วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 16 มิถุนายน 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาวิกฤตหนี้กรีซและความคาดหวังการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งในเยเมน

- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัสปรับตัวลดลง จากแรงกดดันของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร เนื่องจากตลาดยังคงมีความกังวลต่อปัญหาวิกฤตหนี้สินของกรีซอย่างต่อเนื่อง หลังจากการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ประสบความล้มเหลว ส่งผลให้ประเทศกรีซตกอยู่สภาวะที่มีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ตามกำหนดให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จำนวน 1.6 พันล้านยูโร ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 58 นี้

- นอกจากนี้ ตลาดยังคลายความกังวลด้านความไม่สงบในเยเมน หลังวานนี้ (15 มิ.ย. 58) นายบันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ได้ร่วมแถลงการณ์เปิดการประชุมเพื่อเจรจายุติความขัดแย้งในประเทศเยเมนที่ได้สร้างความเสียหายและส่งผลให้เกิดความสูญเสียของประชากรไปแล้วกว่า 2,600 ราย ตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค. 58 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ UN ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเว้นวรรคการเผชิญหน้าที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งเพื่อเห็นแก่มนุษยธรรม และเริ่มต้นเดือนรอมฎอนตามธรรมเนียมมุสลิมในช่วงกลางสัปดาห์นี้อย่างสันติ

- การผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐ ในเดือน ม.ค. 58 ปรับตัวลดลง 0.2% ซึ่งเป็นการปรับลดลงติดต่อกันในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาและสวนทางกับที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ขณะที่ อัตราการใช้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 78.1% จากระดับ 78.3% ในเดือนก่อนหน้าและสวนทางกับที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 78.4% ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญเกิดจากการชะลอตัวลงของอุตสาหกรรมภาคพลังงานหลังจากมีการปรับลดการลงทุนลงในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับแรงกดดันด้านอุปสงค์โลกที่ซบเซาตามสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงอยู่ในสภาวะเปราะบาง

+ ดัชนีตลาดบ้านสหรัฐ ประจำเดือน มิ.ย. 58 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 59 จุด นับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแตะ ณ ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน และสูงกว่าที่คาดว่าจะปรับตัวมาอยู่ที่ระดับ 56 จุด ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 จุด นับเป็นการ บ่งชี้ถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงสนับสนุนของอุปสงค์ในภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และปริมาณการส่งออกของเกาหลีใต้ที่ปรับลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2555 เนื่องจากอุปทานที่ลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นในกรอบที่จำกัดจากปริมาณอุปทานที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากการส่งออกของจีน

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงกดดันของภาวะอุปทานล้นตลาด หลังจากโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในภูมิภาคเริ่มทยอยกลับมาดำเนินการตามปกติหลังการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นประจำปี อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงในกรอบที่จำกัด จากแรงหนุนของอุปสงค์จากประเทศเวียดนาม ศรีลังกา และอินโดนีเซีย

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 58-63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 61-66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในวันที่ 16 – 17 มิ.ย. ว่าจะมีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่อย่างไร ซึ่งจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างมองว่าในการประชุมครั้งนี้จะยังไม่มีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐ จะเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นก็ตาม และอาจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. อย่างไรก็ตาม คาดว่ากระแสข่าวของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน่าจะส่งต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันอย่างผันผวน

- ภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดที่คาดว่าจะยังคงกดดันราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ หลังการประชุมโอเปค เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีมติคงโควต้าการผลิตน้ำมันดิบที่ระดับเดิมคือ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคที่ยังคงปริมาณการผลิตอยู่ในระดับที่สูงเช่นกัน โดยข้อมูลล่าสุดในเดือน พ.ค. พบว่า ซาอุดิอาระเบียผลิตน้ำมันดิบอยู่ในระดับที่สูงประมาณ 10.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง ประกอบกับโรงกลั่นหลายแห่งปรับเพิ่มกำลังผลิตขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้ที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น ในช่วงฤดูการท่องเที่ยวหน้าร้อนของสหรัฐ ซึ่งจะอยู่ระหว่างเดือน มิ.ย. – ส.ค. ของทุกปี

- ติดตามการเจรจาแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หลังกรีซมีกำหนดชำระหนี้กับ IMF งวดถัดไปกว่า 1.6 พันล้านยูโร ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ และหลายฝ่ายยังคงกังวลว่ากรีซมีแนวโน้มที่จะขาดสภาพคล่องและไม่สามารถชำระหนี้ IMF ทันกำหนด ซึ่งอาจทำให้กรีซต้องเผชิญกับการเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ได้

                                                                 -----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999