“ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดัน หลังโอเปคมีมติไม่ปรับลดกำลังการผลิตลง”
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 57 - 63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 62 - 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ( 8-12 มิ.ย.58)
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ยังคงเคลื่อนไหวอย่างผันผวน โดยตลาดยังมีความกังวลต่อภาวะอุปทานล้นตลาด หลังจากกลุ่มโอเปคมีมติคงโควตาการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มที่ระดับ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในการประชุมโอเปคในวันที่ 5 มิ.ย. ซึ่งเห็นได้ว่าทางกลุ่มฯไม่มีแนวทางที่จะลดอัตราการผลิตลงเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบ โดยเลือกที่จะปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด นอกจากนี้ ยังคงจับตาการเจรจาแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หลังมีแนวโน้มว่ากรีซอาจไม่สามารถชำระหนี้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในงวดถัดไปได้ ซึ่งอาจจะกดดันราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่เริ่มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
- ตลาดน้ำมันดิบยังคงเผชิญกับภาวะน้ำมันดิบล้นตลาด หลังจากการประชุมโอเปคในวันที่ 5 มิ.ย. ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย กลุ่มโอเปคมีมติคงโควตาการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มที่ระดับ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยไม่มีการลดอัตราการผลิตลงเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากกลุ่มโอเปคยังคงต้องการรักษาส่วนแบ่งการตลาดจากกลุ่มผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคที่ยังคงกำลังการผลิตอยู่ในระดับสูง ประกอบกับการคาดการณ์ว่าตลาดน่าจะปรับตัวได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จากอุปสงค์ของโลกที่ฟื้นตัว
- ติดตามการเจรจาแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซว่าจะเป็นไปในทิศทางใด โดยล่าสุดกรีซมีนัดชำระหนี้กับ IMF งวดถัดไปกว่า 1.5 พันล้านยูโร ภายในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายยังคงกังวลว่ากรีซมีแนวโน้มที่จะขาดสภาพคล่องและไม่สามารถชำระหนี้ IMF ทันกำหนด หลังจากกรีซยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับทางกลุ่มเจ้าหนี้ได้ และอาจเป็นเหตุให้กรีซไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากยูโรโซนเนื่องจากกลุ่มเจ้าหนี้ต้องการเพิ่มความเข้มงวดให้กับมาตรการรัดเข็มขัด
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐเริ่มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ประกาศปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 29 พ.ค. ปรับตัวลดลงราว 1.9 ล้านบาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนหน้า สู่ระดับ 477.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ นอกจากนี้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ก็ปรับลดลงเช่นกันราว 1 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 59.0 ล้านบาร์เรล ซึ่งการลดลงของปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าอุปสงค์ปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐ ในช่วงฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.) ของปี
- ราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวเหนือระดับ 60-65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อาจเพิ่มความจูงใจให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ กลับมาเพิ่มอัตราการผลิตน้ำมันดิบอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ บริษัทขุดเจาะและผลิตน้ำมันดิบหลายแห่งได้ชะลอการขุดเจาะและผลิตน้ำมันดิบลงจากภาวะราคาน้ำมันดิบตกต่ำ โดยล่าสุด Baker Hughes เปิดเผยข้อมูลจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ สิ้นสุดวันที่ 29 พ.ค. ปรับลดลง 13 แท่น สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ที่ 646 แท่น ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงด้วยอัตราที่ชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การปรับลดลงของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในอัตราที่ช้าลง อาจส่งสัญญาณว่าการลดลงของแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบอาจจะสิ้นสุดลงในเร็วๆ นี้และมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ตามราคาน้ำมันดิบที่เริ่มฟื้นตัว
- ติดตามทิศทางของเศรษฐกิจของยูโรโซนและทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขภาวะเศรษฐกิจซบเซาและเงินฝืด โดยล่าสุดคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมที่ร้อยละ 0.05 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากข้ามคืนที่ร้อยละ 0.20 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าธนาคารพาณิชย์จะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารกลาง หากมีการนำเงินมาฝาก
- ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ยอดค้าปลีก และดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐ ดัชนีราคาผู้บริโภค-ผู้ผลิตจีน และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโซน
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1 – 5 มิ.ย. 58)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 2.30 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 58 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 3.53 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 62.03 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 61 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สาเหตุเนื่องจากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังคงมีการผลิตน้ำมันดิบในระดับที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียที่คงปริมาณการผลิตในระดับที่มากกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวันอย่างต่อเนื่องและในการประชุมของกลุ่มโอเปคในวันที่ 5 มิ.ย. 58 นี้ กลุ่มโอเปคก็มีแนวโน้มที่จะยังคงโควตาการผลิตในระดับเดิม สร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกว่าจะยังคงล้นตลาด
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999






