วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังมีของดีให้เลือกซื้อลงทุน

ติดตามผลการประชุมกนง.วันที่ 10 มิ.ย.นี้

ทาง DBS Group Research เห็นว่าโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงอีกรอบที่ 0.25% มีมากขึ้น แต่ไม่แน่ชัดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อในรอบนี้เลยหรือไม่ หลังจากมีมติลดดอกเบี้ยมาต่อเนื่องแล้ว 2 รอบ ล่าสุดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.50% และเงินบาท Spot อ่อนค่าลงมาแล้ว 3.6%QTD (อ่อนลง 1.18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งก็ช่วยหนุนภาคส่งออกใน 2Q58 ได้พอควร (รายได้ & มาร์จินที่แปลงกลับมาในรูปเงินบาทดีขึ้น) 

วิเคราะห์ผลกระทบกรณีอัตราดอกเบี้ยลดอีกรอบ เราเห็นว่าหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ลิสซิ่ง และเช่าซื้อจะ Sensitive ต่ออัตราดอกเบี้ยในช่วงนี้มากกว่ากลุ่มที่พักอาศัยและค้าปลีก โดยถ้าอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงอีก 0.25% คาดว่าจะมีการเก็งกำไรหุ้นกลุ่มลิสซิ่งและเช่าซื้อ (หุ้นเด่น GL, S11, AEONTS) เพราะได้รับผลดีจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง แต่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีสิทธิแผ่วลง เนื่องจากกังวลว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) จะแคบลงไปอีกถ้าธนาคารมีการปรับลดดอกเบี้ยลงตามนโยบาย ด้านกลุ่มที่พักอาศัยและกลุ่มค้าปลีกมองว่าผลกระทบเป็น Neutral ถึงบวกเล็กน้อย เพราะปัจจัยที่มีน้ำหนักต่อกลุ่มเหล่านี้คือความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งยังไม่ดีนักในช่วงเศรษฐกิจซบเซา

อย่างไรก็ตาม มีบางบริษัทที่มี Catalyst จากการเปิดขายโครงการใหม่ในเดือนมิ.ย.2558 และคาดว่าตัวเลข Presales ถึงสิ้น 2Q58 จะเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ เช่น AP (แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 8.8 บาท) รวมทั้งบางบริษัทมี Valuation ที่น่าสนใจมาก เช่น QH ซึ่ง ณ ปัจจุบันที่ 2.76 บาท เมื่อหัก Market Cap ของเงินลงทุนใน QHPF, QHHR, HMPRO, LHBANK ออกไปแล้ว พบว่ามี P/E ส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียง 1.7 เท่า แนะนำซื้อ QH (ราคาพื้นฐาน 3.80 บาท)

ประเด็นเรื่องการเลื่อนชำระคืนหนี้ของกรีซ เรามองว่ามีความกดดันต่อตลาดบ้างแต่ไม่รุนแรง เพราะการที่ IMF ให้กรีซรวบหนี้ที่ต้องชำระ 4 งวดในเดือนมิ.ย.ไปชำระรอบเดียว 1.5 พันล้านยูโรภายใน 30 มิ.ย.2558 บ่งชี้ว่าเป็นการจัดการอย่างประนีประนอม และเจ้าหนี้ไม่ต้องการให้กรีซต้องผิดนัดชำระหนี้และออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน แต่ระหว่างการเจรจา คือ จากนี้จนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.ก็อาจจะมีประเด็นที่เข้ามาเขย่าตลาดเป็นระยะได้

การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด...ยังเชื่อว่าจะไม่เร็วนัก ทาง DBS Group Research คาดว่าจะเริ่มปรับขึ้นใน 1Q59 เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังผันผวน แม้ว่าภาคแรงงานจะฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง อัตราการว่างงานอยู่ที่ 5.5% แต่ตัวเลขภาคการผลิตยังไม่แข็งแกร่งมากนัก การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐกดดันภาคส่งออก และการลดลงของราคาน้ำมันทำให้การลงทุนในภาคพลังงานต่ำลง นอกจากนั้นอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำมากก็ยังช่วยหนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยต่ำไว้ที่ 0-0.25% ต่อไปได้ถึงอย่างน้อยสิ้นปี 2558

กลยุทธ์การลงทุน : Selective Buy โดยคาดว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนมีโอกาสพลิกฟื้นได้ใน 2H58 หลังจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่เริ่มเดินหน้ามากขึ้น แนะนำซื้อ CK (ราคาพื้นฐาน 33 บาท), ด้านการรับเหมาก่อสร้างในต่างประเทศยังไปได้ดี มีงานประมูลใหม่เข้ามาต่อเนื่อง หมวดนี้แนะนำซื้อ TTCL (ราคาพื้นฐาน 49 บาท), อุตสาหกรรมลิสซิ่งจักรยานยนต์ใน CLMV มีแนวโน้มเติบโตได้แข็งแกร่งและมีปัญหาเรื่องหนี้ด้อยคุณภาพไม่มาก

ขณะที่ในไทยเติบโตได้ดีในบางพื้นที่ แนะนำซื้อ GL (ราคาพื้นฐาน 13 บาท-ไม่รวมธุรกิจใหม่ในลาวและประเทศอื่นๆ), กลุ่มสื่อโดยรวมซบเซา แต่มีบางบริษัทที่ขยายตัวได้จากการมีพันธมิตรทางธุรกิจและลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่ม แนะนำซื้อ PLANB (ราคาพื้นฐาน 6 บาท), ธนาคารพาณิชย์ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการด้อยค่าของคุณภาพสินทรัพย์และการลดลงของ NIM น้อยกว่าเฉลี่ยของกลุ่ม ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานลงมาพอควรแล้ว แนะนำซื้อ KBANK (ราคาพื้นฐาน 280 บาท)