วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ได้แรงหนุนสั้นจาก Window dressing

เลือกเก็งกำไรรายตัว ขายแนวต้าน 1520/1536 จุด

Market Outlook

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ รีบาวด์ระยะสั้น จากแรงหนุน Window dressing แนะนำ เลือกเก็งกำไรรายตัว จุดขายทำกำไร 1520/1536 จุด

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ มีการรีบาวด์ในระยะสั้น จากกระแสบวกของ Window Dressing (คาดแนวต้านกรณีดีสุดไม่เกิน 1520/1536 จุด) อย่างไรก็ดี เราคาดว่าเป็นเพียงการรีบาวด์เพื่อลงต่อ อิงสัญญาณเทคนิคกรอบใหญ่ ยังคงอยู่ในแนวโน้มทรงถึงลง กรอบ 1460-1536 จุด ส่วนปัจจัยแวดล้อม ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความผันผวนของตลาดพันธบัตรระยะยาวของ สหรัฐฯ และเยอรมนี ที่กลับมาปรับสูงขึ้น หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ เดือน พ.ค. ออกมาดีกว่าคาด 2.8 แสนราย และเงินเฟ้อยูโรโซน เพิ่มขึ้นครั้งแรกรอบปี (สะท้อนมาตรการคุมเข้มทางการเงิน อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าคาดการณ์) และการปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทยคาดว่า ยังคงมีกรอบจำกัด อิง Valuation ที่ยังคงแพง จนโบรกเกอร์ต่างชาติหลายแห่ง ปรับลดมุมมองลงทุนต่อตลาดหุ้นไทย อาทิ JP Morgan ลดน้ำหนักลงทุนตลาดหุ้นไทยเป็น Underweight, ML ปรับลดดัชนีฯ เป้าหมายเป็น 1440 จุด อิงแนวโน้ม Downward Revision คาดมีต่อเนื่องไปจนถึง 3Q58F โดยเฉพาะกลุ่มสถาบันการเงิน

กลยุทธ์ แนะนำ เลือกเก็งกำไรรายตัว ขายแนวต้าน 1520/1536 จุด 1) หลักทรัพย์ที่ดิ่งลงแรง 2Q QTD (คาดลุ้นกระแส Window Dressing หนุนราคาฟื้นตัวระยะสั้น) PSL SAMART SPALI QH TMB LOXLEY KBANK PS NINE 2) หุ้นที่คาดว่าจะได้เพิ่มคำนวณในดัชนี SET 50 Index (ประกาศจันทร์หน้า) BA BLA ITD SAWAD SUPER TPIPL WHA 3)หุ้นที่มี Upward Revision w-w ได้แก่ RCL PYLON VNG SVI


ปัจจัยต่างประเทศ

สินทรัพย์เสี่ยง VS ยิลด์พันธบัตร : สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดพันธบัตรกลับมามีแรงขายมาก จนส่งผลให้ ยิลด์ พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปีกลับมาพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ 6 ต.ค. 57 ที่ 2.40% (Vs 2.13% สิ้นเดือน พ.ค.) เช่นเดียวกันกับ ยิลด์พันธบัตรเยอรมนี ที่ปรับสูงขึ้นแตะ 2.2%(Vs 1.8% สิ้นเดือน พ.ค.) หลังรายงานจ้างงานสหรัฐฯเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 2.8 แสนราย ดีกว่าคาดการณ์ของตลาด (Vs เม.ย. 2.21 แสนราย และ Consensus 2.25 แสนราย) ส่วนเดือน มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.19 แสนราย จากเดิมรายงาน 8.5 หมื่นตำแหน่ง และเดือนเม.ย. ปรับลดลงเป็น 2.21 แสนรายจากเดิม 2.23 แสนราย (ส่งผลให้ Morgan Stanley Investment Management คาดว่ามีโอกาส 75% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ก.ย. ส่วน Trader ส่วนใหญ่ คาดมีโอกาส 33% จากเดิม 26% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. และ 52% (เดิม 44%) ขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. และ 70% (จาก 61%) ในเดือน ธ.ค. นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อยูโรโซน พ.ค. เพิ่มขึ้น+0.3%y-y (ครั้งแรกรอบ 6 เดือน) สะท้อนมาตรการซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติม(QE) ของ ECB อาจเริ่มชะลอลง (ยิลด์พันธบัตรที่สูงขึ้นต่อเนื่อง จะส่งผลลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะตลาดหุ้น EM)

ปัญหาหนี้กรีซ ผลการเจรจากระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้ IMF ล่าสุด กรีซได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการชำระคืนหนี้ IMF จะเป็นการจ่ายงวดเดียว 1.6 พันล้านยูโร ในวันที่ 30 มิ.ย. แทนที่จ่ายเป็นงวดๆ ตลอดเดือน มิ.ย. นี้ สะท้อน กระบวนการเจรจายังคงไม่สิ้นสุด โดยล่าสุด พรรครัฐบาลกรีซเสนอให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ ลดบำนาญ ขายสินทรัพย์ และปฎิรูปแรงงาน ฯลฯ ของเจ้าหนี้ ขณะที่มีข้อเสนอให้กรีซ เลือกวิธีลงประชามติเพื่อขอความเห็นจากประชาชนกรีซทดแทนการยุบสภา (ประเด็นกรีซ คาดว่าจะมีการซื้อ
เวลาไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ และถ่วงค่าเงินยูโร อ่อนค่าลงในระยะสั้น มูดี้ส์กล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า มีความเป็นไปได้มากที่กรีซจะออกมาตรการควบคุมเงินทุน และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดอยช์ แบงก์ กล่าวว่ามีโอกาส 40% ที่จะมีการประกาศใช้มาตรการเช่นนั้น ยูบีเอส กล่าวว่า การเจรจาได้เข้าสู่ขั้นแตกหัก ในขณะที่การหารือยังคงยุ่งยาก ความเสี่ยงที่จะมีการควบคุมเงินทุนได้เพิ่มขึ้นเป็น 40-50% ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงที่กรีซจะออกจากยูโรโซนสูงขึ้นในขณะนี้ โดยเป็นประมาณ 20-30%)

ปัจจัยในประเทศ

Window dressing ช่วงปลายไตรมาส จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี (48-57) พบว่าดัชนี SET ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวก +1.4% และ 0.9% ในช่วง 1 และ 2 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาสที่ 2 โดยกลุ่มอุตสาหรรมที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยดีสุดในช่วง 1 สัปดาห์สุดท้าย ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (+2.2%) กลุ่มสื่อสาร (+2.0%) และกลุ่มการแพทย์ (+1.9%) ส่วนหุ้นที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยดีสุดในช่วงเดียวกัน ได้แก่ NEW E BKD AUCT YCI (คาดส่งผลบวกรายตัว)

สัญญานทางเทคนิค รูปแบบระยะกลางของดัชนีฯ ยังคงเป็นรูปแบบขาลง Descending triangle โดยมีสัญญาณลงไปที่ 1459/1400 จุด หากไม่ผ่านแนวต้าน 1520 จุด และหลุดแนวรับหลัก 1475 จุด ส่วนระยะสั้นการฟื้นตัวของดัชนีฯ เกือบ 30 จุดในช่วง 3 วันต่อเนื่อง ส่งผลให้รูปแบบดัชนีฯอาจเปลี่ยนเป็น Double Bottom ได้ หากผ่านแนวต้านหลัก 1536 จุด แต่เรายังคงให้โอกาสกว่า 60% ที่ดัชนีฯจะกลับลดลงมาทดสอบแนวรับหลักอีกครั้ง ใน 1-2 สัปดาห์หน้า