วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตรียมซึมอีกวัน

เลือกหุ้นเป็นรายตัว เน้น story และพื้นฐานดี ปันผลสูงและควรทยอยขายบ้างเมื่อมีกำไร

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA :  เตรียมซึมอีกวัน

ปัจจัยต่างประเทศโดยรวมเป็นบวกในวันนี้ โดยผู้นำในยุโรปจะจัด Meeting ฉุกเฉินวันจันทร์เพื่อหาทางออกของประเด็นหนี้กรีซ ส่วนทางสหรัฐ นักลงทุนก็คลายความกังวลเรื่องขึ้นดอกเบี้ย เพราะการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้จะเป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่เติบโตชัดเจนนัก ประกอบกับวันนี้มีประชุม BOJ ซึ่งคาดว่าจะคงแผนการอัดฉีดเพิ่มสภาพคล่องเพื่อขยายธุรกิจต่อไป แต่ปัจจัยในประเทศนี่สิ ไม่ค่อยสู้ดี ทั้งไอซีเอโอยังคงตัดสินสอบตกมาตรฐานการบินของไทยและมีข่าวไวรัสเมอร์สมากระทบอีก แต่ถ้าดัชนีลงต่อก็เป็นโอกาสดีให้เข้าซื้อหุ้นเป็นรายตัวก่อนการทำ window dressing ปลายเดือนนี้นะครับ
แนวรับ/แนวต้าน : 1500/1520 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : เลือกหุ้นเป็นรายตัว เน้น story และพื้นฐานดี ปันผลสูงและควรทยอยขายบ้างเมื่อมีกำไร

นักลงทุนระยะสั้น : IRPC(6.50), MAJOR(38.50)

IRPC (6.50) ลดราคากระหน่ำ summer sale ไปเรียบร้อยเมื่อวานนี้ โดย BBL ซึ่งถือหุ้น IRPC มาตั้งแต่ปี 2004(ช่วง TPI Debt restructuring) ได้ขาย Big lot 2.35% หรือ 480 ล้านหุ้น ราคา 4.06 บาท ทำให้ช่วงแรกเมื่อวานราคาหุ้นลงไปถึง 4.08 บาท แต่ยังไงเราก็รีบออกมาเชียร์ให้นักลงทุนรีบเก็บเลยในที่สุดเห็นราคาฟื้นขึ้นมาอย่างชัดเจน ใครที่ตกรถไปตอน 4.08 ก็อย่างเพิ่งน้อยใจไป เข้าตามตอนนี้ยังทัน สบายใจได้เพราะพื้นฐานแกร่ง ปันผลสูง โดย consensus ให้เป้าพลิกมาเป็นกำไรปีนี้ประมาณ 7 พันล้าน แต่ UOBKH เรา confirmed กับผู้บริหารยังคงมั่นใจยืนยันเป้าถึง 1 หมื่นล้านนะครับ ไม่ต้องห่วงเข้าตามยังไม่สาย upside ราคาหุ้นเห็นกัน 57%

MAJOR (38.50) ไดโนเสาร์คืนชีพ! วันก่อนผมได้ไปดู Jurassic World ขอบอกเลยว่ามันส์มากด้วย Indominus Rex ลุยแหลกทั้งเรื่อง(ใครอยากเห็นหน้าตาไปดูเอาเองครับ) เลยกลับมาดูที่ราคาหุ้น MAJOR ก็ขอบอกว่า story เดียวกันคือเกมส์หุ้นกำลังจะมันส์อีกครั้ง เราคาดกำไรสุทธิได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วไตรมาสที่ 1 โดยปีนี้จะมีหนังฟอร์มยักษ์ทยอยเข้าฉายต่อเนื่องบวกกับเศรษฐกิจดีขึ้น คนก็ไปดูหนังกันจริงป่ะ เรา expect ว่ากำไรสุทธิของ MAJOR จะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/58 เป็นต้นไปจากหลายปัจจัยหนุน อาทิ 1) บริษัทฯ มีแผนเปิดให้บริการโรงหนังใหม่จำนวน 26 โรงในไตรมาส 2/58 และ 71 โรงในช่วง 2H58 2) คาดรายได้โฆษณาในไตรมาส 2/58 จะแข็งแกร่งเนื่องจากจะมีสปอนเซอร์รายใหม่หลายรายจากการเปิดสาขาใหม่ที่ Emquartier และ 3) มีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวู๊ดเข้าฉายหลายเรื่องในไตรมาส 2/58 อาทิ Fast and Furious 7, Avengers: Age Of Ultron, Tomorrow Land, Ant-Man และ Mission Impossible 5 ดั้งนั้นเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในปี 58 ขึ้น 5% เนื่องจากคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/58 จะดีกว่าประมาณการเดิมของเรา ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 38.50 บาทคำนวณด้วย 2015F PE ที่ 23.5 เท่าหรือ +1.0SD ต่อค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 18.4 เท่า และ dividend yield ของ MAJOR จะอยู่ที่ประมาณ 4% ก็น่าสนนะครับผม

