เก็งกำไรระยะสั้นตามโมเมนตัมเชิง
SET View
- แนวโน้ม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา SET ปรับตัวขึ้นแรงเกินคาดจนทะลุแนวต้านแรก 1500 จุด เราเริ่มเห็นการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างแย่ก่อนหน้านี้ คือ ธนาคารและอสังหาฯ คาดว่า วันนี้ SET มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจัยบวกเสริมคือ ราคาน้ำมันดิบโลกที่ฟื้นตัวแรงจะช่วยหนุนกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี อย่างไรก็ดี เรายังไม่ตัดโอกาสที่ SET จะวกกลับมาเป็นขาลง กลยุทธ์เน้น Trading ระยะสั้น ตามโมเมนตัมเชิงบวกของตลาด ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 1500 จุด
ข่าว/ดัชนีเศรษฐกิจ
• เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบโลกฟื้นตัว โดย WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.13 เหรียญฯหรือ 1.95% มาปิดที่ 59.13 เหรียญฯ/บาร์เรล ส่วน Brent ดีดขึ้น 1.28 เหรียญฯ หรือ 2.06% มาปิดที่ 63.31 เหรียญฯ/บาร์เรล หลังจากผลการประชุม OPEC เป็นไปตามที่ตลาดคาด คือ OPEC คงอัตราการผลิตที่ 30 ล้านบาร์เรลต่อวันเช่นเดิม การประชุมใหญ่ครั้งถัดไปของ OPEC จะมีขึ้นในวันที่ 4 ธ.ค.58 นอกจากนี้ นอกจากนี้ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในอเมริกาเหนือ พบว่า ลดลงอีก 4 แท่นเหลือ 642 แท่น นับเป็นการลดลง 26 สัปดาห์ติดต่อกัน ทำให้ตลาดมีความคาดหวังว่า ภาวะอุปทานส่วนเกินจากฝั่งสหรัฐฯ น่าจะมีแนวโน้มคลี่คลายได้ในระยะถัดไป
• ดัชนีตลาดแรงงานสหรัฐฯ เดือน เม.ย. ออกมาผสมผสาน กล่าวคือ การจ้างงานนอกภาคการเกษตร เพิ่มขึ้น 2.8 แสนตำแหน่ง เร่งตัวขึ้นจาก +2.21 แสนตำแหน่งเมื่อเดือนก่อนหน้า ขณะที่ตลาดคาดไว้เพียง +2.26 แสนตำแหน่ง แต่อัตราว่างงานกลับเพิ่มขึ้นจาก 5.4% เป็น 5.5%
กลยุทธ์การลงทุน : เก็งกำไรภายในวัน ตามโมเมนตัมเชิงบวกของ SET ขยับจุดตัดขาดทุนขึ้นมาเป็น 1500 จุด
- Top Daily Pick : SPALI (มูลค่าเหมาะสม 32.70 บาท) ราคาหุ้นลงมาซื้อขายบริเวณ P/E ratio ค่อนข้างถูก, มี backlog รองรับกว่า 84% ของประมาณการรายได้ปีนี้และ SYNTEC (มูลค่าเหมาะสม 3.70 บาท) หุ้น initial coverage มีจุดเด่นจากประสิทธิภาพการทำกำไรและมี Upside จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ยังไม่ได้รวมในประมาณการ
- Technical Pick : TRUE BTS TMB BLAND UNIQ (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
- Theme Plays : หุ้นปันผลสูงมีความน่าสนใจในภาวะดอกเบี้ยขาลง (ADVANC, INTUCH)/หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (SVI, SAPPE)
Strategy Talk
- ราคาหุ้นอสังหาฯบางบริษัทซื้อขายบน P/E ratio ค่อนข้างต่ำ
เราพบว่า ราคาหุ้นอสังหาฯหลายบริษัทปรับตัวลดลงมามากจนทำให้ prospective P/E ratio เทียบกับกำไร ณ สิ้นปีนี้ ต่ำกว่าหรือใกล้เคียง P/E ratio ต่ำสุดที่เกิดขึ้นในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมปี 54 เช่น SPALI ตอนนี้ซื้อขายที่ P/E ratio 6.8 เท่า ขณะที่ตอนน้ำท่วม ซื้อขายต่ำสุดที่ 7.3 เท่า (อิงกำไร ณ สิ้นปี 54), QH ปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ratio 8.6 เท่า เทียบกับตอนน้ำท่วมที่ 11.5 เท่า เป็นต้น
แม้ภาวะเศรษฐกิจที่อาจเติบโตน้อยกว่าคาดและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เป็นปัจจัยกดดันต่อ sentiment ของกลุ่มอสังหาฯ แต่ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยเชิงลบไประดับหนึ่งแล้ว (SETPROP -3.29%YTD VS SET +0.65%YTD) จนทำให้ P/E ratio ลงมาอยู่ในระดับต่ำมาก เรามองเป็นโอกาสในการเก็งกำไร
ดัชนีเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้
8 มิ.ย. GDP 1Q58 ของญี่ปุ่น, ยอดนำเข้า-ส่งออกของจีนและเยอรมัน
9 มิ.ย. เงินเฟ้อจีน
10 มิ.ย. ประชุม กนง.***
11 มิ.ย. ยอดค้าปลีกจีนและสหรัฐฯ
หุ้นมีประเด็น
SYNTEC (ซื้อ, มูลค่าเหมาะสม 3.70 บาท) นักวิเคราะห์กลุ่มรับเหมาของเรา ออกบทวิเคราะห์ Initial coverage เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ ดังนี้
• อัตรากำไรขั้นต้นของ SYNTEC อยู่ที่ราว 11-13% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ 6.5% เนื่องจากมีการกระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจให้เช่าที่อยู่อาศัยซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 32%
• Upside จากสิทธิประโยชน์ทางภาษี ราว 500 ล้านบาทซึ่งเรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ โดยบริษัทอยู่ระหว่างรอฟังคำตัดสินของศาลในการปิดกิจการบริษัทร่วม คาดจะทราบผลใน 3Q58 เราประเมินเบื้องต้น SYNTEC มีโอกาสประหยัดภาษีได้ราว 105 ล้านบาท หนุนให้คาดการณ์กำไรต่อหุ้นปีนี้เพิ่มจาก 0.26 เป็น 0.33 บาท และมูลค่าเหมาะสมจะเพิ่มเป็น 4.60 บาท
• Hidden asset จาก 1) การถือหุ้น BMCL ราว 0.87% ด้วยต้นทุนเฉลี่ย 1.26 บาทต่อหุ้น ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันของ BMCL เท่ากับ 1.89 บาทหรือมีกำไรราว 0.63 บาทต่อหุ้น 2) บริษัทถือครองที่ดินต้นทุนต่ำ หากขายออกมา คาดจะทำกำไรได้ราว 150-230 ล้านบาท
• งบดุลค่อนข้างแข็งแกร่ง ด้วยสัดส่วนหนี้สินต่อทุน ต่ำเพียง 1.07 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มฯที่ 1.93 เท่า









