“เงินบาททยอยอ่อนค่าเล็กน้อยช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาททยอยอ่อนค่าเล็กน้อยช่วงปลายสัปดาห์ โดยเงินบาทอ่อนค่าใกล้ระดับ 33.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ รับสัญญาณที่แข็งแกร่งของข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ หลังกนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% (แม้จะระบุว่า พร้อมจะใช้นโยบายการเงินเพื่อหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ) ประกอบกับมีแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้นหลังผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นแสดงความเห็นว่า เงินเยนอ่อนค่ามากเกินไป อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกลงอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ ท่ามกลางการปรับโพสิชั่นของนักลงทุนก่อนการประชุมเฟดในสัปดาห์ถัดไป
- สำหรับในวันศุกร์ (12 มิ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 33.73 เทียบกับระดับ 33.71 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (5 มิ.ย.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (15-19 มิ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.60-33.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยแรงหนุนเงินดอลลาร์ฯ อาจเพิ่มมากขึ้น หากผลการประชุม FOMC (ซึ่งในรอบนี้จะมีการแถลงข่าว และการเปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ) สะท้อนโอกาสที่ชัดเจนมากขึ้นของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงไม่กี่เดือนหลังจากนี้ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนมิ.ย. ดัชนีราคาผู้บริโภค การผลิตภาคอุตสาหกรรม การเริ่มสร้างบ้านเดือนพ.ค. และข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนเม.ย. นอกจากนี้ ตลาดน่าจะยังคงจับตาสถานการณ์ของกรีซ ผลการประชุมยูโรกรุ๊ป และรายงานนโยบายการเงินของธปท. ซึ่งจะมีการเปิดเผยตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจที่ทบทวนใหม่ด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนี SET ปรับขึ้นเล็กน้อย จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานโดยปิดที่ระดับ 1,508.23 จุด เพิ่มขึ้น 0.06% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 1.87% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 37,154.16 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 656.75 จุด ลดลง 0.20% จากสัปดาห์ก่อน
- ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบในวันจันทร์ ท่ามกลางแรงซื้อขายที่เบาบาง ก่อนที่จะปรับร่วงลงในวันอังคาร จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นกลุ่ม TIP อันประกอบด้วย ประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ จากนั้น ตลาดหุ้นไทยปรับฟื้นตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจาก กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมทั้ง แรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันโลก อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงอีกครั้งในวันศุกร์ จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (15-19 มิ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,520 และ 1,535 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,400 และ 1,480 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประกาศตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจใหม่ของธปท.ในวันที่ 19 มิ.ย. ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ ผลการประชุม FOMC รวมทั้งการเจรจาระหว่างกรีซและเจ้าหนี้ สำหรับการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ และดัชนีราคาผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นด้วย









