สภาธุรกิจตลาดทุนฯ เผย ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 88.16 ลดลง 14.17% แนะเลี่ยงลงทุนหุ้นแบงก์
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO NIDA Investor Sentiment Index)ในอีก 3 เดือนข้างหน้า (มิ.ย.-ส.ค.) อยู่ที่ 88.16 ลดลง 14.17% จากผลสำรวจในเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 102.72 ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มองไปในทิศทางเดียวกันว่าตลาดมีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภาวะหนี้เสียของกลุ่มประเทศยูโรโซน และความไม่สงบจากภัยก่อการร้าย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายในที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อมั่น คือค่าเงินบาทที่อ่อนลง การไหลเข้าของเงินทุน การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และการลงทุนด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และการจัดตั้งรัฐบาล เป็นต้น
ทั้งนี้ หมวดอุตสาหกรรมที่น่าลงทุนมากที่สุดคือ ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ เนื่องจากราคาได้มีการปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่ผ่านมาปรับตัวลดลงแรง ส่วนหมวดอุตสาหกรรมที่ไม่น่าลงทุนมากที่สุด คือ หมวดธนาคาร เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งทำให้มีผลต่อส่วนต่างดอกเบี้ยที่น้อยลง ซึ่งจะมีผลต่อผลประกอบการของหุ้นกลุ่มแบงก์ให้ปรับตัวลดลง
"จากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหากแยกเป็นรายกลุ่มจะพบว่า นักลงทุนรายย่อย บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบันในประเทศ มีมุมมองปรับตัวลดลงอยู่ในระดับทรงตัวค่อนไปในทางซบเซา มีเพียงนักลงทุนสถาบันต่างประเทศที่มีมุมมองดัชนีความเชื่อมั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเพราะว่าภาพรวมรัฐบาลดูดีขึ้น เศรษฐกิจมีทิศทางที่ฟื้นตัว ภาครัฐพยายามเร่งเบิกจ่ายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ตลาดหุ้นไทยเริ่มกลับมามีความน่าสนใจมากขึ้น โดยที่ผ่านมาเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่เป็นเงินร้อนได้มีการออกไปลงทุนในประเทศจีน ญี่ปุ่น ยุโรป เอเชียเหนือ ซึ่งมองว่าเงินที่ออกไปจะเป็นระยะสั้น โดยเชื่อว่าเม็ดเงินดังกล่าวจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเมื่อเรามีเสน่ห์มากขึ้น" นางวรวรรณ กล่าว