นักลงทุนระยะยาว : RS(18), EFORL(2.20)

RS (18) ต้านแรก 15 see you soon ถ้าผ่านลุ้น 18 บาท โดยหลังงบไตรมาสแรกออกมาแย่ ราคาหุ้นก็แย่ตามซักพัก แต่ตอนนี้อาการดีขึ้น โดยการปรับผังรายการช่อง 8 จะส่งผลให้เรทติ้งฟื้นตัวต่อเนื่อง จากต้นปีที่ 0.239 TVR อาจขึ้นไปถึง 0.60 TVR ได้ภายในปลายปีนี้ นอกจากนี้จะมีการขายลิขสิทธิ์ละครให้ในประเทศ ASEAN และจัดงานคอนเสิร์ตสร้างรายได้มากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 นี้เป็นต้นไปครับผม

EFORL (2.20) อีกตัวนึงที่อาการน่าเป็นห่วงเมื่อวานช่วงแรกคือ EFORL แต่เรามองเป็นโอกาสดีให้เริ่มสะสมหุ้นเล็กแต่ไม่ธรรมดาตัวนี้upside มโหฬารด้วยเป้า 2.20 ก็ปัจจัยบวกมันมีอยู่เพียบนี่:

• ทีมขายใหม่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับยอดขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ. ปัจจุบัน 80% ของใบอนุญาติขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ถูกโอนจากเจ้าของบริษัทเดิมมายัง EFORL แล้ว ผู้บริหารคาดว่าใบอนุญาติทั้งหมดจะถูกโอนมายัง EFORL ได้ภายในไตรมาส 3/58 และเพื่อเป็นการเพิ่มยอดขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มากขึ้น บริษัทฯ ได้รับพนักงานขายใหม่ (ซึ่งคิดเป็น 50% ของทีมขายเดิม) เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมและพร้อมที่จะขายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ได้ในปีหน้า ดังนั้น เราคาดว่ายอดขายอุปกรณ์ทางการแพทย์จะเติบโตขึ้นต่อเนื่องได้ทีปีละ 10% (ต่อด้านหลัง)

• มุ่งเน้นไปยังอัตราการทำกำไรของวุฒิศักดิ์ จากการที่สาขาทั้งหมดของวุฒิศักดิ์ คลินิก (EFORL ถือหุ้นอยู่ 60%) รวม 121 สาขา มีที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชน และ พื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นแล้ว ในจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วทั้งประเทศไทย และวุฒิศักดิ์ยังอยู่ระหว่างการ consolidation เพื่อพัฒนาอัตราการทำกำไร บริษัทฯ จึงยังไม่มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนสาขาในประเทศเพื่อเพิ่มยอดขายในขณะนี้ แต่บริษัทฯ จะมุ่งเน้นไปยังการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและเพิ่ม margin ให้สูงขึ้น ดังนั้น เราคาดว่ายอดขายของวุฒิศักดิ์ในปี 58 จะยังอยู่ที่ 2,800 ล้านบาทเหมือนในปี 57 อย่างไรก็ดี เราคาดว่า gross margin และ net margin ในปี 58 จะขยายตัวขึ้นอยู่ที่ 30% และ 15% จาก 27% และ 11% ในปี 57 ตามลำดับ สำหรับในปี 59 วุฒิศักดิ์ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายโดยการเพิ่ม SSSG และเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศ 

• เตรียมนำวุฒิศักดิ์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต้นปีหน้า Wuttisak Group Inter Holding (WGIH ซึ่ง EFORL เป็นเจ้าของที่ 60% และถือหุ้น 100% ในวุฒิศักดิ์) อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และคาดจะเริ่มซื้อขายใน SET ได้ในช่วงต้นปีหน้า โดยในช่วงของการกระจายหุ้น EFORL จะขายหุ้นบางส่วนของ WGIH ออกไปละโดยจะแบ่งหุ้นของ WGIH ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของ EFORL ที่ราคา IPO และจะนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นมาชำระหนี้สินที่ค้างอยู่ที่ 3,400 ล้านบาท 

