueitina ใหม่อีกครั้งในช่วงฤดูกาลถือศีลอดของชาวมุสลิม หลังถูกปิดดำเนินการไปในช่วงก่อน โดยหากสามารถเปิดดำเนินการได้ทั้งหมดจะทำให้กำลังการผลิตของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันเป็นประมาณ 800,000 บาร์เรลต่อวัน

- ติดตามทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังธนาคารกลางของสหรัฐ (FED) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำช่วง 0-0.25% ต่อไป ในการประชุมวันที่ 16-17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ FED ส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐ ในปี 2558 มีแนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ในการประชุมที่ผ่านมา FED ยังเผยตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ (GDP) โดยในปีนี้คาดว่าจะเติบโต 1.8%-2.0% ลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.3%-2.7% ในเดือนมี.ค. หลังเศรษฐกิจของสหรัฐ ในไตรมาสแรกหดตัวลงอย่างไม่คาดคิด อย่างไรก็ดี FED เชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐ จะมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ต่อเนื่อง โดยจะขยายตัวสูงสุดถึง 2.4-2.7% ในปี 2559 นอกจากนี้ อัตราการว่างงาน ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายทางการเงินก็คาดว่าจะลดลงจากระดับ 5.5% ในปัจจุบัน มาอยู่ต่ำสุดที่ราว 5.2%-5.3% ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และเหลือ 4.9%-5.1% ในปี 2559

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดว่าจะยังคงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองต่ออุปสงค์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นระหว่างฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐ ในช่วงฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.) โดยล่าสุดปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ผ่านมาปรับลดลงราว 2.7 ล้านบาร์เรลจากสัปดาห์ก่อนหน้า สู่ระดับ 467.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงที่ 1.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือว่าเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 7 และติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี ขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ก็ปรับเพิ่มขึ้น 112,000 บาร์เรล

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตจีน ดัชนีภาคการผลิตยูโรโซน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีภาคการผลิต จีดีพีไตรมาส 1/58 จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และดัชนีความอ่อนไหวของประชากรของสหรัฐฯ

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (15 – 19 มิ.ย. 58)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.35 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 59.61 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.85 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 63.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล    ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันจากความกังวลต่ออุปทานส่วนเกินจากซาอุดิอาระเบีย ที่ยังคงเดินหน้าผลิตน้ำมันในระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์เหนือระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ประกอบกับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร เนื่องจากความกังวลต่อปัญหาวิกฤตหนีสิ้นของกรีซ อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงสนับสนุนหลักจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ที่ปรับลดลงมากกว่าคาดการณ์

                                                               -----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999