วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

AOT - ซื้อ

เน้นทั้งธุรกิจการบินและนอกกลุ่มการบิน

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” AOT และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 360 บาทจาก 320 บาท ซึ่งอิงจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของเราขึ้น 2-15% ในช่วงปี 2558-63 และการปรับปีฐานของเราไปเป็นช่วงกลางปี 2559 จากช่วงสิ้นปี 2558 ทั้งนี้สาเหตุการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของเรานั้นมาจากจำนวนผู้โดยสารที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและค่าเสื่อมบนรายการเงินลงทุน (CAPEX) ที่เลื่อนออกไปสำหรับโครงการอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (terminal 2) ทางวิ่งเส้นที่ 3 (3rd runway) จากปี 2561 ไปเป็นปี 2563 

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมระยะยาวสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ช่วยเติมเต็มความจุของสนามบิน นอกจากนี้ โครงการนอกกลุ่มการบิน ที่กำลังศึกษาโครงการ และคาดว่าจะประกาศในปีหน้า คาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาหุ้นได้ เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ปรับเพิ่มการเติบโตจำนวนผู้โดยสาร เราได้ปรับการเติบโตจำนวนผู้โดยสารขึ้น 2-3% ในปี 2558-60 จากทิศทางขาขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและภายในประเทศ โดยเราคาดการณ์การเติบโตจำนวนผู้โดยสารที่ 20%, 10% และ 8% YoY ในปี 2558-60 ตามลำดับทั้งนี้ก็มีการเติบโตจำนวนผู้โดยสารช่วง 8 เดือนแรกของปี 2558 ที่แข็งแกร่งที่ 19% YoY มีแรงหนุนจากจำนวนผู้โดยสารต่างชาติ +17% YoY และผู้โดยสารภายในประเทศ +24% YoY

การเลื่อนโครงการลงทุนช่วยยกระดับกำไร คณะกรรมการ AOT ได้เลื่อนแผนการส่วนต่อขยายของโครงการ terminal 2 และ 3rd runway ของสนามบินสุวรรณภูมิจากเดิมในปี 2561 เป็นปี 2563 ทำให้มีดอกเบี้ยจ่ายและค่าเสื่อมที่ตํ่าลงในปี 2561-62 เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ขึ้น 12-15% ในปี 2561-62 สำหรับปี 2563 ความจุด้านผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิจะเพิ่มเป็น 60 ล้านคน จาก 45 ล้านคน

มีแผนขยายธุรกิจนอกกลุ่มการบิน ผู้บริการกล่าวเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2558 ในการประชุมนักวิเคราะห์ว่าบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาธุรกิจนอกกลุ่มการบิน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับกำไรของบริษัทในระยะยาวได้ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีกำไรมั่นคงและอัตรากำไรสูงโดยบริษัทมีที่ดินมากกว่า 1,000 ไร่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งบางพื้นที่นั้นเป็นของรัฐบาล(กรมธนารักษ์) และมีการเวนคืนให้กับ AOT แต่บริษัทจะต้องขอการอนุมัติจากรัฐบาลในการดำเนินธุรกิจนอกกลุ่มการบิน ซึ่งบริษัทคาดว่าจะทราบผลในช่วง 1 ปี ทั้งนี้ AOT ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของโครงการได้ เพียงแต่กล่าวว่าจะมีขนาดใหญ่

ไม่คาดว่า PSC จะเพิ่มขึ้นในระยะสั้นนี้ ผู้บริการไม่คาดว่าค่าธรรมเนียมผู้โดยสาร (PSC) จะเพิ่มขึ้นในระยะสั้นนี้ เนื่องจากรัฐบาลยังคงมองว่า AOT มีกระแสเงินสดที่ดี ผู้บริหารจึงไม่คาดว่าจะอนุมัติการเพิ่ม PSC ก่อนที่โครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 จะเริ่มต้นหรือจนกว่า AOT จะเผชิญกับกระแสเงินสดที่ติดลบในปี 2561 ทั้งนี้ประมาณการของเรานั้นค่อนข้างอนุรักษนิยมโดยมีสมมติฐาน PSC ที่ 700 บาทสำหรับเส้นทางต่างประเทศ และ 100 บาทสำหรับเส้นทางภายในประเทศในช่วงปี 2558-62 แต่เราคาดว่า PSC จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 บาทสำหรับเส้นทางต่างประเทศและ 250 บาทสำหรับเส้นทางภายในประเทศในปี 2563 ซึ่งเป็นปีเดียวกับการเริ่มดำเนินงานของโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2

ไม่มีแผนการควบรวมกิจการสนามบิน ผู้บริหารกล่าวอย่างชัดเจนว่าเป็นการยากที่จะควบรวมกิจการสนามบินภายในประเทศที่ปัจจุบันเป็นของรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีขั้นตอนการประมูลที่ชัดเจนเพื่อความโปร่งใส และกล่าวว่าไม่ได้เป็นการง่ายที่ AOT จะชนะการประมูล เนื่องจากมีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบที่ตํ่ากว่าผู้เข้าประมูลภายในจังหวัดที่อาจได้ประโยชน์จากกิจการอื่นด้วย นอกจากนี้ AOT ก็ไม่มีแผนการที่บริการสนามบินต่างประเทศ เนื่องจากมีกฎเกณฑ์ที่ไม่แน่นอนของประเทศเพื่อนบ้าน

ราคาเป้าหมายอิงวิธีคิดลดเงินสด (DCF) ของเราที่ 360 บาทคิดเป็น PER ปี 2559 ที่ 29 เท่า โดยปัจจุบัน AOT ซื้อขายที่ PER ปี 2559 ที่ 25 เท่า คิดเป็น upside 15% ต่อราคาเป้าหมายของเรา เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”