วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

คาด SET พักฐานต่อ

SET View

- แนวโน้ม วานนี้ SET ปรับฐานแรงถึง 15.96 จุดหรือ -1.06% จนหลุดแนวรับ 1500 จุด มูลค่าการซื้อขายพุ่งขึ้นเป็น 4.1 หมื่นล้านบาท ตามแนวโน้มตลาดหุ้นเอเชียซึ่งพักฐานแรงเป็นส่วนใหญ่ทั้ง ญี่ปุ่น -1.8%, ฮ่องกง -1.2%, อินโดนีเซีย -2.3%, ฟิลิปปินส์ -2.2% อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ-ยุโรป เคลื่อนไหวผสมผสาน กล่าวคือ ตลาดหุ้นยุโรป ปรับตัวลดลง เช่น เยอรมัน -0.58%, อังกฤษ -0.53% เป็นต้น แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯทรงตัว เป็นบวกและลบ เล็กน้อยเท่านั้น
วันนี้ คาด SET พักฐานต่อเนื่อง และมีโอกาสทดสอบแนวรับแรก 1485 จุด โดย SET อาจมีการฟื้นตัวระยะสั้นระหว่างวัน แต่เราเชื่อว่า จะยังไม่ผ่านแนวต้าน 1500 จุด

วันนี้ มีการประชุม กนง. (ทราบผลประมาณ 14.00 น.) ตลาดคาด กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% เช่นเดิม หลังจากลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในการประชุม 2 ครั้งก่อนหน้านี้ คาด กนง.น่าจะรอดูผลกระทบจากการลดดอกเบี้ยต่อภาคเศรษฐกิจแท้จริงก่อนและเป็นการเก็บกระสุนไว้ใช้ในช่วงปลายปีหากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า การคงดอกเบี้ยของ กนง. จะเป็นประเด็นบวกระยะสั้นต่อกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ที่มีโครงสร้างสินเชื่อเป็นดอกเบี้ยลอยตัวในสัดส่วนที่สูงกว่าธนาคารขนาดเล็ก

- กลยุทธ์การลงทุน : รอซื้อบริเวณแนวรับ 1485 จุด

  Top Daily Pick : PTT (มูลค่าเหมาะสม 385 บาท) มีโอกาสทำ Technical rebound หลังปรับฐานแรงกว่า 2% วานนี้ มี sentiment บวกหนุนจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ดีดตัวแรงกว่า 3.5% วานนี้และ CK (มูลค่าเหมาะสม 31.20 บาท) เก็งกำไรการประชุมสรุปแบบรถไฟฟ้าสายสีส้มวันนี้ นักวิเคราะห์คาดกำไรใน 2Q58 เติบโตโดดเด่นจากการบันทึกกำไรราว 1.3 พันล้านบาท จากการขายเงินลงทุนในไซยะบุรีให้กับ CKP

  Technical Pick : CHOW MSC SUTHA CWT JAS (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

  Theme Plays : หุ้นอสังหาฯที่ซื้อขายด้วย P/E ratio ค่อนข้างต่ำ (SPALI/QH)/หุ้นปันผลสูงมีความน่าสนใจในภาวะดอกเบี้ยขาลง (ADVANC, INTUCH)/หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (SVI, SAPPE) 



Strategy Talk

- เงินเฟ้อจีนที่อ่อนแอ เพิ่มโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

วานนี้ จีน รายงานดัชนีเงินเฟ้อ (CPI) เดือน พ.ค. ลดลงจาก 1.5%YoY ในเดือนก่อนหน้า เหลือ 1.2%YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาด (+1.3%YoY) ฝ่ายวิจัย Bank of America Merrill Lynch (BoAML) ประเมินเงินเฟ้อจีนจะทรงตัวในระดับต่ำราว 2-3 เดือน ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวเข้าใกล้ระดับ 2% ใน 4Q58 หนุนด้วยผลจากการใช้นโยบายผ่อนคลายและฐานเงินเฟ้อที่ต่ำในปีก่อนหน้า

จากการประกาศเงินเฟ้อและการค้าต่างประเทศของจีนที่อ่อนแอ ส่งผลให้ฝ่ายวิจัย BoAML คาดว่า ธนาคารกลางจีน จะลดดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อยอีก 1 ครั้ง (0.25%) และลดอัตราดำรงสภาพคล่องสำรอง (RRR) 1.5% ในช่วงที่เหลือของปีนี้

หุ้นมีประเด็น

KCE (เก็งกำไร, มูลค่าเหมาะสม 53.50 บาท) วานนี้ นักวิเคราะห์กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของเรา ออกบทวิเคราะห์ initial coverage โดยมีประเด็นลงทุนที่น่าสนใจ ดังนี้

• KCE เป็นผู้ผลิต Printed Circuit Board (PCB) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก โดยมีลูกค้าหลักอยู่ในยุโรป 55% ของรายได้รวม รองลงมาคือ สหรัฐฯ 18%

• ประสิทธิภาพการทำกำไรสูงสุดในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เราทำการศึกษา โดย KCE มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) สูงถึง 30.6% เทียบกับ SVI 17.1% และ HANA 13.8%

• ได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า เพราะ KCE มีรายได้ใน รูปดอลล่าร์สหรัฐฯราว 85% ของรายได้ทั้งหมด

• ปัจจัยขับเคลื่อนคือ การเปิดโรงงานใหม่ในนิคมฯลาดกระบัง ซึ่งมีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับ โรงงานปัจจุบัน 3 แห่งรวมกัน โดย KCE จะทยอยเปิดทีละเฟส ตั้งแต่ 1Q58 เป็นต้นไป จนถึงช่วงต้นปี 59

• อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น KCE สะท้อนความคาดหวังต่อการเปิดโรงงานใหม่ไปพอสมควรแล้ว โดยปัจจุบัน KCE ซื้อขายที่ P/E ratio 13 เท่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 3 ปี ขณะที่เราคาดว่า การเติบโตของกำไรในระยะถัดไปจะเริ่มชะลอตัวลง ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 14.5% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 58-59 เทียบกับช่วงปี 55-57 ที่เติบโตแรงถึง 53% ต่อปี ขณะที่เราคาดว่า คู่แข่งอย่าง HANA และ SVI จะมีอัตราการเติบโตของกำไรราว 15% และ 19% ต่อปี ตามลำดับ

• กำหนดมูลค่าเหมาะสม 53.50 บาทอิง P/E ratio 13.1 เท่าซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ราคาหุ้นปัจจุบันค่อนข้างเต็มมูลค่า เราจึงแนะนำซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว