คาดกำไรสุทธิ 2Q58 ฟื้นตัว
PTTGC ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัว
เบื้องต้นเราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q58 จะไม่น้อยกว่า 8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 44%QoQแม้จะมีแผนหยุดซ่อมหน่วยปิโตรเคมีหลายหน่วยแต่กำไรสุทธิ 2Q58 มีปัจจัยบวกจาก (1) ราคาขายเฉลี่ย HDPE ปรับเพิ่มจาก Demand แข็งแกร่ง และแผนการหยุดซ่อมโรงงานในภูมิภาค โดย HDPE เป็นผลิตภัณฑ์หลักของกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์ ใน 2Q58QTD อยู่ที่ 1,378 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ้น 16%QoQและ (2) ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ได้ประโยชน์จากโรงงานในเมืองจีนที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปรับเพิ่ม โดยผลิตภัณฑ์หลักได้แก่พาราไซลีนและเบนซีนมีส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปรับเพิ่ม 8%QoQและ 23%QoQตามลำดับ โดยราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มนอกจากจะเป็นปัจจัยหนุนราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์ ยังทำให้กลุ่มธุรกิจการกลั่นกลับมามี Stock Gain รวมทั้งเพียงพอชดเชยค่าการกลั่นที่ปรับลดลงตามฤดูกาล
โอเลฟินส์จะหนุนการเติบโตในช่วงที่เหลือของปี
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี จากธุรกิจโอเลฟินส์ที่ยังได้ประโยชน์จาก Demand ที่แข็งแกร่ง ขณะที่มุมมองต่อราคาน้ำมันดิบที่จะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงที่เหลือของปี 2558 ทำให้เราคาดหมายจะเห็นการฟื้นตัวของราคา HDPE รวมทั้ง EBITDA Margin ของธุรกิจโอเลฟินส์ที่จะฟื้นตัวจาก 1Q58 ที่ระดับ 19% ปัจจัยบวกที่กล่าวมาข้างต้นจะเพียงพอชดเชยค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์ ที่มีความเสี่ยงด้านอุปทานจากกำลังผลิตใหม่ที่จะเริ่มทยอยเริ่มผลิตใน 2H58 โดยกำไรสุทธิ 1H58 คิดเป็น 45%ของี่เราประเมินไว้ทั้งปี 2558 ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 103%YoY
โครงการในต่างประเทศยังคงต้องติดตาม
ประเด็นสำคัญจากการประชุม 2 – 3 ครั้งที่ผ่านมาอยู่ที่แผนการขยายการลงทุนในต่างประเทศ แม้โครงการ Pertaminaมีโอกาสเลื่อนไปจากกำหนดเดิม แต่บริษัทมีแผนลงทุนโรงงาน Ethylene gas Cracker ครบวงจรในสหรัฐฯ ขนาดกำลังผลิต 1 ล้านตันต่อปี ใช้ Shale gas ในการผลิต คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 3Q59 (เงินลงทุน 5.7 พันล้านเหรียญฯ) ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการรวมไปถึงโครงสร้างราคาขายผลิตภัณฑ์ จุดแข็งของโครงการนอกจากอยู่ใกล้แหล่งเชื้อเพลิงต้นทุนต่ำ ยังมี Infrastructure รองรับการดำเนินงานของโครงการ ทำให้โครงการดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูง
Upside เริ่มจำกัด
ราคาหุ้นปรับเพิ่มกว่า 30% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ตอบรับการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน และราคาผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท รวมไปถึงการคาดหมายกำไรสุทธิ 2Q58 ที่ปรับเพิ่มอย่างแข็งแกร่ง ทำให้ปัจจุบัน Upside ของราคาหุ้นเริ่มจำกัด อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าระยะสั้นราคาหุ้นจะยังตอบรับเชิงบวกต่อการฟืนตัวของผลประกอบการ 2Q58 ทำให้เราแนะนำ “เก็งกำไร” (จากเดิม “ซื้อ”)