• เตรียมขยายธุรกิจไปยังกลุ่มเครื่องสำอาง หลังถือหุ้น 51% ในบริษัท Siam Snail แล้ว EFORL ตั้งเป้าที่จะพัฒนาธุรกิจเครื่องสำอางโดยใช้เมือกจากหอยทากในประเทศไทย ในระยะใกล้ๆ นี้ (อาจจะในไตรมาส 3/58-4/58) บริษัท Siam Snail และบริษัทอื่นๆในเครือ จะมีการทำ JV กับโรงงานผลิตเครื่องสำอางในต่างประเทศเพื่อผลิตเครื่องสำอางร่วมกัน สำหรับการขายปลีกทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 

ผลประทบต่ออนาคต ดังนี้ครับ:

• มี Upside จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงาม จากแผนการพัฒนาธุรกิจข้างต้น เราคาดว่าสัดส่วนของยอดขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ของ EFORL และยอดขายของวุฒิศักดิ์ในปี 58 จะอยู่ที่ 40% และ 60% ตามลำดับ สำหรับสัดส่วนกำไรสุทธิในปี 58 จากอุปกรณ์ทางการแพทย์และวุฒิศักดิ์คาดจะอยู่ที่ 25% และ 75% ตามลำดับ จากการที่บริษัทมีแผนการที่จะขยายธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เสริมความงามด้วย เราจึงคาดว่ายอดขายและกำไรสุทธิของ EFORL จะเปลี่ยนจากสัดส่วนไปจากปัจจุบัน เรากำลังรอภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นของการพัฒนาสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางของ EFORL ก่อนที่จะปรับเพิ่มประมาณการยอดขายและกำไรสุทธิ สำหรับในตอนนี้ เรายังคงประมาณการการเติบโตของยอดขายในปี 58 และ 59 เดิมไว้ที่ 249% และ 20% yoy ตามลำดับ และคาดกำไรหลักในปี 58 และ 59 จะเติบโตขึ้น 158% และ 36% yoy ตามลำดับ

• จะกลายมาเป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้สินหลังจากขายหุ้นวุฒิศักดิ์บางส่วนออกไป หากเงินที่ได้จากการขายหุ้น WCIH บางส่วนออกไประหว่างการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เพียงพอที่จะชำระหนี้สินทั้งหมดของ EFORL ที่ 3,400 ล้านบาท EFORL จะกลับมามีฐานะทางการเงินที่เข้มแข็งอีกครั้ง นอกจากนี้ยังจะช่วยเพิ่ม net margin รวมของ EFORL เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ประมาณปีละ 220 ล้านบาทจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากนั้น EFORL อาจจะสามารถมองหาการลงทุนใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทฯ ต่อไป

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "ปรีดิยาธร"ระบุเศรษฐกิจเข้าสู่ปกติเดือน ก.ย.นี้ หลังใช้เวลาปรับตัวจากผลกระทบจากประชานิยม ด้านจีดีพีโตระดับ 3-4% ด้านนายแบงก์ประเมินกำลังซื้อยังไม่ฟื้น หวังงบภาครัฐ ขณะสหพัฒน์คาดปีนี้แค่ประคองตัว ประเมินเริ่มฟื้นไตรมาส 4 ขณะที่เฟดส่งสัญญาณไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยตามตลาดคาด "โฆสิต" ชี้ไทยกระทบน้อย แม้ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ด้านนักเศรษฐศาสตร์ระบุเปิดทางนโยบายการเงินไทยผ่อนคลายมากขึ้น ขณะแนวโน้มค่าเงินบาทแข็งค่า

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,115.84 จุด เพิ่มขึ้น 180.10 จุด หรือ +1.00%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (18 มิ.ย.) ขานรับถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่า เฟดจะยังคงจุดยืนด้านนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย แม้ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันข้างหน้าก็ตาม นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ รวมถึงจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ที่ปรับตัวลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น 53 เซนต์ ปิดที่ 60.45 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 มิ.ย.) เพราะได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่ายังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ปรับตัวลดลง และข้อมูลแรงงานของสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่ง