วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

ทดสอบแนวต้าน 1515 จุด

SET View

- แนวโน้ม Sentiment บวกจากตลาดหุ้นต่างประเทศจะหนุน SET ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นวันนี้ ขับเคลื่อนด้วยความหวังต่อการเจรจาปัญหาหนี้กรีซ หลังจากผู้นำกรีซเข้าประชุมกับผู้นำของเยอรมันและฝรั่งเศส โดยทุกฝ่ายแสดงเจตจำนงจะช่วยให้กรีซรอดพ้นจากวิกฤติหนี้ครั้งนี้ แต่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนออกมา ประเมินแนวต้านแรกของ SET จาก Downtrend line บริเวณ 1515 จุด หาก SET ไม่ผ่านแนวต้านนี้ มีโอกาสวกกลับมา พักฐานบริเวณ 1495-1500 จุดอีกครั้ง

S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลง 1 ขั้นจาก CCC+ เป็น CCC เนื่องจากกรีซตัดสินใจเลื่อนการชำระหนี้แก่ IMF ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย S&P ประเมินว่า กรีซมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ (Default) ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า หากไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ อย่างไรก็ดี เรามองว่า ไม่น่าจะมีผลลบอย่างมีนัย เพราะปัจจุบัน กรีซไม่สามารถระดมทุนผ่านตลาดทุนได้อยู่แล้ว

การประชุม กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1.5% ตามตลาดคาด โดย กนง. จะติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด และไม่ปิดโอกาสในการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติมหากจำเป็น ทั้งนี้ การประชุมครั้งถัดไป จะมีขึ้นในวันที่ 5 ส.ค. นอกจากนี้ ในวันที่ 19 มิ.ย. ธปท.เตรียมปรับลดคาดการณ์ GDP สำหรับปีนี้ ที่เคยประเมินไว้ค่อนข้างสูง คือ +3.8%YoY เรามองว่า หากคาดการณ์ใหม่ของ ยังอยู่ในระดับสูงกว่า +3%YoY ไม่น่าจะมีน้ำหนักเชิงลบกดดันต่อ SET มากนัก

ที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจร (คจร.) มีมติสรุปแนวเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) ให้ยึดแนวเส้นทางเดิม เราถือว่า ข่าวนี้เป็นบวกต่อกลุ่มรับเหมา เพราะหากเลือกเส้นทางใหม่ จะต้องขออนุมัติ และศึกษา EIA ใหม่ ซึ่งกรอบเวลาจะถูกเลื่อนออกไปอย่างน้อย 6 เดือน

- กลยุทธ์การลงทุน : ซื้อเก็งกำไร โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 1500 จุด

  Top Daily Pick : PTT (มูลค่าเหมาะสม 385 บาท) มี sentiment บวกหนุนจากราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดตัวแรงต่อเนื่องอีก 1.3% และ CK (มูลค่าเหมาะสม 31.20 บาท) ผลการประชุมสรุปแบบรถไฟฟ้าสายสีส้มวานนี้ออกมาเป็นบวก นักวิเคราะห์คาดกำไรใน 2Q58 เติบโตโดดเด่นจากการบันทึกกำไรราว 1.3 พันล้านบาท จากการขายเงินลงทุนในไซยะบุรีให้กับ CKP

  Technical Pick : KCM PLANB TMILL UMS PTTEP (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

  Theme Plays : หุ้นอสังหาฯที่ซื้อขายด้วย P/E ratio ค่อนข้างต่ำ (SPALI, QH) / หุ้นปันผลสูงมีความน่าสนใจในภาวะดอกเบี้ยขาลง (ADVANC, INTUCH) / หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, SAPPE)


Strategy Talk 

- หุ้นโรงพยาบาลได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมราคายา

คณะอำนวยการแก้ปัญหาค่ารักษาแพงในโรงพยาบาลเอกชน มีมติออกมาตรการควบคุมราคายาในโรงพยาบาลเอกชน 2 แนวทาง คือ

1) โรงพยาบาลต้องแสดงต้นทุนราคายาและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการด้านยา เช่น ค่าขนส่ง ค่าเก็บรักษา เป็นต้น ให้ชัดเจน

2) คนไข้มีทางเลือกในการขอใบสั่งยาจากโรงพยาบาล แล้วนำไปซื้อยาจากร้านขายยาภายนอกได้

โดยคณะกรรมการฯจะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของกระทรวงพาณิชย์และออกเป็นประกาศต่อไป คาดใช้เวลาดำเนินการราว 1 เดือน

ฝ่ายวิจัย ภัทร ทำ sensitivity analysis ประเมินว่า EBITDA margin ที่ลดลงทุก 1% มีผลทำให้กำไรสุทธิของหุ้นโรงพยาบาลลดลงราว 4-6% และมูลค่าเหมาะสมลดลงราว 6-7% โดยค่ายา คิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของรายได้ของโรงพยาบาลเอกชน คาด BCH (มูลค่าเหมาะสม 6.90 บาท) ได้รับผลกระทบมากสุด เพราะรายได้กว่า 60% มาจากกลุ่มคนไข้ระดับกลาง ส่วน BDMS (มูลค่าเหมาะสม 19.20 บาท) และ BH (มูลค่าเหมาะสม 180 บาท) มีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะสัดส่วนคนไข้ระดับกลาง คิดเป็นเพียง 30% และ 0% ตามลำดับ

หุ้นมีประเด็น

BJC ฝ่ายวิจัยภัทรมีมุมมองเชิงบวกต่อการยกเลิกดีลซื้อกิจการเมโทร (Metro) ในเวียดนาม เพราะ 1) BJC ไม่ต้องแบกรับส่วนแบ่งขาดทุนของ Metro (ฝ่ายวิจัยภัทรประเมิน Metro จะมีผลขาดทุนไปจนถึงปี 2562) 2) ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายทางการเงินสำหรับเงินกู้เพื่อซื้อกิจการ 3) ไม่มี dilution effect เพราะยกเลิกมติเพิ่มทุน (RO 9 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ที่ราคา 45 บาท)

แม้ผู้ถือหุ้นไม่อนุมัติให้ BJC เข้าซื้อ Metro แต่บริษัทแม่ คือ TCC Holding (ถือหุ้น BJC 73.69%) มีโอกาสเข้าซื้อกิจการ Metro แทน ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว BJC จะได้รับประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน (Synergy) อยู่ดี

ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) 3% ในปี 58 และ 22% ในปี 59 พร้อมเปลี่ยนไปใช้มูลค่าเหมาะสมปี 59 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 33 บาท เป็น 39 บาท (คำนวณจากค่าเฉลี่ย 3 วิธีคือ DCF, P/E และ EV/EBITDA) ราคาหุ้นปัจจุบันเทียบเท่า prospective P/E ratio ณ สิ้นปีนี้ ที่ 31 เท่า ถือว่า เต็มมูลค่าแล้ว ทำให้ฝ่ายวิจัยภัทรมีมุมมอง “เป็นกลาง” (Neutral) ต่อหุ้น BJC