งานภาครัฐเริ่มชัดเจนในครึ่งปีหลัง
งานภาครัฐรอประมูลกว่า 2 แสนล้านบาท
เราได้รวบรวมข้อมูลแผนการประมูลโครงการลงทุนก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง2H58 มูลค่าโครงการรวมประมาณ 2.75 แสนล้านบาท โครงการหลักมาจากโครงการก่อสร้างทางเดินรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท และส่วนต่อขยาย Airport Rail Link เส้นทางดอนเมือง-บางซื่อ-พญาไท มูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาท เราให้ความสำคัญกับโครงการที่กำลังจะประกวดราคาเพราะจะเป็นโครงการที่จะความเป็นรูปธรรมมากที่สุด จากข้อมูลที่รวบรวมพบกว่าโครงการที่จะประกวดราคาในช่วง 3Q58 คือ รถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง มูลค่ารวม 5.4 หมื่นล้านบาท และ โครงการมอเตอร์เวย์ พัทยา-มาบตาพุด มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นยังมีงานอื่นที่มีขนาดเล็กแต่อาจจะดำเนินการประกวดราคาได้เร็วกว่าภายใน 1 – 2 เดือน เช่น งานก่อสร้างอุโมงค์บึงหนองบอนมูลค่า 5.9 พันล้านบาท และ โครงการก่อสร้างอาคารของการไฟฟ้านครหลวง มูลค่า 3.2 พันล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสต่อการรับงานของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างในระยะใกล้
ปี 2559 งานประมูลมีต่อเนื่อง
สำหรับในปี 2559 เราคาดว่าความต่อเนื่องของงานจากภาครัฐตามกรอบเวลาคือโครงการสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) มูลค่าโครงการ 5.4 หมื่นล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) มูลค่าโครงการ 5.6 หมื่นล้านบาท รวมถึงรถไฟทางคู่ 3 สาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขอ EIA มูลค่าโดยรวมราว 7.3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้แม้ว่ากรณีงานที่คาดหมายในปี 2558 เกิดความล่าช้า แต่คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าของงานเกิดขึ้นในปี 2559 ดังนั้นเราคาดว่าจะเห็นมูลค่าของการรับงานเด่นชัดมากขึ้นภายในปีโดยเราประเมินการรับงานของกลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่คาดว่าจะเห็นงานในมือเพิ่มขึ้น 2-3หมื่นล้านบาทในช่วง 6-9เดือนข้างหน้า
แนวโน้มกำไร 2Q58 ดีขึ้นต่อเนื่อง
เราคาดว่าผลประกอบการ 2Q58 เฉลี่ยของกลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่ จะมีผลประกอบการที่เติบโตเมื่อเทียบกับรายไตรมาส ภายใต้สมมุติฐานเบื้องต้น ITD ไม่มีการตั้งสำรองขาดทุนจากต่างประเทศ ทำให้กำไรเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ CK คาดมีกำไรจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากอัตรากำไรขั้นต้น ขณะเดียวกันมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนที่ถือครองในโครงการไซยะบุรีในสัดส่วน 30% ให้กับ CKP ทำให้มีกำไรจากการขายราว 1.3 พันล้านบาท (หลังหักภาษี) ขณะที่ STEC และ SEAFCO เราคาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัว
คงคำแนะนำกลุ่ม “มากกว่าตลาด”
เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง จากโอกาสของการรับงานภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องมาจากแผนการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐประกอบกับเป็นส่วนสำคัญต่อการผลักดันการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจโดยรวม เราคาดว่าการประมูลงานจะมีความเด่นชัดนับจาก 2H58 ขณะเดียวกันเราคาดว่าแผนการร่วมมือรถไฟทางคู่มาตรฐาน กับต่างประเทศ ทั้งจากประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่น จะมีความคืบหน้ามากขึ้นโดยส่งผลต่อโอกาสรับงานของกลุ่มผู้รับเหมาในอนาคตเช่นกัน โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือกรอบเวลาขั้นตอนการประมูลของภาครัฐซึ่งอาจใช้เวลามากกกว่าที่ภาครัฐประเมินไว้ แนะนำ “ซื้อ” CK และ “เก็งกำไร” ITD และ STEC









